รหัสลับนักสลักรูน นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
ลมทะเลหอบใหญ่พัดเอากลิ่นเกลือโชยเตะจมูก เส้นผมสีดำไหวพลิ้ว กระทั่งร่างของเขายังถูกผลักดันจนซวนเซ เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งดังครืน ดึงความสนใจของชายหนุ่มให้เงยหน้าขึ้นมองทัศนียภาพโดยรอบ
จริงอยู่ที่ด้านหน้าของเขาคือหมู่บ้านจัดสรรของผู้เล่น แต่ด้านซ้ายมือของเขาคือโขดหินใหญ่ มีคลื่นใหญ่ซัดสาดละอองกระเซ็นระยิบระยับ ถัดออกไปคือหาดทรายสีขาว สะพานปลาที่มีเรือหาปลาจอดเทียบท่าอยู่หลายลำ และเด่นสะดุดตาด้วยเรือสำเภาลำใหญ่ มีกลุ่มคนที่น่าจะเป็นผู้เล่นรวมตัวกันอยู่บริเวณนั้นนับสิบ
จากความรู้พื้นฐานที่เขาอ่านผ่านตา ที่ตั้งของเมืองเมตรา METRA นั้นเป็นหมู่เกาะกลางมหาสมุทรโอเลียน (AOLEAN) ซึ่งแต่ละเกาะคือจุดเริ่มต้นของผู้คนในแต่ละภูมิภาค เพื่อมิให้เกิดความแออัดจนเกินไป เช่นเมืองเมตราที่เขายืนอยู่นี้ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของผู้เล่นในอาเซียน มีชื่อเรียกรู้จักกันโดยทั่วกันว่า SEA Start เป็นต้น
เสียงผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งผ่านระบบฝึกหัดของเกมดังเข้าหู บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นใหม่เพียงคนเดียวในละแวก บางคนก็มีจุดมุ่งหมายชัดเจน เดินตรงดิ่งเข้าเมืองไปทันที บางคนก็โบกไม้โบกมือ ตะโกนเรียกเพื่อน ๆ ที่มายืนรอรับ บรรยากาศดูคึกคักกว่าที่คิดเอาไว้มาก
ลินน์ยกมือเกาศีรษะแกรก ๆ พลางผ่อนลมหายใจ เห็นเหล่าผู้เล่นใหม่ที่กำลังตื่นเต้นกับบรรยากาศของเกม ก็เริ่มรู้สึกว่าตนคิดจุกจิกเกินไปมาก
เผลอไปให้ความหวังกับของแจกฟรีเมื่อหกเดือนก่อน เมื่อคิดกันตามหลักเหตุผล ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเขาเอง ที่ไม่ศึกษาสิทธิของผู้ถือหุ้นให้ดีแต่แรก
เขาตัดสินใจเริ่มออกตัวเดินช้า ๆ เพื่อทำความคุ้นเคยกับระบบให้มากยิ่งขึ้น และพอเข้าใกล้เมือง ที่ด้านหน้าของเขาก็ปรากฏหน้าต่างโปร่งใสโดยมีตัวหนังสือค่อย ๆ เลื่อนขึ้นจนอยู่ในระดับสายตา เขียนว่า
ภารกิจ:ยืนยันตน
แรกเริ่มสู่ดินแดน TERRAVIA สิ่งแรกที่นักผจญภัยสมควรทำคือ รู้จักตนเองและแสดงตัวตนให้โลกได้รู้จัก แต่เนื่องจากดินแดน TERRAVIA เป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ สำหรับผู้ต้องการหาความท้าทายใหม่ คุณมีทางเลือกที่จะไม่ทำการยืนยันตน ส่วนหนทางนั้นจงไขว่คว้าเอาเอง
*นี่เป็นโอกาสสุดท้ายในการยืนยันชื่อตัวละครของท่าน โปรดคิดให้ดี คิดผิดคงได้รีเซตไอดี
ด้วยปรารถนาดี จากทีมงาน SoT
ถึงจะมีคำเตือนพ่วงท้าย แต่สิ่งแรกที่เตะตาลินน์ก็คือ คำท้าทายจากทีมงานให้ผู้เล่นคิดแหกกฎเพื่อแสวงหาผลประโยชน์นอกเหนือจากภารกิจนี้
เกม SoT นั้นสร้างขึ้นด้วยแนวคิดที่ว่า เกมดำเนินไปตามทางเลือกของเหล่าผู้เล่น ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นมีอิสระในการเล่นเกม และภารกิจไม่ใช่ตัวกำหนดการเล่น แต่เป็นเสมือนไกด์ไลน์สำหรับผู้เล่น เพื่อให้สามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าคร่าว ๆ
เขาอาจจะเพิ่งเริ่มเกมนี้ก็จริง แต่ระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมาก็อ่านข้อมูลเกมมาบ้าง ผู้เล่นทุกคนจะต้องพบกับภารกิจยืนยันตัวนี้อย่างไม่มีข้อยกเว้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีคนจำนวนหนึ่งคิดว่าการปฏิเสธยืนยันตัว จะทำให้มีโอกาสพบภารกิจลับหรืออาชีพลับอะไรทำนองนั้น
