รหัสลับนักสลักรูน นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
ภายใต้แสงไฟนีออนที่เคลือบทับห้องประชุมขนาดใหญ่ มีนักศึกษานั่งประจำจนไม่เหลือที่ว่าง วิทยากรพิเศษบนเวทีกำลังพูดถึงประสบการณ์ในการทำงาน มีการถามตอบคำถามกันอย่างออกรสออกชาติ เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ ๆ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพูดของวิทยากรผู้นั้นได้เป็นอย่างดี...
มั้ง...
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
ฟังเสียงหัวเราะของเพื่อนแล้ว เขากลับสงสารวิทยากรผู้มีฐานะเป็นรุ่นพี่คนหนึ่งขึ้นมาตงิด ๆ
ทำไมน่ะหรือ?
“เฮ้ย ๆ พวกแกเห็นข่าวนี้หรือยัง ทีมCYGsประกาศวางมือจากเกมBLUEMOON ว่ะ”
นั่นคือบทสนทนาจากเพื่อนที่นั่งด้านข้าง มือซ้ายเลื่อนดูข่าวในโทรศัพท์มือถืออย่างคล่องแคล่ว ส่วนมือขวากำลังเล่นเกมมือถืออยู่
“ทีมRLD ก็วางมือจากScarlette เมื่อวานเอง” ชายหนุ่มผมย้อมสีทองนั่งใช้มือหนุนคอ ไหลตามสภาพเก้าอี้ที่เอียงลงจนสุด ใกล้เคียงกับคำว่านอนเต็มที
“เฮ้ยHighwaysก็ไปด้วยเหรอนั่น!” นายคนเดิมร้องเสียงหลง ก่อนที่ห้องประชุมเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกรอบ และนายคนนี้ก็เออออหัวเราะตามเช่นเดิม “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”
พวกเขาจองที่ด้านหลังสุดเอาไว้ได้ ด้วยชัยภูมิชั้นยอดนี้ทำให้สามารถมองเห็นสถานการณ์โดยรวมได้อย่างถนัดถนี่ เหลือบดูไปเรื่อยหูกลับได้ยินเสียงกรนดังแผ่ว ๆ มาจากมุมไหนสักแห่ง เสียงกลุ่มผู้หญิงคุยกันครื้นเครงเกี่ยวกับเรื่องแฟนหนุ่มที่พบกันผ่านทางแอปหาคู่ หรือคอนเสิร์ตที่กำลังจะจัดช่วงสิ้นเดือน ไม่ก็ชวนคุยเรื่องบุฟเฟต์สุดคุ้มใกล้มหาวิทยาลัย ทำให้คนรอบ ๆ กลืนน้ำลายไปตาม ๆ กัน
พวกพนักงานมหาวิทยาลัยที่คอยดูสภาพอยู่ข้างหลังถึงกับส่ายหน้ากุมขมับ พนักงานเหล่านี้ส่วนใหญ่คุ้นเคยกับนักศึกษาอยู่แล้วจึงไม่มีใครเกรงกลัวแต่แรก ยิ่งเรื่องที่จะนำความไปรายงานพวกอาจารย์ด้านหน้า ให้ทำลายบรรยากาศดี ๆ ตอนนี้ก็ไม่กล้า จึงต้องปล่อยเลยตามเลย
เละเทะอย่างที่เป็น...
“แสดงว่าทีมesports พวกนั้น เตรียมตัวลุยเกมStream of Time เป็นความจริงสิ” นายคนเดิมยังคงอ่านข่าวให้พวกฟังอย่างต่อเนื่อง
“ก็ต้องจริงอยู่แล้ว SoT มันเกมระดับปรากฏการณ์ นักเล่นเกมคนไหนไม่อยากลองบ้าง”
พ่อปลาไหลโบกมือหย็อย ๆ แล้วเริ่มหยิบหมวกVR
ชนิดพกพามาเสียบกับโทรศัพท์ แล้วเริ่มเล่นเกมกับเขาบ้าง
“นี่แก... ถึงขั้นเตรียมแว่นVR มาเลยเหรอ? เตรียมพร้อมมากไปไหมวะ?” นายคนที่นั่งไถลโทรศัพท์อ่านข่าวเริ่มโอดครวญเมื่อเห็นสภาพเพื่อน
พวกที่อยู่สองถึงสามที่นั่งถัดไปหันมามองแล้วยักไหล่ “แกก็รู้จักไอ้ นัน ดี ไม่บ้าจริงจะกล้าไปสมัครร่วมทีมอันดับหนึ่งของโลกอย่างCYGs หรือไง?”
“แต่ตกรอบแรก”
“ยุ่งน่า!”
ใครสักคนเสริมขึ้นมา อีกฝ่ายประท้วงทันควัน บังเอิญเสียงหัวเราะครืนก็ดังขึ้นพอดิบพอดี
“ตอนนี้พวกแกเล่นเกมอะไรกัน?”
“Scam
dia”
“หมายถึง Scadia หรือเปล่า?”
“เออ จะมีเกมไหนอีก ไอ้เกมกาชาสุดเกลือนั่น”
“ท่าจะโดนไปเยอะแล้วสิ เปิดมานานแล้วนี่”
“พอดู เปิดมาสิบกว่าวันเอง”
“ยุคนี้มันต้อง XAXA สิวะ เพิ่งเปิดเลยเนี่ย”
บทสนทนายังคงดำเนินต่อไปตามประสาพวกบ้าเกม แต่จะแปลกตรงไหนเมื่อพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันจากเกมออนไลน์ เล่นเข้าขากันจนตั้งทีมแข่งหลายรายการในช่วงมัธยม แล้วก็ตกรอบโดยอัตโนมัติทันทีที่เข้ารอบ 32 ทีม 64 ทีม
ทำไมน่ะหรือ...?
