รหัสลับนักสลักรูน นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
ถ้ำสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง เป็นสัญญาณบอกว่าเหลือเวลาให้คิดและตัดสินใจไม่มาก
ลินน์หยิบ ‘ประกายดาวจรัสแสง’ ออกจากช่อง กวาดหินกรวดถมกลับที่เดิม เพื่อปิดบังร่องรอยการขุด แล้วรีบวิ่งตรงเข้าหารอยแยกที่เคลื่อนตัวปิดลงอย่างช้า ๆ ด้านหญิงสาวที่อยู่ในอารามตกใจ เห็นอีกฝ่ายออกตัววิ่งก็ตั้งสติได้จึงเริ่มวิ่งบ้าง
ทั้งคู่เพิ่มความระมัดระวังขึ้นจนถึงขีดสุด และพยายามวิ่งเว้นระยะห่าง เพื่อคอยดูทีท่าของอีกฝ่ายว่าจะมีใครเปิดฉากโจมตีหรือไม่... หากพูดไป SoT ก็คือเกมที่เน้นทำสงคราม เรื่องการ PK แย่งชิงทรัพย์สมบัติหรือการทำภารกิจต่าง ๆ จากคนที่ไม่รู้จักนับเป็นเรื่องปรกติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจลับที่ยังไม่มีใครรู้ นับเป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าก็ว่าได้ เพียงแค่มูลค่าของข้อมูลยังมีราคาสูงจนน่าตกใจ
ครืน... ตึง...+
เสียงหินผาขยับปิดตาย การสั่นไหวหยุดสนิท เช่นเดียวกับแสงสว่างที่ไม่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด สิ่งที่รู้คือตนเองมิใช่คนเดียวที่อยู่ในถ้ำ เพราะเสียงหายใจของอีกคนที่ดังระรัวจนกลบไม่มิด
สำหรับลินน์ นี่เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างแย่ ที่ผ่านมาเขาค่อนข้างระมัดระวัง ซุกซ่อนทุกเบาะแสที่อาจทำให้คนอื่นตามรอยได้ ขนาดหินปูทางเดินที่สลักคำของ ‘ชานาเรีย’ เขายังนำไปวางสลับกับก้อนอื่นด้วยซ้ำ ไม่นึกว่าพอเจอทางลับ กลับมีบุคคลอื่นมาพบเข้าแบบนี้ได้...
“คุณตามผมมาตั้งแต่เมื่อไหร่...?” ลินน์ตัดสินใจเอ่ยถามท่ามกลางความมืดมิด
“ก็... ตั้งแต่เมตราแล้วล่ะ...” หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบ
“แล้วตามมาทำไม...?” ลินน์ยังคงทำเสียงขุ่นถามต่อ
“เห็นคุณทำตัวแปลก ๆ ก็เลยสงสัย...”
เธอตอบตามจริง... แต่ไม่จริงทั้งหมด ตอนแรกก็แค่คิดจะแก้เผ็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ พอเจอตัวเข้าจริง ๆ ความสงสัยก็เข้าครอบงำ และพอลองตามมาดู ใครจะไปคิดว่าจะเจอเหตุการณ์สำคัญขนาดนี้เข้าให้
เธอรู้ดีว่าการจะตามหาเบาะแสภารกิจลับจนเจอมิใช่เรื่องง่าย จึงพอจะจินตนาการออกว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดเปิดเผยให้ใครรู้ง่าย ๆ
ในสายตาของเขา คงมองเธอว่าเป็นพวกชุบมือเปิบ จ้องฉกชิงรางวัลลับที่ซุกซ่อนแน่ ๆ แต่เธอก็ไม่สามารถหักห้ามใจ ปฏิเสธความอยากรู้อยากเห็นของตนเองได้เช่นกัน
ทั้งคู่นิ่งเงียบ จมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองพักใหญ่... จนกระทั่งลินน์ดึงคบไฟออกจากช่องเก็บของ ถือไว้ด้วยมือซ้าย และถือดาบไว้ด้วยมือขวา
หญิงสาวนึกว่าอีกฝ่ายคิด PK ปิดปากจึงกระโดดถอยหลังทิ้งระยะออกมา พร้อมเตรียมธนูของตนให้พร้อม... ทว่าลินน์กลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ช่วยไม่ได้ คงต้องไปต่อทั้งแบบนี้” ลินน์บ่นปนสบถ
“เชื่อ... ด้วยเหรอคะ...?” เธอลองถามหยั่งเชิง หากอีกฝั่งกลับยักไหล่
“เชื่อก็โง่แล้วครับ แต่นี่น่าจะเป็นทางที่ดีสุดก็เท่านั้น” ลินน์ยังคงหน้าบูดกับความผิดพลาดของตนเอง ยืนมองหญิงสาวเงียบ ๆ อีกครู่หนึ่ง พลางคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอีกรอบ
ที่ผ่านมาเขาอาจจะเผลอผ่อนคลายความระมัดระวังลงเล็กน้อยจริง แต่ก็ยังเชื่อว่าผู้เล่นระดับทั่วไปบนเกาะเริ่มต้นคงตามรอยเขาไม่ได้แน่ ๆ การที่เธอติดตามมาได้โดยเขาไม่รู้สึกตัวสักนิด จึงทำให้พอคาดเดาฝีมือของอีกฝ่ายได้ในระดับหนึ่ง...