ทว่าสิ่งที่คนเหล่านั้นต้องเผชิญ คือการกลายเป็นพวกนอกกฎหมายให้เหล่าทหารยามไล่จับ ส่วนใหญ่มักไม่รอดเงื้อมมือ จบลงที่ยืนยันตนจากในคุกเพื่อปรับทัศนคติ ส่วนที่รอดไปก็มีหมายจับติดตัว นานวันค่าหัวก็ยิ่งเพิ่ม โอกาสได้รับภารกิจลับก็ริบหรี่ลง เพราะเหล่า NPC ส่วนใหญ่จะปฏิเสธที่จะเสวนาด้วย การหาข้าวของเครื่องใช้ยังชีพกลายเป็นเรื่องยาก แทนที่จะได้ฝึกทำความเคยชินกับระบบในดินแดนฝึกหัด
ประการสุดท้าย ที่นี่เป็นเพียงเกาะหนึ่งกลางมหาสมุทรเท่านั้น หากไม่ขึ้นเรือสำเภาที่เทียบท่าก็ไม่อาจเข้าสู่ทวีปหลักได้ ทำให้ตัดเรื่องภารกิจต่อเนื่องที่ทวีปหลักไปได้เลย
ดังนั้นใครก็ตามที่ลองดีมักจบไม่สวยนัก โดนขังในคุกอยู่เป็นอาทิตย์ ค่าความเป็นมิตรกับNPCก็ลดลง ในเว็บบอร์ดของแต่ละประเทศต่างก็ลงความเห็นว่าเป็น ‘Trap’ ต่อให้มีความลับซ่อนอยู่จริง แต่ก็มีความเสี่ยงมากจนเกินไป ไม่ควรไปยุ่งด้วยโดยเด็ดขาด
ลินน์ตวัดมือปัดข้อความทิ้งไป ก่อนจะเดินดุ่ม ๆ เข้าหาNPC ด้านหน้าเมืองเมตราทันที แน่นอนว่าเขาไม่ต้องการติดคุกตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเล่นเกมนี้ อีกอย่าง...
“เจ้าคนจากโลกฝั่งตรงกันข้าม มาเร็ว ๆ มัวอืดอาดอยู่ได้ เสียเวลาคนอื่นเขา”
เขากำลังคิดเพลิน ๆ จึงเดินช้าไปหน่อย แต่ก็ต้องสะดุ้งโหยงกับเสียงตะโกนสั่งอย่างหงุดหงิดของยามในเกราะเหล็ก ณ จุดยืนยันตน
“หา...?”
เขาเหลียวซ้ายแลขวาดูก็พบว่าคนอื่นนอกจากเขา เดินตัวเกร็งเข้าแถวตามคำสั่งของยามกันหมด แต่ที่พิลึกคือNPCตรวจคนเข้าเมืองที่นี่ขึ้นเสียงตวาดใส่ อย่างกับเห็นผู้เล่นเป็นพวกต่างด้าวพยายามหลบหนีเข้าดินแดนอย่างไรอย่างนั้น!
“ยังจะมอง อย่าทำตัวมีปัญหาให้มากนัก!”นายยามยังตะโกนโหวกเหวก ใช้หอกโบ้ยชี้ดูน่าหวาดเสียวจนผู้เล่นอื่นต้องกระโดดหลบ
เขาชำเลืองพวกผู้เล่นเก่าที่รอเพื่อน ๆ อยู่หัวเราะขำขันกันยกใหญ่ก็พูดไม่ออก หมายความว่าทุกคนต้องเจอพนักงานต้อนรับไม่มี service mind แบบนี้เหรอ? คนสร้างเกมนี้ประสาทแล้ว!
คิดได้แต่ในใจ เขากระแอมเบา ๆ โบกมือตอบกลับ “เอาไงเอากัน ยังไงชาตินี้ก็คงได้เจอหน้ากันครั้งเดียวนี่ล่ะ”
“ว่าไงนะ!?” ลุงยามร้องลั่น
“ใครพูดอะไร? มีใครได้ยินอะไรด้วยเหรอ?” ลินน์ยักไหล่ เหลือบมองรอบ ๆ มีแต่เหล่าผู้เล่นที่เริ่มหัวเราะ ลุงยามเส้นเลือดขึ้นหน้าเดินตรงเข้าหา แต่จะทำอะไรได้
เขาเดินหลบข้างให้ ก่อนจะเดินตรงเข้าสู่ขั้นตอนยืนยันตนทันที เวลานั้นคิวที่ยืนเรียงกันก็หายเรียบแล้ว จึงมีเพียงเขาที่ยืนอยู่ด้านหน้าลูกแก้วตรวจสอบ และทหารอีกนับสิบที่ยืนรุมล้อมด้วยหน้าตาถมึงทึง ทว่าการยืนยันตัวก็เป็นไปได้ด้วยดีเพราะเขาไม่คิดจะเปลี่ยนชื่อลงทะเบียนแต่แรกแล้ว
ภาษาไทยคือ‘ลินน์’ซึ่งเป็นชื่อจริงของเขาเอง และชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้มาทุกเกมก็คือ‘Lynn’ส่วนหน้าตาตัวละครนั้นเขายืนยันตามข้อมูลบัตรประชาชน แล้วให้ทางเกมปรับแต่งกลับมาให้ สำหรับเทคโนโลยีปัจจุบัน บอกได้คำเดียวว่าดูสมจริง... ไม่อยากยอมรับว่าดูดีกว่าตัวจริงอยู่บ้าง... นิดหน่อย
“ขอบคุณครับ” ลินน์โบกมือให้ลุงยามและผองเพื่อน ก่อนจะเดินตรงแน่วเข้าเมืองสลัมของผู้ถือหุ้นไป พร้อมดีดนิ้วเรียกเมนูเกมขึ้นตรงหน้า
ใช่... ถ้าไม่ยืนยันตน ก็จะไม่สามารถเรียกเมนูหลักของเกมได้... มีคำถามว่าถ้าหลบหนีการยืนยันตัวไป สิทธิต่าง ๆ ที่ผู้เล่นควรได้รับก็ไม่ได้รับ
ถามจริงว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร การไล่ตามภารกิจลับในสภาพนั้นไม่ต่างจากงมเข็มในมหาสมุทรนักหรอก!