ก็เพราะสมาชิกทีมมีแค่หกคนตรงนี้ และสี่ในหกเรียนอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก ที่กลับมาเรียนมหาวิทยาลัยในไทยก็ด้วยเหตุผลว่า อยากมีสังคมในประเทศไทยเอาไว้สำหรับวางรากฐานธุรกิจในอนาคต
แน่นอนว่าเป็นข้ออ้างของเจ้าพวกนั้นทั้งสิ้น... ที่จริงพวกเขานัดกันเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันเพียงเพื่อที่จะได้เล่นเกมด้วยกัน และจะได้ไปแข่งในรายการที่สนใจได้ง่ายขึ้นก็เท่านั้น
ไม่นึกว่าหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันได้ เขากลับเป็นคนที่ต้องเหินห่างออกมาทีละน้อย แต่บอกให้หาสมาชิกทีมทดแทนก็ไม่ยอมหา เครือข่ายทางธุรกิจอะไรก็ไม่ได้สร้างเพิ่มสักนิด ลงท้ายจึงเป็นแค่กลุ่มเด็กติดเกมในสายตาของคนอื่นไป
“พูดถึง Stream of Time...”
นันที่เอาหมวกVR ครอบศีรษะอยู่ เปิดประเด็นขึ้นทั้งที่กำลังกดกาชา
สุดเกลือ
ที่บ่นอยู่เมื่อสักครู่อย่างเมามัน
เกมในสมัยนี้ส่วนใหญ่ก็ออกมาแนวนี้ทั้งนั้น ระบบเดิม ๆ ทำภาพให้สวยแตกต่างจากเกมอื่นนิดหน่อย เน้นโพรโมชันให้อัดเม็ดเงินเข้าไป มีกาชาให้สุ่มหาตัวละครหรือหาของเพื่อสร้างทีมให้เก่งขึ้นฉับพลัน ความสนุกอยู่ตรงการทำให้ความเก่งกาจพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็ว พอถึงจุดหนึ่งการเติบโตนั้นก็เริ่มช้า ความน่าเบื่อก็ถาโถมจบที่เลิกเล่นอย่างรวดเร็ว
กล่าวคือยิ่งเติมเงินเยอะ ยิ่งตันไวและเลิกไว กลายเป็นโมเดลทางธุรกิจเกมออนไลน์มานับสิบปี
นันหันมาทางเขาที่มือไม่ได้จับโทรศัพท์เพื่อเล่นเกมอย่างใครเขา “แกจะมาเล่นด้วยกันใช่ไหม? ลินน์” คำพูดนั้นทำให้พรรคพวกทุกคนหยุดมือแล้วหันมาเป็นทางเดียวกัน
เกม SoT หรือ Stream of Time เป็นเกมที่ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ทั้งห้าของโลกร่วมมือกันสร้าง โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท IT ระดับโลกอีกนับไม่ถ้วน กลายเป็นหัวข้อข่าวใหญ่ไปทั่วทั้งโลกตั้งแต่ห้าปีก่อน
เพียง trailer แรกที่นำเสนอระบบการเชื่อมโยงVR เหมือนว่าผู้เล่นได้เข้าไปอยู่ในโลกนั้นจริง ก็สร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลกแล้ว หลังจากนั้นจึงมีรายละเอียดของเกมเปิดเผยตามมาทีละน้อย ๆ เวลานี้อย่าว่าแต่เหล่านักเล่นเกมเลยที่ให้ความสนใจ คนทั่วไปที่ไม่เล่นเกมยังติดตามข่าวคราวความเป็นไปอย่างใกล้ชิดด้วยซ้ำ
เขาถอนหายใจ “ขอดูก่อนแล้วกัน” คนที่รอฟังอยู่ถึงกับสบถ เพราะรู้ดีว่าประโยคแบบนี้ถือเป็นการปฏิเสธกลาย ๆ
พอดีเป็นจังหวะที่การบรรยายจบลง ผู้คนเริ่มลุกจากที่นั่ง เขาก็รอเวลานี้อยู่แล้วจึงโบกมือไหว ๆ เดินจากไปพร้อมทิ้งท้ายไว้ว่า “ถ้าเริ่มช้าหน่อยพวกแกก็ช่วยแบกหน่อยแล้วกัน”
ถึงเขาจะพูดเล่นไปเรื่อย แต่พวกนั้นยังรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ
นอกจากนั้นยังได้ยินเสียงคุยกันแว่ว ๆ จากด้านหลัง “อย่าไปกดดันมันมากเลยน่า ก็รู้อยู่ว่าพ่อเจ้านั่นป่วยหนักจากการกรำงานหนักต้องเข้าโรงพยาบาล คุณแม่ก็มีโรคประจำตัว ไหนจะน้องสาวที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ลินน์มันต้องทำงานพิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้านน่ะ”
เห็นเพื่อนเข้าใจความจำเป็นของเขา ก็แอบพยักหน้ารับความหวังดีนั้นไว้เงียบ ๆ แต่เมื่อแอบเงี่ยหูฟังบทสนทนาหลังจากนั้นก็แทบหน้าคะมำ
“น้องสาวเจ้านั่นน่ารักสุด ๆ ขอบอก มันถึงคัดค้านไม่ให้น้องสาวทำงานพิเศษ แล้วให้ช่วยงานคุณแม่ที่บ้าน”
“จริงดิ แบบนี้ต้องหาเวลาไปเยี่ยมบ้าน เอาของฝากติดไม้ติดมือไปสักหน่อยแล้ว”
“เออ ๆ ไปนั่งเล่นเกมบ้านมันเลยดีกว่า!”
“เป็นความคิดที่ดี ไป ๆ”
ขอถอนคำพูด พวกเพื่อนเวร...
เขาสบถในใจก่อนจะรีบก้าวออกประตูไปอย่างรวดเร็ว
ลินน์เดินหลบเลี่ยงเหล่านักศึกษาที่เพิ่งกรูออกมาจากห้องประชุมพร้อม ๆ กัน พ้นประตูออกมาได้ก็เร่งฝีเท้าตรงรี่ไปทางรถไฟฟ้าที่เห็นอยู่ลิบ ๆ
ระหว่างเดินสวนทางเหล่านักศึกษาหลายกลุ่ม แต่ละคนมีโทรศัพท์มือถือประจำกายคนละเครื่องหรือสอง จึงไม่แปลกหากบทสนทนาเกี่ยวกับ Stream of Time จะแว่วเข้าหูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นข้อมูลเดิม ๆ อ่านวนกันนับสิบรอบ หรือคลิปเดิม ๆ ที่ดูวนกันเกินกว่าร้อยรอบ
ทว่าข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้บ่งบอกถึงรายละเอียดที่สำคัญของเกมแม้แต่น้อย ส่วนระบบ VR ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ก็ยังไม่ชัดเจน ยังไม่มีการนำมาใช้งานในวงการอื่น
ในฐานะของนักเล่นเกมคนหนึ่ง เขาเองก็สนใจในเกมดังกล่าวไม่แพ้ใคร แต่ด้วยสถานการณ์ของครอบครัวในปัจจุบัน เขาจึงไม่กล้าเทใจลงให้เกม SoT ค่อนข้างพยายามหลบเลี่ยงออกมาด้วยซ้ำ เพราะเกรงว่าหากหลวมตัวลงไปแล้วจะไม่สามารถถอนตัวได้...