เธอไม่ใช่ผู้เล่นใหม่ แต่เป็นผู้เล่นที่มากประสบการณ์คนหนึ่ง
การต่อสู้กับเธอไม่สามารถการันตีชัยชนะ และถ้าเขาแพ้ขึ้นมา... เธอล่วงหน้าไปก่อน เขาจะไม่มีโอกาสรู้อีกเลยว่าเธอได้อะไรจากถ้ำนี้ไปบ้าง
ในทางกลับกัน ถ้าเขาสู้จนชนะ หล่อนก็อาจไปตามพรรคพวกมา หรือโพนทะนาขานต่อวีรกรรมของเขา ต่อให้ทำภารกิจคนเดียวจนสำเร็จแล้วอย่างไร คนอื่นก็ต้องมองเขาเป็นเป้าหมาย จากนี้คงเคลื่อนไหวได้ลำบาก มีแต่เสียกับเสีย
เทียบกับการปล่อยให้หล่อนร่วมทางได้ด้วยง่าย ๆ อย่างน้อยเธอก็คงไม่หือไม่อือมากนัก เพราะอย่างไรเขาก็ยังกุมความลับส่วนใหญ่เอาไว้ และในสถานการณ์ที่เลวที่สุด หากเธอกล้านำข่าวไปเปิดเผย เขาก็จะไม่ตกเป็นเป้าสายตาเพียงลำพัง
พอตกลงปลงใจได้เขาก็ไม่คิดลังเลอีก หันหลังให้หล่อนแล้วเริ่มออกตัวเดินโดยไม่พูดอะไรเพิ่ม ด้านหญิงสาวเห็นท่าทีของลินน์ก็แปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่คิดทักท้วงใด ๆ เลือกเดินตามไปเงียบ ๆ
เนื่องจากในดันเจี้ยนจะไม่มีแผนที่ให้ในระบบแบบเกมอื่น และบนเกาะเริ่มต้นยังไม่มีทักษะเกี่ยวกับการเขียนแผนที่ให้ ลินน์จึงไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องวาดแผนที่คร่าว ๆ ขึ้นมาใช้ไปพลาง ๆ แต่ว่าทางเดินในถ้ำกลับวกวนกว่าที่คิด เดี๋ยวเลี้ยวซ้าย เดี๋ยวก็หลบขวา แม้ไม่มีทางแยกสักพักก็เริ่มหลงทิศ เส้นทางก็เดินยาก บางแห่งเป็นร่องเล็ก ๆ ต้องมุดผ่านไป อุณหภูมิลดลงจนหายใจเป็นไอ ซึ่งมิใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ พอลองเปิดแผนที่ระบบดูก็พบว่าขณะนี้พวกเขาอยู่ในพื้นที่ของทะเล
เขายิ้มเจื่อน ๆ อยู่ครู่หนึ่งจึงล้มเลิกการเขียนแผนที่ แล้วหันมาเพิ่มความเร็วแทน จนกระทั่งถึงทางเดินลงที่ชันจนดูคล้ายหลุมที่มองไม่เห็นก้น ทางเดียวที่จะไปต่อคือไต่ลงไปข้างล่าง แต่ปัญหามิได้อยู่ตรงนั้น... หากเป็นเสียงที่ดังก้องมาจากระยะไกล...
พอลองเงี่ยหูฟังให้ละเอียด ได้ยินเสียงน้ำไหล...