มือขวาของเขาเลื่อนดูคำสั่งที่สามารถใช้ได้ ภาพรวมก็เป็นหน้าต่างสถานะของเกมทั่วไป บ่งบอกถึงอาชีพAdventureซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของผู้เล่นทุกคน บ่งบอกค่าสถานะของตัวละคร ปัจจุบันค่าพลังชีวิต 50 ค่าเวทมนตร์ 10 และค่าความอ่อนล้า 10 ส่วนค่าสถานะอื่น อาทิเช่นพลังโจมตี พลังป้องกัน อื่น ๆ คือ 5
เมื่อเลื่อนลงมาสักพักก็พบกับช่องให้ใส่สกิลติดตัวที่ยังว่างเปล่า ช่องสกิลเรียกใช้ก็ยังไม่มีอะไรสักอย่างตามประสาผู้เล่นใหม่
สิ่งที่สะกิดใจก็พอมีบ้าง เพราะค่าความสัมพันธ์กับพวกยามประจำเมืองนับสิบกลายเป็น -10 ไปแล้ว
“เริ่มเข้าใจความรู้สึกของพวกที่อยากลองหลบหนีบ้างแล้ว มากวนกันก่อนแท้ ๆ”
เขาขมวดคิ้วเกาหน้าแกรก ๆ แล้วเลื่อนหาเมนูที่ต้องการ นั่นคือ ‘คำสั่งติดต่อสื่อสาร’
เมื่อพบคำสั่งที่ต้องการ เขาก็เรียกใช้ทันที รายชื่อในตารางยังคงว่างเปล่า พร้อมรูปแว่นส่องทางไกลตรงกลาง เมื่อเขาสัมผัสเจ้ากล้องส่องนั่น คีย์บอร์ดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เขาพิมพ์ชื่อ ‘YouMoronGoDie-Whahaha’ ลงไป... ไม่ทันไรระบบก็แสดงรายชื่อที่ค้นพบให้ แต่จะมีคนบ้าที่ไหนใช้ชื่อแบบนี้อีก
เมื่อกดรูปเครื่องหมายบวก ซึ่งเป็นการเพิ่มเพื่อนเสร็จ ชื่อเพี้ยน ๆ นั้นก็หายไปจากลิสต์ค้นหา แล้วไปปรากฏในรายชื่อเพื่อนแทน แสดงว่าหมอนั่นรับเพื่อนเขาแล้ว ไวจริง ๆ
และไม่ทันไร เครื่องหมายตกใจก็เด้งขึ้นตรงหน้า พร้อมตัวหนังสือเขียนว่า
‘ผู้เล่นYouMoronGoDieWhahahaต้องการใช้ระบบสื่อสารทางไกล ยืนยันการใช้งานหรือไม่?’
เขาเลื่อนนิ้วเลือกYESทันใดนั้นหน้าต่างรูปสี่เหลี่ยมก็ปรากฏขึ้น แสดงภาพของชายชาวเอเชีย ผมดำตัดสั้น ผิวขาวสะอาด ยื่นหนาเขามาจนเขาต้องกระโดดถอยหลังด้วยความตกใจ แต่หน้าต่างเจ้ากรรมก็เลื่อนตามจนเสียหลัก ล้มหัวฟาดพื้นปูนของเมืองเต็ม ๆ
“โอ๊ย!”
ถึงไม่ได้เจ็บจริงแต่ปากมันก็ตอบสนองไปเอง และคราวนี้เลือดลดไปตั้ง 2! “ทำอะไรของแกเนี่ย? ไอ้มัวร์!”