สองปีก่อน... คุณพ่อล้มจากการทำงานหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล โดนสั่งห้ามทำงานหนักเพราะจะทำให้โรคหัวใจกำเริบ และการทำร้านอาหารนั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในงานที่หนัก เพราะจะต้องตื่นมาตรวจสอบสต็อกสินค้า ตระเตรียมวัตถุดิบ ทำความสะอาดร้าน หมั่นเช็กเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญอยู่เสมอ
พอลูกค้าเริ่มเข้าร้านก็ยังมีงานสารพัดรออยู่อีกมาก เริ่มตั้งแต่การต้อนรับ การรับออร์เดอร์ การทำอาหาร การเสิร์ฟ การจัดการเรื่องการเงิน การเก็บโต๊ะ และการส่งแขก
ยิ่งเป็นร้านขายดีที่ลูกค้ามาไม่ขาดสาย เรียกได้เวลาพักแทบไม่มี จนกระทั่งลูกค้าคนสุดท้ายเดินออกจากร้าน ก็ยังต้องทำความสะอาด เก็บกวาดกันอีกยกใหญ่จนถึงค่ำมืดดึกดื่น
นอกจากนั้นยังมีปัญหาการจ้างพนักงานในร้านที่จำเป็นต้องบริหารให้เหมาะสม เนื่องจากร้านของเขาเป็นเพียงร้านเล็ก ๆ คุณพ่อมีผู้ช่วยที่เชื่อใจได้เพียงไม่กี่คน พอล้มป่วยคุณพ่อรู้ดีว่าตนไม่สามารถเลี้ยงดูคนกลุ่มนั้นได้อีก จึงฝากฝังไว้กับร้านอื่นที่ตนรู้จัก
หากจะจ้างพนักงานใหม่ก็ต้องฝึกฝนพวกเขา แทนที่จะช่วยงานก็กลายเป็นการเพิ่มงานในช่วงแรก พอพนักงานพวกนั้นเริ่มเป็นงานก็เริ่มมีทางเลือกมากขึ้น แอบไปสมัครงานที่อื่น จากไปดื้อ ๆ ก็บ่อย จึงเรียกได้ว่าเป็นงานที่ต้องทำแบบไม่จบไม่สิ้น
และแน่นอนว่าคุณแม่ไม่สามารถรับภาระอันหนักอึ้งเหล่านั้นเพียงลำพัง เขากับน้องสาวก็ยังเรียนอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจหยุดงานร้านไว้ก่อน แล้วหันมาทำอาหารกล่องแบบระบุจำนวนต่อวันแทน ถึงอย่างนั้นรายได้ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี
เขาส่ายหน้า ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน สายตามองออกนอกหน้าต่างรถไฟฟ้า ผ่านสวนสาธารณะมาก็เห็นตึกโทรม ๆ หน้าต่างฝุ่นจับหนาเตอะ บ่งบอกว่าใกล้ถึงสถานีที่หมาย
เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นที่เขาทำงานอยู่ด้วยนี้เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของพ่อ จึงเสนอตัวเข้ามาช่วยตั้งแต่คุณพ่อล้มลงในคราวนั้น จากงานล้างจานพัฒนาเป็นเด็กเสิร์ฟ ก่อนจะเริ่มช่วยงานหลังร้าน ตระเตรียมวัตถุดิบ อาศัยครูพักลักจำ เรียนรู้วิธีการทำอาหาร การจัดการร้านมาก็เยอะ ที่สำคัญรายได้ก็แอบให้ในระดับเดียวกันกับพนักงานประจำ แม้ว่าเขายังเป็นนักศึกษาทำงานพาร์ตไทม์เท่านั้น
“เฮ้อ...” ลินน์ถอนหายใจยาว ทิ้งตัวลงนั่งที่บันไดปูนด้านหลังร้านเพื่อพักหายใจ ปลดผ้าขาวที่ผูกไว้ที่ศีรษะลงลงบนตัก เป็นเวลาสามทุ่มแล้ว...
เขาเงยหน้าขึ้นมอง แม้ท้องฟ้าจะมืด แต่ตัวเมืองโดยรอบยังสว่างไสวอย่างกับยังเป็นเวลากลางวัน ชีวิตในเมืองใหญ่ก็เป็นเช่นนี้
“เหนื่อยหน่อยนะวันนี้” คุณลุงร่างท้วมในชุดเชฟสีขาว เดินตามออกมาพร้อมหัวเราะร่า ใบหน้าแดงก่ำ ในมือมีขวดเหล้าที่กระดกไปแล้วเกือบครึ่งขวด
“ดูสุขภาพตัวเองหน่อยเถอะเชฟ อายุเยอะแล้วนา”
ลินน์สวนกลับหน้ายุ่ง สำหรับเขาแล้ว ช่วงที่ผ่านมาลุงดอน ก็ดูแลเขาราวกับเป็นพ่ออีกคนหนึ่ง และเขาก็ไม่อยากเห็นคนเป็นพ่อต้องล้มลงอีกครา...
“ยุ่งน่า” ลุงดอนตอบ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ “ที่บ้านเป็นไงบ้างล่ะ?” ลุงแกถามซื่อ ๆ เป็นการถามครั้งที่ 730 ตลอดระยะเวลา 2 ปีมานี้
พูดง่าย ๆ คือถามทุกวัน
“เรื่อย ๆ หมอบอกให้พ่อออกกำลังกายเบา ๆ อย่างต่อเนื่อง อาการก็ดีขึ้น... แล้วเห็นคุยกันว่า อาจจะขายร้านเพราะทำต่อไม่ไหว” ลินน์ตอบกลับ หดหู่ไม่น้อยที่ร้านเล็ก ๆ ซึ่งตนวิ่งเล่นมาตั้งแต่เด็กอาจต้องส่งต่อให้ผู้อื่นดูแล แต่ก็ยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล เพราะปล่อยไว้ก็เป็นเพียงภาระ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ การทำความสะอาด การตรวจสอบคุณภาพร้านอาหารให้ได้มาตรฐาน มูลค่าก็มีแต่จะตกลงทุกวัน ๆ
“ก็ดีแล้วนี่ จบไปแกก็คงไม่คิดสืบทอดร้านต่อหรอกใช่ไหม?”
ลุงดอนถามต่อเหมือนอ่านใจออก
“คงทำนองนั้น” เขาก็ไม่คิดโกหก ที่มาทำอยู่ร้านนี่ก็เพราะความจำเป็นเท่านั้น
“เออ แล้วหลังจากนี้อีก 6 เดือนแกจะทำไงต่อ?”
ลุงดอนเกาหน้าแกรก ๆ เหล่ด้วยความเป็นห่วง “หมายถึงข้าจะย้ายไปอยู่อเมริกาแล้วนา จะให้หาร้านให้ไหม?”
ลินน์ฟังแล้วก็ยิ้มกริ่ม “ลุงห่วงตัวเองเถอะ ปิดร้านกลับไปนอนได้แล้วมั้ง”
“บ๊ะ ไอ้เด็กปากเสียนี่” ลุงดอนสบถเอื้อมมือไปคว้าขวดเหล้าที่วางไว้ แต่กลับไม่ทัน โดนลินน์แย่งขวดเหล้าเจ้ากรรมไปต่อหน้าต่อตา ก่อนจะรี่เข้าร้านไปอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย ไอ้เด็กบ้า เอาชีวิตข้าคืนมาโว้ย!” ลุงแกตั้งสติได้ก็โวยลั่น ลุกขึ้นเปิดประตู วิ่งตามเข้าร้านไปติด ๆ
นี่เป็นชีวิตประจำวันแสนธรรมดาของเขาตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา และจะดำเนินต่อไปเช่นนี้อีกหกเดือน
วันเวลาไหลเวียนไปโดยไม่รอใคร ระหว่างที่เขากำลังยุ่งอยู่กับการเรียนและทำงานเสริมอยู่นั้นStream of Timeก็เปิดเซิร์ฟเวอร์อย่างเป็นทางการ กลายเป็นหัวข้อการสนทนาอย่างกว้างขวาง ชนิดที่ไปทางไหนก็มีแต่คนแชร์ประสบการณ์ออนไลน์ครั้งแรกในดินแดน‘TERRAVIA’
เวลา6เดือนไม่ทำให้กระแสของSoTนอกจากตกลง หากโหมกระแสแรงขึ้นทุกขณะ จากเริ่มต้นที่มีประชากรของประเทศไทยเล่นเพียง 10% ปัจจุบันมีผู้เล่นมากถึง 23% ของประชากรทั้งหมด
ขณะนี้... ลินน์และครอบครัว ยืนโบกมือไหว ๆ ให้ลุงดอนผู้ที่คอยสนับสนุนพวกเขามาตลอดสองปีครึ่ง
คุณลุงร่างท้วมหันกลับมาโบกมือตอบหลังจากเดินเข้าไปในเกตสนามบินด้วยหน้าตาแดงก่ำ น้ำตาไหลพราก พร้อมตะโกนเสียงดังอย่างกับตอนอยู่ในห้องครัว ทว่าเนื้อความกลับเต็มไปด้วยความห่วงใย “รักษาตัวด้วย ไอ้ลินน์!”
ทั้งที่ตนเองต้องเดินทางไปอาศัยอยู่ต่างประเทศที่มีสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ด้วยอายุปูนนี้ น่าเป็นห่วงกว่าแท้ ๆ
พวกเขารอจนกระทั่งดอนเดินหายลับตาไปกับฝูงชนที่เนืองแน่น หยุดยืนกันเงียบ ๆ จนกระทั่งพ่อตบบ่าเขาเบา ๆ มองด้วยสีหน้ากังวล
สมัยก่อน คุณพ่อเป็นเชฟขึ้นชื่อ มีประสบการณ์ทำงานในโรงแรมระดับห้าดาวมาแล้ว และตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านของตนเองเพราะอยากอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว พ่อที่คุ้นตาเขาคือชายผู้เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น แต่หลังจากล้มลงคราวนั้นบุคคลที่เปี่ยมไปด้วยพลังบวกคนนั้นก็เปลี่ยนไป...
“กลับกันเถอะ ลินน์”
คุณพ่อพูดเสียงค่อย เขาชำเลืองคุณแม่กับน้องสาวเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับคำ
ขณะขับรถญี่ปุ่นคันเก่ากลับบ้าน บรรยากาศในรถออกเหงา ๆ ทุกคนนิ่งเงียบไม่พูดจา ราวกับถูกกลืนกินไปกับฟ้ามืดด้านนอก ลินน์รู้ดีว่าที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะตนเอง เขาสัมผัสได้ถึงสายตาของทุกคนที่จ้องมาอย่างตึงเครียด ชวนให้เกร็งไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้
เขาเร่งแอร์รถให้แรงขึ้น หวังจะผ่อนคลายบรรยากาศอันหนักอึ้งลงได้บ้าง... แต่แน่นอนว่าแอร์ไม่สามารถช่วยอะไรได้ในภาวะเช่นนี้
“ไหง... ทำหน้าหดหู่กันขนาดนั้นล่ะครับ?” ในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ ถามออกไปตรง ๆ
ได้ผล เมื่อบรรยากาศโดยรวมดูเบาบางลงบ้าง
“ทุกคนเขาเป็นห่วงพี่น่ะสิ” น้องสาวพูดความในใจดื้อ ๆ
“ห่วงพี่นี่นะ ทำไม?”