ความจริงเจ้านั่นเป็นคนไทยแท้ ๆ ชื่อจริงว่า เมธา ชื่อเล่น เมธ แต่ชอบใช้ชื่อในเกมยาวยืด คนในทีมเลยย่อชื่อให้เป็นมัวร์ หรือบางทีก็เรียก มั่ว ตามแต่ข้อมูลที่มันให้มา และเหมือนเจ้าตัวจะชื่นชอบในระดับหนึ่ง...
“ลินน์ นั่นแกตัวจริงใช่เปล่า แล้วนั่น...SEA start ไม่ใช่เหรอ? มาเล่นแล้วจริงดิ!?” นายมัวร์โหวกเหวกโวยวาย ดูจากฉากหลังแล้ว เจ้านั่นกำลังกระโดดโลดเต้นในห้องนอนตัวเองทั้งชุดเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น เขาลุกขึ้นนั่งแล้วใช้มือทาบหน้าผาก มองไปรอบ ๆ ยังดีไม่มีผู้เล่นอื่น
อยากบอกไปจริง ๆ ว่าช่วยอายหน่อยเถอะ ขอร้อง!
“เออ แล้วนี่ไม่ได้ติดต่อมาเพราะต้องการจะเซอร์ไพรส์ว่ามาเล่นเกมแล้วใช่เปล่า?” นายมัวร์เริ่มจะตั้งข้อสังเกต เดินกลับมานั่งที่เก้าอี้คอมพิวเตอร์หนังสีดำของตน
แสดงว่าเจ้านั่นใช้กล้องของคอมพิวเตอร์ ไม่ได้เข้าเกมผ่านระบบ VRss ขณะนั้นลินน์ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินต่อ หลบเข้าตรอกเลี่ยงผู้คนเพื่อหามุมคุยที่สะดวกกว่ากลางถนนใหญ่
“มีเรื่องจะถามหน่อยน่ะ” เขาเกริ่น “ฉันเพิ่งเข้าเกมมาเมื่อครู่นี้เอง อยากถามว่ามีเรื่องอะไรที่ต้องรู้เป็นพิเศษบ้างไหม?”
มัวร์ลูบคางยิ้มกริ่ม ถามกลับมา “แกศึกษาระบบของ SoT มาในระดับไหนแล้ว ลินน์?”
เขาส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่รู้อะไรมาก อ่านผ่าน ๆ”
อีกฝ่ายพยักหน้าหงึก ๆ
“คนละเอียดอย่างแกบอกว่าอ่านผ่าน ๆ หมายถึงรู้ในสิ่งที่คนทั่วไปควรรู้หมดแล้วสินะ...” คำพูดนั้นเหมือนพูดกับตัวเอง ก่อนจะผิวปากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สักพักสีหน้าขี้เล่นก็กลับมาจริงจังให้สมเป็นฐานข้อมูลของทีมขึ้นมาบ้าง
“เอาละแกรู้ใช่ไหมว่าเกมนี้ไม่มีเลเวล?”
เพื่อให้แน่ใจนายมัวร์ถามย้ำคำ ซึ่งลินน์ก็พยักหน้ารับ นี่คือความแปลกประหลาดของเกมที่ชื่อว่า SoT เพราะเจ้าเกมนี้ผู้เล่นจะไม่มีเลเวลตัวละคร ทำให้ผู้เล่นงงกันพักใหญ่ จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังเรียกว่าคลำทางกันอยู่...
“งั้นฉันจะบอกแกว่า ใช้ชีวิตของอาชีพ Adventure (นักผจญภัย) ของแกให้คุ้มซะ หาภารกิจปลดล็อกสกิลที่น่าสนใจมาให้หมด เดี๋ยวจะร่างข้อมูลแล้วส่งไปให้ทางเมล” คำพูดของมัวร์ ทำให้ลินน์เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิด เพราะเมื่อเกมนี้ไม่มีเลเวลตัวละคร สิ่งที่ทำให้เก่งขึ้นก็คือสายอาชีพต่าง ๆ ที่ทำให้ค่าสถานะตัวละครเพิ่มขึ้น และสกิลของสายอาชีพนั้น ๆ
ไกด์ทั่วไปมักจะเขียนเกี่ยวกับว่าผู้เล่นใหม่ควรเลือกสายอาชีพอะไร ไม่ใช่เป็นนักผจญภัยอ่อนด๋อยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
“ฟังนะ ระบบสายอาชีพเกมนี้น่ะโคตรซับซ้อนเลย ฉันจะขอสรุปคร่าว ๆ ให้แกก่อน” มัวร์เว้นวรรคนิดหนึ่ง “เมื่อแกไม่สามารถเพิ่มเลเวลตัวละครได้ สิ่งที่จะทำให้แกเก่งขึ้นได้ก็จะมี สกิลการเล่นเกม อุปกรณ์ของสวมใส่ต่าง ๆ สายอาชีพที่มีตั้งแต่อาชีพทั่วไป อาชีพหายาก อาชีพหาโคตรยาก อาชีพลึกลับ และอาชีพยูนีค หรือก็คือทั้งเกมมีเพียงคนเดียวที่จะได้สายอาชีพนั้น”
“ใช่ ได้ยินว่ามีคนได้รับอาชีพยูนีคไปคนแล้วนี่ โด่งดังอยู่พักนึงแต่ปัจจุบันหายสาบสูญไป...” ลินน์นึกถึงข่าวที่อ่านผ่านตามา...นั่นเป็นเรื่องเมื่อเดือนก่อน
มัวร์ยิ้มอย่างพึงพอใจ ราวกับคาดหวังว่าลินน์ต้องมีความรู้ระดับนี้อยู่จริง ๆ “ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่าอาชีพยูนีคน่ะยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่ว่า สายอาชีพสามัญก็สำคัญไม่แพ้กัน แกลองเปิดช่องสถานะตัวละครขึ้นมาดู ตอนนี้คงใส่สกิลติดตัวได้แค่สามถูกไหม?”