เขายักไหล่ สายตาเหลือบมองน้องสาวทางกระจกหลัง
น้องสาวของเขายังอยู่มัธยมปลาย แต่ทั้งหน้าตา รูปร่าง การแต่งตัวเรียกได้ว่าอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยเต็มตัว นับเป็นสาวน่ารักที่ใครเห็นก็ต้องหลง ไม่เว้นแม้แต่พวกบ้าเกมอย่างเพื่อนของเขา... จะมีก็แต่เสียงแหวตอนไม่พอใจเท่านั้นที่แสบแก้วหู ชวนให้หงุดหงิดได้ไม่ยากนัก
“ลินน์ แม่รู้ว่าเราทำงานหนักเพื่อช่วยเรื่องรายจ่ายในครอบครัวมาตลอด...” คุณแม่เว้นคำพูดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “แต่... ลูกก็ยังเรียนไม่จบ ทำงานได้แค่พาร์ตไทม์ หากไปทำงานร้านอื่นอาจจะโดนกดราคาค่าแรงลง พวกเราก็ไม่ได้ลำบากจนต้องผลักดันลูกให้ทำงานหามรุ่งหามค่ำขนาดนั้น...”
“อ๋อ ถ้าเป็นเรื่องนั้นผมกะว่าจะหยุดทำงานพิเศษหลังจากลุงดอนไปอเมริกาอยู่แล้ว อีกอย่างผมก็ใกล้จะขึ้นปีสาม หลังจากนี้อาจต้องออกไปฝึกงานตามสำนักทนายบ้าง ทำงานร้านอาหารไม่ไหวหรอก” ลินน์ชำเลืองทางคุณแม่ที่นั่งข้างน้องสาวบ้าง คุณแม่มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย
คุณพ่อหัวเราะแห้ง ๆ
“ดีแล้วที่แกคิดอย่างนั้น พ่อวานเพื่อนให้ช่วยขายร้านแล้วไม่ต้องให้แกมานั่งอดหลับอดนอนทำงานหนักหรอก”
เป็นลินน์ที่หน้ายุ่งขึ้นมาฉับพลัน
“นี่พ่อประกาศขายไปแล้วเหรอ?รอมาขนาดนี้ยกเลิกก่อนดีกว่าไหม? ร้านเราทำเลนับว่าดี ได้ยินว่ามีบริษัทใหญ่มาเปิดใกล้ ๆ สักพักราคาคงขึ้นอีกแน่ ๆ”
“แต่ว่า ถ้าทำอย่างนั้น...” คุณแม่พูดอ้อมแอ้ม เหมือนไม่กล้าพูดต่อ
ลินน์ต้องถอนหายใจอีกรอบ หยิบโทรศัพท์ของตนปลดล็อกด้วยนิ้วมือ แล้วโยนกลับไปให้น้องสาว “เปิดแอป TradTrade ดูสิ แล้วลองดูเงินในบัญชี”
น้องสาวขมวดคิ้ว ก่อนจะลองทำตาม สักพักก็เหงื่อตก มือสั่นระริก “พี่ลินน์!” เธอตะโกนลั่นรถ “นี่พี่ไปทำอะไรมา? ขายไตเหรอ? สารภาพมานะ!”
“นี่แกจะบ้าหรือไง ยัยลันน์ เห็นพี่เป็นคนยังไงวะ!” ลินน์รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หู โวยกลับบ้าง
คุณแม่แปลกใจเลยชะเง้อมอง ก่อนจะเอามือปิดปากอุทาน “ตายจริง!”
“เดี๋ยวนั่นดูอะไรกัน?” คนเป็นพ่อเริ่มอยู่ไม่สุข แล้วก็ตาค้างไปอีกคนเมื่อน้องสาวยื่นโทรศัพท์มาให้ “นี่มัน... แกหาเงินพวกนี้มาได้ไง? อย่าบอกนะว่าไปแฮกบัญชีธนาคาร!?”
ลินน์ถึงกับตบหน้าผากที่ปวดจี๊ด ๆ ของตน ฟันขบกรอด อยากรู้นักว่าในสายตาคนอื่นเขาเป็นคนอย่างไรกันแน่ ขนาดครอบครัวยังมองติดลบขนาดนี้
“ตั้งแต่พ่อล้มในคราวนั้น ผมตัดสินใจขายไอดีเกมทั้งหมดของตัวเอง แล้วก็เอาไปซื้อหุ้นบริษัท FLOW ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนสร้างเกม Stream of Time น่ะสิ”
“อะไรนะ...?”
คนเป็นพ่อเหมือนยังตามสถานการณ์ไม่ค่อยทันนัก
“ช่วงแรกเริ่ม เกม Stream of Time ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แม้แต่ผู้ถือหุ้นเองยังมีข้อมูลจำกัด ราคาหุ้นของบริษัทจึงค่อนข้างต่ำ ทุนเริ่มต้นผมแค่สองแสนเอง ถ้าให้เอาเงินที่ขายไอดีเกมเก่า ๆ พวกนั้นมาใช้ แป๊บเดียวก็หมดแล้วใช่ไหมล่ะ?” ลินน์อธิบาย
“แกไปทำงานพิเศษเพราะไม่อยากใช้เงินส่วนนั้น...เหรอ?” คุณพ่อเพิ่งจะร้องอ๋อ
“ใช่สิ ผมไม่คิดว่าเป็นเรื่องเหนือบ่ากว่าแรงนัก ยิ่งได้ทำงานร้านลุงดอน เงินเหลือก็โยนลงหุ้น FLOW ไปเรื่อย ๆ จนมาถึงตอนนี้ มีเงินเก็บร่วมยี่สิบล้าน เกินคาดไปมาก... แต่ผมก็ยังไม่คิดจะขายอยู่ดี รู้ไหมว่าเมื่อเดือนก่อนบริษัทจ่ายเงินปันผลครั้งแรกตั้งแต่ตั้งบริษัท ให้ผู้ถือหุ้นตั้ง 4% แน่ะ เหล่านักลงทุนทั่วโลกเห็น% ปันผลเท่านี้คงรีบเข้ามาตะครุบกันอีก ราคาจะดีดไปขนาดไหนนะ? ฮะ ๆ ๆ” ลินน์อธิบายไปหัวเราะไปอย่างอารมณ์ดี
“แล้วที่ลูกกลับบ้านมาก็ทำหน้าอ่อนล้าตลอดเวลานั่นล่ะ...?” คุณแม่เปิดปากถามบ้าง
“ผมทำหน้าอย่างนั้นเหรอ...?”ลินน์เลิกคิ้วมองผ่านกระจกหลังด้วยความแปลกใจ “แต่ก็อาจจะใช่ ผมกลั้นใจไม่เล่นเกมมาตั้งนานแล้ว เพื่อนก็ชวนอยู่ได้ทุกวัน”
“ช่วงที่ Stream of Time เปิด มีข่าวผู้เล่นทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เห็นพี่ไม่สนใจ นึกว่าจะเลิกเล่นเกม...”
คราวนี้เป็นคุณน้องถามขึ้นบ้าง
“ไม่มีทาง พี่แค่หาทางจะเล่นเกมโดยไม่ต้องใส่ใจเรื่องอื่นเท่านั้น” ลินน์ยืนยันหนักแน่น ก่อนจะหันไปทางคุณพ่อที่นั่งข้าง ๆ “พ่อไม่ต้องห่วงเรื่องอดหลับอดนอนหรอก เพราะมันเป็นนิสัยผมที่ต้องเล่นเกมยันดึก ๆ ดื่น ๆ ก่อนนอนน่ะ” ว่าแล้วก็หัวเราะร่วนอย่างสบายใจอีกครา จนคนอื่นปวดหัวตึ้บ ๆ แทนกันหมด แต่บรรยากาศโดยรวมก็นับว่าผ่อนคลายลงมาก
ลินน์เห็นน้องสาวเริ่มยิ้มออก แม้ปากจะพูดบ่นไปเรื่อย... รอยตีนกาบนใบหน้าของพ่อแม่ก็คลายลงเล็กน้อย แม้ยังถอนหายใจกันอีกคนละชุดสองชุด
เขาแบบมือขอโทรศัพท์คืนจากน้อง แล้วกดคำสั่งเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเสียงของรถ พลันเพลงบรรเลงของเกมสมัยเก่าก็แว่วเข้าหู
นี่เป็นเพลงแบบที่เขาชอบที่สุด...เพราะมันทำให้สามารถดื่มด่ำไปกับเกมได้ แม้จะไม่ได้อยู่ในเกม...
รถคันเก่าพุ่งทะยานไปบนทางหลวงอย่างเงียบงันในลักษณะนี้ เนื่องจากสภาวะการจราจรคล่องตัว พวกเขากลับถึงคอนโดที่พักกันเกือบสองทุ่ม นับว่าเร็วกว่าที่คิด
สิ่งแรกที่ลินน์ทำหลังจากเข้าห้องของตนเองคือหยุดยืนมองสภาพห้องที่ยังเรียบร้อยทุกซอกทุกมุม... เพราะที่ผ่านมา กลับมาถึงก็เหนื่อยจนต้องรีบอาบน้ำเข้านอนทันที เช้ามาก็ต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อพาน้องสาวไปซื้อวัตถุดิบทำข้าวกล่องที่ขาดเหลือ สายหน่อยก็เข้ามหาวิทยาลัย...
ชีวิตประจำวันที่เข้มงวดทำให้ร่างกายอ่อนล้าเหลือประมาณ...แต่ก็นับว่าได้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าที่ต้องการตอนแรกมากนัก
เขาย่อตัวลงข้างที่นอน ก่อนจะลากกล่องอุปกรณ์VRรุ่นพิเศษสำหรับเล่น Stream of Time ที่บริษัทFLOW ส่งให้ผู้ถือหุ้นทุกคนเมื่อหกเดือนก่อน
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า ขณะที่มือของเขาบรรจงแกะพลาสติกหุ้มออกอย่างระมัดระวัง สิ่งที่อยู่ภายในนั้นคือหมวก VR สีดำคาดแดง มีตราบริษัทติดที่กรอบฝั่งซ้ายและคู่มือการใช้งาน
สำหรับคู่มือการใช้งานนั้นเป็นสิ่งที่เขาเมินโดยสิ้นเชิง เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาก็ได้อ่านข้อมูลของอุปกรณ์มาโดยตลอดอยู่แล้ว
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาเชื่อมต่อหมวกเข้าด้วยกันด้วยสายUSB ก่อนจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แล้วเริ่มinstallแอปพลิเคชันสำหรับเชื่อมโยงข้อมูล เห็นตัวเลขเริ่มวิ่งเริ่มจาก 1% ก็ดีดนิ้ว เพราะนั่นคือเครื่องหมายว่าเครื่องกำลังทำงาน จึงวางมันไว้บนโต๊ะ แล้วหันไปเปิดเครื่องปรับอากาศ
“ปล่อยให้รอมา 6 เดือน ให้รอต่ออีกครึ่งชั่วโมงคงไม่ต่างกันมั้ง” เขาพูดกับตัวเองก่อนจะหยิบผ้าขนหนูขึ้นพาดบ่า เดินเข้าห้องอาบน้ำไป
เนื่องจาก Stream of Time เป็นการร่วมมือกันของบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ทั้งห้าของโลก ย่อมไม่มีใครอยากเสียเปรียบใคร กฎข้อแรกในการร่วมมือกันพัฒนาคือSoTต้องเป็นเกมที่สามารถเล่นแบบCross Platformได้ หรือก็คือจะเล่นด้วยเครื่องเล่นชนิดใดก็ได้ ซึ่งรวมถึงโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แต่ความสามารถในการเล่นก็จะลดหย่อนกันไปตามศักยภาพของเครื่องนั้น ๆ แต่หากใครต้องการสัมผัสกับประสบการณ์ภายในโลกของ Stream of Time อย่างเต็มรูปแบบจริง ก็ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษจากทางบริษัทเท่านั้น
อุปกรณ์ที่ว่าคือ มีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่าVRss ซึ่งเจ้าVRss นี้ก็มีด้วยกันสองโหมดด้วยกัน หนึ่งคือระบบ VR พื้นฐาน ผู้เล่นยังคงตื่นอยู่ เครื่องเล่นจะ scan การเคลื่อนไหวของผู้เล่นในโลกความจริงแล้วนำไปแสดงในโลกของSoTเป็นโหมดที่เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการเล่นเกมไป ออกกำลังกายไป... เพราะมันเหนื่อยมาก...!