ลินน์พยักหน้า อีกฝ่ายก็เล่าต่อ “แต่พอแกเล่นไปเรื่อย ๆ จะมีภารกิจให้ทำเพื่อเพิ่มช่องสกิลที่ว่า ตอนนี้ฉันมี 11”
“เฮ้ย” ลินน์สะดุ้งโหยง เพราะนั่นจะเปลี่ยนแนวทางการเล่นเกมนี้ไปอีกรูปแบบหนึ่งเลย “หมายความใช้สกิลข้ามสายอาชีพได้?”
นั่นเป็นการคาดเดา...และเป็นการเดาที่แม่นยำจนเพื่อนต้องผิวปาก
“ถูกเผง เกมนี้แกสามารถเปลี่ยนอาชีพได้เรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละสายอาชีพก็จะมีสกิลที่แตกต่างกัน สกิลบางสกิลเป็นสกิลเฉพาะสายอาชีพนั้นๆ และบางสกิลก็สามารถเลือกใช้ได้แม้ว่าจะเป็นสายอาชีพที่ผิดแผกออกไป เช่นแกเล่นสายอาชีพโจร มีสกิลย่องเบาสามารถเดินได้อย่างไร้เสียง มีสกิลล้วงกระเป๋า หรือทำภารกิจเลื่อนคลาสขึ้นไปจนเป็นขุนโจร หรืออะไรเทือกนั้น ต่อมาแกกลับใจยกเลิกอาชีพโจร หันไปเป็นทหารที่อยู่ขั้วตรงกันข้าม...แกก็จะเป็นทหารที่มีสกิลโหด ๆ ของสายโจรอยู่ในมือแต่แรก”
“...” ลินน์ฟังแล้วก็เหงื่อตก มีคำถามหนึ่งผุดขึ้นในใจ และเขาก็ถามออกไปซื่อ ๆ “เปลี่ยนอาชีพนี่ไม่มีเงื่อนไขอะไรเลยหรือไงกัน?”
“มีสิ NPCที่เกี่ยวข้องจะไม่พอใจ บ้างก็คิดว่าแกทรยศ ตัวอย่างเดิม แกไปเป็นสายทหารแล้วเกิดไม่พอใจ อยากกลับมาเป็นโจรอีก คราวนี้ล่ะเรื่องใหญ่ เพราะภารกิจที่ได้รับจะยากขึ้นหลายเท่าNPC บางคนก็มองแกเป็นศัตรู อย่าหวังจะเดินได้สะดวก” มัวร์อธิบายความโหดของเกมSoT อย่างออกรส
“แกจะบอกให้ฉันฝึกสกิลของนักผจญภัยให้เรียบร้อยก่อนจะเลื่อนไปสายอื่น เพราะจะได้ไม่ต้องย้อนกลับมาว่างั้น” ลินน์สรุปสั้น ๆ เขาพอเข้าใจระบบคร่าว ๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว
“ใช่ ปัจจุบันเหล่าผู้เล่นมืออาชีพก็กำลังย้อนกลับมาไล่เก็บสกิลดีๆ ในสายอาชีพอื่น ก่อนจะกลับสายอาชีพที่ต้องการจริง ๆ อาทิอาชีพหายาก อาชีพลึกลับอะไรพวกนั้น หากใช้วิธีการนี้ล่ะก็ตัวละครจะเก่งกว่าเล่นสายอาชีพเดียวโดด ๆ มาก”
“หมายความว่าผู้เล่นที่ได้รับอาชีพยูนีคนั่นก็กำลังทำอย่างกับที่แกว่า...?” ลินน์ย้อนกลับมาประเด็นสำคัญอีกครั้ง
คราวนี้มัวร์เหลียวซ้ายแลขวาเพื่อดูว่ารอบ ๆ ตัวลินน์ไม่มีคนอื่นจริงๆ ก่อนจะพูดออกมา “ถูกซื้อไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทีมไหนได้ไป”
ลินน์ตั้งตัวไม่ทัน โชคดีเพื่อนอธิบายต่อทันที ไม่จำเป็นต้องคาดคั้น