นี่เป็นคำแนะนำของผู้ที่เล่นมาก่อนได้รีวิวไว้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ
จะว่าไปก็เป็นโหมดที่น่าสนใจ เขาก็เคยเล่นเกม VR มาหลายเกม ส่วนใหญ่นั้น ระบบการเคลื่อนไหวก็ยังติด ๆ ขัด ๆ ไม่สมบูรณ์เท่าไหร่นัก สุดท้ายก็ต้องกลับไปเล่นระบบเดิม ๆ กันอยู่ดี แต่มันไม่เหมาะกับเขาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ และเตรียมจะเข้านอนแน่ ๆ
สำหรับโหมดที่สอง นับเป็นนวัตกรรมใหม่โดยแท้จริง เพราะเป็นการเชื่อมโยงประสาทรับรู้ของมนุษย์ให้เข้าไปโลดแล่นในเกมได้ ประหนึ่งได้รับชีวิตใหม่ในดินแดนTERRAVIAเขาเองก็ได้อ่านประสบการณ์ความประทับใจของคนอื่นมามาก แต่ก็ต้องกลั้นใจเอาไว้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
เวลานี้แม้จะอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ แต่หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นทุกขณะที่ได้สัมผัสกับอุปกรณ์ VRss ด้วยมือสั่น ๆ ของตน
สำหรับโหมดนี้มีผู้รีวิวเอาไว้ว่าเครื่อง VRss จะทำการฉายภาพเพื่อดึงความสนใจของเราไว้ในระหว่างเชื่อมโยงจิตใต้สำนึก ในครั้งแรกนั้นอาจใช้เวลาค่อนข้างนาน ก่อนจะสะกดจิตผู้เล่นให้เข้าสู่ภาวะ Lucid Dream ที่ผู้เล่นรู้สึกตัวในความฝัน แต่กระจ่างชัดยิ่งกว่า
ลินน์กลืนน้ำลายหยิบเจ้าหมวกนั่นสวมเข้าศีรษะของตนแล้วทิ้งตัวลงนอน จากนั้นโลกทั้งโลกก็มืดสนิทลง มีจุดแสงสีแดง ส้ม ม่วง กะพริบในระยะสายตาสลับกันไป จากนั้นก็ค่อย ๆ รวดเร็วขึ้นจนสายตาเริ่มตามไม่ทัน เขาเริ่มรู้สึกเหมือนร่างกายหน่วง ๆ แล้วค่อย ๆ ดำดิ่งสู่ความมืดอย่างช้า ๆ
สักพักจึงมีเสียงดนตรีเบา ๆ เปิดคลอชวนให้เงี่ยหูฟัง จากความมืดบอด ประสาทสัมผัสของเขาก็ค่อย ๆ กระจ่างชัดขึ้นทีละอย่างสองอย่าง ในที่สุดก็รู้สึกว่าเท้าสัมผัสลงสู่พื้น
พลันจุดที่สัมผัสนั้นก็สว่างวาบขึ้น กลืนกินความมืดทั้งหมดเอาไว้ สายลมหอบใหญ่พัดโชยพากลิ่นหอมของที่ไม่สามารถระบุลอยมาเตะจมูก ด้านหน้าของเขามีวงกลมเล็ก ๆ หมุนอยู่คล้ายหน้าโหลดของคอมพิวเตอร์ ด้านหลังเขียนว่า
‘เชื่อมต่อสำเร็จ 89%’
และกำลังวิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเต็ม 100%
‘ยืนยันผู้เล่น รหัสประจำตัว 111424522zy’
‘สภาวะความพร้อมของร่างกาย 97%’
‘สภาวะความพร้อมของจิตใจ 99%’
Code: ALL GREEN
หลังจากนั้นตัวหนังสือทั้งหมดก็หายไป เขาพบว่าตนเองยืนอยู่บนทางเดินสีขาว เบื้องหน้ามีหญิงสาวผมสีทองยาวประบ่า สวมชุดสีขาวสะอาดยืนยิ้มให้
“ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมทุนกับFLOW ทางเรามีของสมนาคุณเล็กน้อย ตอบแทนแด่ท่านผู้ไว้ใจเราอย่างถึงที่สุด” เธอกล่าวเป็นภาษาไทย แต่น้ำเสียงเหมือนหุ่นยนต์ เขารับรู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้าของเขาคือ NPC หรือก็คือตัวละครในเกมนั่นเอง
ลินน์ยิ้มรับ
“อะไรกัน? มีของแจกสำหรับผู้ถือหุ้นด้วยหรือนี่ เยี่ยมไปเลย”
เขาตื่นเต้นจริง ๆ ไม่นึกว่าจะได้รับสิทธิพิเศษตั้งแต่เข้าเกมครั้งแรกเช่นนี้
“ใช่ค่ะ คุณลินน์ ในดินแดนของTERRAVIA นี้ ผู้เล่นสามารถมีสิทธิในที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างได้ ขึ้นกับความสำเร็จของเหล่าผู้เล่นเอง แต่สำหรับเหล่าผู้ถือหุ้นของFLOWเราให้สิทธิในการจองที่ดินในเกาะเริ่มต้นได้อย่างอิสระ นอกจากนั้นสำหรับผู้ถือหุ้นเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป เราจะขอมอบบัตร‘Home Sweet’ให้อีกด้วย” เธอยังคงอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“บัตร Home Sweet คืออะไร?” ลินน์ถามต่อด้วยความใคร่รู้
NPC สาวปิดปากหัวเราะอย่างน่ารัก
“คือบัตรที่คุณลินน์สามารถนำไปยื่นให้ช่างไม้ทุกที่ในโลก เพื่อเรียกให้ไปก่อสร้างบ้านพื้นฐานบนที่ดินของคุณได้” ลินน์แทบจะกระโดดเมื่อฟังจบ
ที่ดิน...? บ้าน...?
แค่ฟังก็รู้แล้วว่าแพง... ตีเป็นเงินในเกมต้องแพงแน่ ๆ!!
“แล้วผมจะรับสิทธินั้นได้อย่างไร?” เขาถามต่อ
“เรื่องนี้ง่ายมากค่ะ เราได้ส่งมอบของสมนาคุณเหล่านั้นไว้ในช่องเก็บของแล้ว”
NPCสาวพูดเสียงใส ก่อนจะแปลกใจที่ลินน์ใช้นิ้ววาดรูปสี่เหลี่ยมกลางอากาศ เป็นสัญลักษณ์ของการเปิดช่องเก็บของอย่างคล่องแคล่วก็แปลกใจ
“เหมือนงานแนะนำข้อมูลพื้นฐานของฉันจะไม่จำเป็นเท่าไหร่สินะคะ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
ลินน์หัวเราะแหะ ๆ เมื่อเห็นบัตรรับสิทธิพิเศษทั้งสองชนิดอยู่ในกล่องเก็บของเรียบร้อยก็ปิดไปก่อน หันมาขยับร่างกาย เดินไปเดินมา หันซ้ายหันขวา
NPCสาวเห็นเข้าก็พึงพอใจ
“สมแล้วค่ะที่สามารถเชื่อมต่อระบบได้ 100% เต็ม มีคนไม่มากหรอกนะคะที่สามารถทำได้จากการปรับจูนครั้งแรก” NPCสาวพูดพลางเริ่มเดิน
“เอ๋ ปรกติไม่ 100% ก็เข้ามาเล่นได้เหรอ?” ลินน์เห็นเช่นนั้นก็เดินตามไปบ้าง
“ค่าเฉลี่ยพื้นฐานคือ 95% ค่ะ แต่เพียง 90% ก็สามารถเข้าสู่โลกของSoTได้แล้ว หากคุณผู้เล่นต้องการการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นก็สามารถไปพบทีมงานที่สาขาใดก็ได้ แต่เรื่องดังว่าไม่จำเป็นสำหรับคุณลินน์ค่ะ” หญิงสาวตอบทุกคำถามอย่างละเอียดยิบ
ลินน์พยักหน้าหงึก ๆ แสดงการรับรู้ หลังจากนั้นเขาเพียงเดินตามไปเงียบ ๆ สักพัก NPCสาวก็เริ่มออกตัววิ่งให้เขาวิ่งตาม มีสิ่งกีดขวางให้หลบเลี่ยงเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหากับเขาแม้แต่น้อย เข้าใจว่ามันคงเป็นระบบฝึกหัดของเกม ตลอดชีวิตการเล่นเกม เขาพบสถานการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
เพียงครู่เดียว พวกเขาก็วิ่งมาถึงปลายทางของถนนเส้นเล็ก สิ่งที่รออยู่คือวงเวทสีเงินที่วาดลงบนพื้นหินสีเทา มันส่องแสงจาง ๆ ขึ้นจากพื้น
“จากนี้คือเส้นทางที่จะนำพาคุณลินน์ไปสู่METRA เมืองที่เชื่อมโยงระหว่างความฝันและความจริงเอาไว้...”
NPC สาวพูดแล้วยิ้มหวานให้ “ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยนะคะ”
ลินน์หยุดกลืนน้ำลายอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกได้ว่าหัวใจของตนเองกำลังเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ หันไปสบตาสาว NPC ที่ยืนอยู่ด้านข้าง... เธอยังยิ้มรับรอส่งเขาด้วยสีหน้าเป็นมิตร
“ขอบคุณนะ แล้วพบกันใหม่” ลินน์พูดด้วยน้ำเสียงประหม่าก่อนจะเดินเข้าวงเวทไป
หญิงสาวปิดปากหัวเราะคิกคัก ก่อนจะโบกมือไหว ๆ
“คุณไม่อยากเจอมิลลี่ บ่อยนักหรอกค่ะ เพราะจะเจออีกครั้งคือคุณโดนแบนเท่านั้น”
“ฮะ...!”
ลินน์หุบยิ้มลงเป็นครั้งแรก อ้าปากจะพูดต่อแต่ก็ไม่ทัน มือที่เอื้อมไปข้างหน้าขณะเท้าไม่ติดพื้นทำให้เสียสมดุลและล้มลงหน้าทิ่มกับพื้นดิน
ตัวเลข 1 สีแดงเด้งขึ้นบนศีรษะ หลอดHP กะพริบเตือนเป็นเชิงบอกให้ระมัดระวัง... เขาไม่นึกว่าแค่หกล้มHP ก็ลดได้ด้วย!
ตริ๊ง!
เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมเครื่องหมายตกใจตรงหน้า จากนั้นจึงมีตัวหนังสือปรากฏ
‘ยินดีต้อนรับสู่ METRA ดินแดนของผู้เริ่มต้น’
‘คุณลินน์ ได้รับสิทธิพิเศษในการจับจองพื้นที่ของ METRA’
‘ได้รับภารกิจ: ที่ดินผืนแรก ผู้เล่นสามารถติดต่อผู้ใหญ่บ้านของเมือง METRA เพื่อขอรับที่ดินสำหรับผู้บุกเบิก’
‘ได้รับ achievement ที่ดินผืนแรก’
แค่หน้าสัมผัสพื้นทีเดียว แจ้งเตือนก็โผล่พรวดขึ้นมาขนาดนี้...
ลินน์ยันตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ เงยหน้าขึ้นจากพื้นดิน... ไล่ขึ้นมายังต้นหญ้าใกล้เคียง... ก้อนหิน... พุ่มไม้... และป้ายด้านหน้าเมือง METRA เหงื่อเม็ดเป้งก็ผุดขึ้นที่ไรผม
นี่น่ะหรือสมนาคุณพิเศษของผู้ถือหุ้น...?
เพราะเขามองไม่เห็นที่ว่างในเมืองสักนิด สิ่งเดียวที่เห็นคือบ้านหลังน้อยอย่างกับกด copy แล้วก็ paste วางเรียงกันจนละลานตา
เขาคิดออกเพียงคำเดียวที่สามารถบรรยายภาพตรงหน้าได้อย่างกระจ่างชัด...
“สลัมชัด ๆ”
นี่น่ะหรือคือความประทับใจแรกเริ่มที่ลือกัน...
*** คำเตือน ในเรื่องนี้ลินน์ซื้อหุ้นจนได้กำไรมหาศาลก็จริงอยู่ แต่ว่าในความเป็นจริงไม่ได้มีบริษัทในอุดมคติอย่างในเรื่องครับ ส่วนรายละเอียดหรือแง่คิดต่าง ๆ จะอธิบายต่อในบทถัด ๆ ไปน่อ เราไม่ได้เชิญชวนให้เล่นหุ้นนะ เอ้อ! (แต่โดยส่วนตัวมองว่าคนยุคใหม่ ศึกษาเอาไว้บ้างก็เป็นเรื่องที่ดีครับ!)