“สายอาชีพยูนีคคือทั้งเกมมีได้คนเดียวถูกไหม? นั่นมีค่ามหาศาลเลยนะ ใครได้ไปสามารถทำคอนเทนต์เจ๋ง ๆ ได้เยอะเทียว สปอนเซอร์คงรีบวิ่งหา กลายเป็นคนดังในพริบตา... หรือไม่ก็เลือกขายต่อให้พวกโปรเพลเยอร์ที่รุมเข้ามาเสนอราคา กำเงินสด อยู่ดีกินดีไปทั้งชีวิตดีกว่า
ส่วนวิธีการ ก็ง่าย ๆ ขอข้อมูลการเปลี่ยนอาชีพมาโดยละเอียด พอเก็บสกิลสายอาชีพอื่นจนพอใจค่อยบอกให้เจ้านั่นสละสิทธิจากสายอาชีพยูนีค ที่เหลือก็แค่ทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพ กลายเป็นสุดยอดผู้เล่นอย่างเต็มภาคภูมิ”
ลินน์ถึงกับเหงื่อตก กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหมือนวงการเกมSoT นี่จะลึกกว่าที่เขาคิดไว้มากโข
“อีกอย่าง เหมือนว่าในเกมนี้จะมีสายอาชีพลับหลายอย่างที่เปลี่ยนได้จากนักผจญภัยเท่านั้นด้วยนะ ระหว่างไล่ปลดสกิลใช้งาน ถ้ามีดวงแกอาจเจอสายอาชีพพวกนั้นได้ ถึงมันจะทำให้การเล่นยากสักหน่อย แต่ก็นับเป็นข้อดีของผู้เล่นใหม่ที่ยังไม่มีโซ่ตรวนกับNPC สายอาชีพอื่นล่ะนะ” มัวร์พูดจบก็เอนกายพิงพนัก หยิบแก้วน้ำที่โต๊ะขึ้นจิบ ดูก็รู้ว่าพูดมากจนเริ่มเหนื่อย
นายมั่วของเรา...
“ขอบใจมาก พอจะเห็นภาพรวมขึ้นมาบ้าง เดี๋ยวจะลองไล่ทำภารกิจแถวนี้ดูก่อนแล้วกัน”
ลินน์พยักหน้าหงึก ๆ เปลี่ยนหัวข้อสนทนาบ้าง
“จริงสิแล้วแกกับคนอื่นเป็นไงบ้างล่ะ?”
มัวร์หัวเราะร่วน “ฉัน...กำลังประมูลของใช้อยู่ เล่นในคอมสะดวกกว่า ไอ้นันกำลังบ้ากับกาชาของมัน ฝึกสกิลตัวเองคงไม่พอ ซื้อบ้านอยู่เมือง Grundil แล้วเปิดกาชาไล่จ้าง NPC มาลองฝึกหาศักยภาพลับอยู่ เรียกว่ามีNPCจนตั้งกองทัพได้แล้ว ส่วนที่เหลือ ถ้าบอกว่าตอนนี้มีกิจกรรมประลองชิงรางวัลอยู่ คงไม่ต้องอธิบายเพิ่ม”
ลินน์หัวเราะแห้ง ๆ เขาพอมองภาพออก นันเป็นผู้เล่นสายเปย์ที่พร้อมจ่ายถ้ามีสิ่งที่ต้องการตรงหน้า ซึ่งเกมนี้ก็นับเป็นลูกผสม นอกจาก NPC ตามภารกิจต่าง ๆ แล้วยังมีการสุ่มจ้างNPCLimited Edition ของกิจกรรมต่าง ๆ ได้อีก น่าจะถูกใจเจ้านันไม่เบา
และ...ในทีมของเขาหกคน มีอยู่สามคนที่คลั่งการ PvP เป็นชีวิตจิตใจ เล่นเกมไหนก็ PvP ยับ PvP จนกว่าจะสลบคาจอ
แต่เกมนี้ดันเล่นตอนหลับได้ สวรรค์ของพวกมันแท้ ๆ
“เอาละไม่กวนแล้ว แกประมูลต่อไปเถอะ มีอะไรน่าสนใจส่งมาให้บ้างดิ”
ลินน์พูดทีจริงทีเล่น อีกฝ่ายก็หัวเราะร่วนรับปากเป็นมั่นเหมาะ
“จริงสิ ในไกด์ของผู้เล่นใหม่มักแนะนำให้แกไปจ้างทหารรับจ้างมาช่วยทำภารกิจ หรือล่าบอส แต่ฉันอยากจะบอกว่าNPCพวกนั้นก็ต้องกิน ต้องใช้ ต้องจ่าย ของก็ต้องหาให้อีก เอาตัวให้รอดก่อนดีกว่า”
“Copy that.”
ลินน์ขานรับหนักแน่น เลียนแบบพวกทหารรับจ้าง ทั้งคู่หัวเราะร่า ปิดบทสนทนาอย่างครึกครื้นเช่นนั้น เขารู้สึกว่าทำถูกแล้ว ที่ติดต่อนายฐานข้อมูลเป็นคนแรกหลังจากเข้าเกม
ถึงเขาจะอ่านข้อมูลมาบ้าง แต่อย่างไร การเรียนรู้จากผู้เล่นที่เล่นเกมนี้อย่างจริงจังมาตลอด ย่อมได้มุมมองความคิดที่แตกต่างเสมอ
เวลานี้สมองของเขาเริ่มวางแผนการเล่นเกมขึ้นมา และเส้นทางข้างหน้าก็เริ่มกระจ่างชัดขึ้นเรื่อย ๆ
“เอาละเริ่มต้นด้วยการหาผู้ใหญ่บ้านก่อน บางทีอาจมีภารกิจอะไรแนะนำได้บ้าง” ลินน์ยืดเส้นยืดสาย แล้วเดินออกจากตรอกซอย เมื่อเข้าสู่เส้นทางหลักก็เริ่มออกตัววิ่งเหยาะ ๆ เพื่อดูระบบความเหนื่อยของเกม พร้อมสอดส่องทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ
เมืองเมตราที่แท้จริงเป็นเมืองท่าเล็ก ๆ มีบ้านอยู่แค่หลักสิบหลัง มิได้ใหญ่โตอะไรนัก ที่ดูรกก็แค่รอบนอกที่เป็นบ้านของเหล่าผู้เล่นเท่านั้น เมื่อหลุดพ้นจากสลัมมาได้ถนนเส้นหลักก็พาเขาเข้าสู่วงเวียนใจกลาง ซึ่งมีร้านรวงตั้งอยู่หลากหลายชนิด ตั้งแต่โรงแรม ร้านขายอาหาร ยารักษา จนถึงอาวุธและเครื่องสวมใส่ หลังจากนั้นจึงเป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของ NPC สะพานปลา ท่าเรือ
ด้วยประสบการณ์ในการเล่นเกมประเภท Role Playing หรือที่เรียกกันว่า เกมภาษา มาเยอะ มองเพียงปราดเดียวเขาก็พอจะเข้าใจสภาพโดยทั่วไปและแผนผังของเมือง
ขณะนี้สายตาของเขาหยุดลงที่ลุงร่างท้วมในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีขาว และสวมเสื้อกั๊กสีน้ำตาลทับอีกชั้น หน้าตาใจดี คิ้วขาวดก สวมหมวกตกปลาสีน้ำตาลเข้ม เดินคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับเหล่า NPC อยู่บริเวณวงเวียน สันนิษฐานได้ว่าเป็นผู้ใหญ่บ้าน
เขาเดินตรงดิ่งเขาหา พร้อมบัตรจองกรรมสิทธิ์ที่ดินในมือ
“สวัสดีครับ”
ลินน์โค้งให้ตามมรรยาท ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ทว่า...
“ชิ” ลุงแกสบถอย่างไม่ปิดบังความขุ่นเคือง ป้าร้านอาหารที่อยู่ด้วย อยู่ ๆ ก็เดินหลบหน้า หนีไปเสียฉิบ “คนจากฟากนู้นอีกแล้ว แถมยังมีหนังสือสิทธิ มาอะไรป่านนี้?”
ลินน์หน้าซีด ไม่คิดว่าลุงใจดีเมื่อสักครู่จะเปลี่ยนท่าทีได้รวดเร็วปานโกหก และเขาไม่ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตร...
ไม่ได้คิดไปเองแน่ ๆ
หรือว่าพวกทหารยามจะมารายงานเรื่องที่หน้าประตูแล้ว!?
“เอ่อคือ ผมอยากถามว่าบัตรนี้ยังใช้ได้ไหม?”
ลินน์ถามอย่างหวาด ๆ ลุงผู้ใหญ่บ้านเหลือกตาซ้ายมอง ดูแล้วหลอน ๆ ชอบกลจนเขาเผลอกลั้นหายใจ
“ได้ แต่อย่างที่เห็น” ลุงผู้ใหญ่พูดแล้วทำชี้นิ้วโป้งไปในฝั่งที่ตรงกันข้ามกับท่าเรือ...ลินน์เห็นภาพนี้แต่แรกแล้ว แต่ก็ยังมองตามอยู่ดี
บ้านเรียงกันเป็นพรืด ไปจนถึงเชิงเขาลิบ ๆ โน่น ไกลกว่าเส้นทางที่เขาเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อสักครู่อย่างเทียบไม่ติด...
“แสดงว่าผมสามารถจองได้หลังจากบ้านหลังสุดท้ายเป็นต้นไป...” ลินน์หัวเราะแหะ ๆ ในใจแอบหวังว่าอีกฝ่ายจะช่วยแนะนำให้บ้าง แต่รู้สึกว่าจะไม่...
“ต่อจากบ้านก็มีที่ดินติดจอง เอ็งไปเดินหาที่ว่างเอาเอง แล้วค่อยกลับมาหาข้า” ลุงผู้ใหญ่โบกมือไล่ซึ่ง ๆ จนลินน์หน้าเสีย
“เดี๋ยวก่อนครับ ผมขอถามหน่อยว่าที่ดินนี่ช่วยอะไรได้บ้าง?” ลินน์กลั้นใจถามต่อ
ผู้ใหญ่บ้านเงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบ “ไปถามพวกฝั่งนู้นเอาเองสิ ถามอะไรข้า”
เขาเริ่มรู้สึกว่าบทสนทนาคงไม่ไปไหนแน่จึงเปลี่ยนประเด็น “แล้วผมขอไปใช้สิทธิที่เมืองเมตราอื่นได้ไหม?” เขาเริ่มรู้สึกว่าที่นี่ไม่เป็นมิตรจนเกินไป ให้รับสิทธิที่นี่ดูจะสิ้นคิดเกินไปสักหน่อย แต่ไม่รับสิทธิเลยก็เสียของ นอกจากนั้นยังมีเมืองเมตราของโซนอื่น ไม่ว่าจะเป็นของอเมริกา อเมริกาเหนือ ต้นกำเนิด หรือยุโรปอยู่อีก ซึ่งเขาอาจจะได้รับการต้อนรับดีกว่านี้ก็เป็นได้
ลุงผู้ใหญ่แสยะยิ้มเย็น และคำตอบที่ได้รับกลับมาไม่ใช่ ได้หรือไม่ หากเป็น... “ด้วยความยินดี” นั่นกระตุกต่อมฉุนของเขาอย่างจัง
“นี่ลุง ทำไมต้องขับไล่ไสส่งกันขนาดนั้น ไร้เหตุผลสิ้นดี” เขายิงคำถามกลับตรง ๆ นั่นสร้างความแปลกใจให้กับลุงผู้ใหญ่พอสมควร
ทว่าผิวขาว ๆ ของลุงแกเริ่มขึ้นสีเลือด หน้าผากมีเส้นเลือดขึ้น ดวงตาจ้องถมึงทึงไม่กะพริบ กราฟิกเกมนี้สมจริงจนเขาเริ่มรู้สึกกลัว
ขณะนั้นเองที่ลุงแกใช้มือสั่น ๆ ของตนชี้ออกไปใส่หน้าจนเขาต้องถอยหลังหนี ก่อนจะตวัดไปอีกทางหนึ่ง “คนจากฝั่งนู้นก็เหมือนกันหมด มาถึงถามแต่เรื่องผลประโยชน์ หวังขูดรีด โก่งราคา ทำลายข้าวของ ขี้เกียจ เกี่ยงงาน แถมยังทิ้งขยะไปทั่ว แกแหกตาดูเอา ยังไม่ทันขาดคำเห็นไหม!?”
ลินน์มองตามนิ้วชี้ของลุงไป...
และสิ่งที่เขาเห็นคือพวกผู้เล่นใหม่ เดินค้นร้านค้าของพวกNPCโดยไม่ถามไถ่สักคำ พอโดนปฏิเสธขายของก็เริ่มโวยวาย ส่วนขยะที่ขายไม่ได้ หรือเก็บมาเกินก็เททิ้งมันตรงหน้าร้าน รกไปหมด...
“ชิท” ลินน์สบถกับตัวเอง ก่อนจะกลืนน้ำลาย หันกลับมาทางลุงผู้ใหญ่
“ผมพอเข้าใจอยู่ แต่ทำแบบนี้ไม่ถูก ผมยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย คนดี ๆ ก็มี เหมารวมไปไหม?”
“ก็เห็นเหมือนกันหมด จบธุระแล้วไปไหนก็ไป ไปเกาะอื่นเลยไป๊ ชิ่วๆ”
ไม่ว่าเปล่า ลุงแกหยิบถุงผ้าที่สะพายข้างเอวออกมา แล้วกำผงทรายสีขาวสะอาดสาดใส่จนเขาต้องหลบ หรี่ตาดูมันคือเกลือ...เกลือ!?
มีสาดเกลือส่งด้วย นี่มันสาปส่งให้เกมนี้เขาพบแต่เกลือเหรอครับ!?
ทันใดนั้นก็มีหน้าต่างเด้งเตือนของเขาที่ยืนเซ่ออยู่ใจกลางเมือง ความว่า
*ภารกิจพิเศษสำหรับผู้เล่นใหม่ทุกท่าน ความสัมพันธ์ระหว่าง NPC และผู้เล่นในMETRA SEAอยู่ในขั้นวิกฤติ และNPCจะไม่ให้ภารกิจใด ๆ ทั้งสิ้น จะมีใครสักคนไหมที่จะช่วยคลายความตึงเครียดนี้ได้
“...”
ลินน์ยืนมองไล่หลังลุงร่างท้วมเดินจากไปอย่างเงียบงัน เขาพูดไม่ออกจริง ๆ นี่เป็นประสบการณ์ในเกมออนไลน์ที่แปลกใหม่มาก...มากเกินไป
ใครบางคนโบกมือให้ไหว ๆ ตะโกนบอกด้วยความห่วงใยว่า “ไม่ต้องไปทำมันหรอก เควสบ้านั่น ไปทวีปหลักเลยดีกว่า”
ว่าไปก็มีเหตุผล และเป็นความจริงที่เล่นทีหลังก็มีข้อดีอยู่บ้าง แต่หลัก ๆ คือเริ่มต้นช้ากว่านะ แล้วมันใช่เรื่องไหมที่จะต้องมาเช็ดขี้ให้พวกที่เข้ามาเล่นก่อนเนี่ย!?