และเสียงฝีเท้าหนักของสิ่งมีชีวิตบางชนิด จำนวนไม่อาจระบุ แต่ตัวคงใหญ่ประมาณหนึ่ง
หากถ้ำยังเป็นแบบที่ผ่านมา ก็ไม่น่าจะกว้างพอให้หลบเลี่ยงผ่านไปได้แน่
“ฉันคิดว่าน่าจะเป็นมอนสเตอร์ประเภทโกเลมค่ะ ค่อนข้างยุ่งยาก ทางที่ดีเราควรหาทางหนีทีไล่เอาไว้บ้างนะคะ”หญิงสาวเห็นอีกฝ่ายเงียบอยู่นานจึงออกความเห็นบ้าง
“ทางหนีทีไล่เช่นอะไรบ้างครับ?”เมื่ออีกฝ่ายเสนอความคิดเห็น ลินน์ก็ไม่คิดปล่อยผ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นเก่าที่มีประสบการณ์
หญิงสาวยิ้มบางเมื่อเห็นอีกฝ่ายคุยด้วยง่าย ไม่ได้คิดคัดค้านอะไร จึงเปิดช่องเก็บของขึ้นมา แล้วนำเชือกใหญ่ที่ผูกปมเอาไว้เป็นระยะ ๆ ออกมาสองเส้น
“งี้นี่เอง จะได้ปีนหนีได้ง่าย ๆ สินะครับ”
ลินน์เห็นเข้าก็ร้องอ๋อทันที นั่นเป็นวิธีง่าย ๆ แต่เขากลับลืมนึกถึง แถมเชือกที่เธอเตรียมไว้ก็มีขนาดเกือบเท่าแขนเด็ก ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป สมแล้วที่เล่นเกมนี้มานาน ขนาดอยู่เกาะเริ่มต้นยังไม่ลืมเตรียมข้าวของเครื่องใช้ไว้ครบ
หญิงสาวพยักหน้ารับง่าย ๆ
“ที่สำคัญ หากศัตรูเป็นโกเลมจริง ส่วนใหญ่ก็ปีนขึ้นมาบนนี้ไม่ได้ แต่พวกเราสามารถโจมตีลงไปได้อยู่ ฉันว่าแบบนี้น่าจะปลอดภัยกว่านะ”
“คุณเตรียมการมาดีทีเดียวนะครับ จริงสิผมขอถามชื่อหน่อยได้ไหม?” ลินน์ลองหยั่งเชิง พอถามถึงชื่อขึ้นมา อีกฝ่ายก็ส่อพิรุธ เกร็งขึ้นมาทันที
“คุณน่าจะเห็นชื่อของฉันจากAnalysisอยู่แล้วนี่คะ”เธอตอบกลับอ้อม ๆ
“ผมคิดว่ามันค่อนข้างเสียมรรยาท ถ้าจะเรียกชื่อกันโดยไม่ถามก่อน” ลินน์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะยิ้มละไมให้ “แต่ผมเองก็เสียมรรยาทเหมือนกันที่ไม่แนะนำตัวก่อน ลินน์ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” เขาพูดต่อจนจบพลางยื่นมือออกมาข้างหน้า
นั่นทำให้หญิงสาวลังเล สลับมองที่ใบหน้ากับมือที่ยื่นออกมาให้ สีหน้าแสดงความลำบากใจออกมาอย่างปิดไม่มิด... แต่นั่นมิได้เกิดจากความรู้สึกรังเกียจแม้เพียงน้อยนิด
“ฉัน... Mazurka ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอพูดอ้อมแอ้ม ก่อนจะจับมือด้วย นี่อาจเป็นเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิตที่เธอจับมือกับผู้ชาย แม้จะรวมทั้งชีวิตภายนอกและในเกมไว้ด้วยกันก็ตามที
ลินน์ผละออกมา รับเชือกจากหญิงสาวแล้วนำไปผูกไว้กับก้อนหิน เพื่อเตรียมหย่อนลงไปข้างล่าง... จังหวะนั้นก็แอบชำเลืองหญิงสาวที่ก้มหน้างุด ๆ อยู่ใกล้ ๆ นับเป็นจังหวะเหมาะที่หล่อนกำลังเต็มไปด้วยความสับสน และลดความระมัดระวังลง...
“คุณคงชอบบทเพลงของ โชแปง มากสินะครับ คุณน็อค (NoC)”
“ชะ ใช่ค่ะ... เอ๊ะ!”
และเมื่อสมองทำงานไม่ทันก็โดนหลอกง่าย ๆ แบบนี้...
เธอเงยหน้าขึ้น พบว่าลินน์เหลียวมาทางตนด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์
“เดี๋ยวนะคะ ฉันว่าคุณจำคนผิดแล้วนะ... ฉันไม่...” เธอคิดจะแก้ตัว แต่เห็นสีหน้ามั่นใจของอีกฝ่ายแล้วก็ล้มเลิกความคิด ดูท่าพูดไปก็คงเปล่าประโยชน์ เดิมทีเธอก็ไม่ใช่คนประเภทโกหกเก่งอยู่แล้ว และสิ่งที่ตามมาคือคำถามที่คลางแคลงใจ
“แล้วกันสิ... การปลอมตัวฉันแย่มากเหรอคะ?”
หญิงสาวยกธงขาวยอมแพ้ ยกมือสองข้างปิดใบหน้าด้วยความอับอาย
“ตาคุณน่ะสิ เป๊ะเลย”
“ตาฉันเหรอ...?” เธออ้านิ้วที่ปิดตาออกเพื่อแอบมองหน้าอีกฝ่าย ใจรู้สึกตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีคนพูดเช่นนี้ด้วย แต่ลินน์กลับทำในสิ่งที่เธอไม่คาดคิดยิ่งกว่า อธิบายแจกแจงกลับมาอย่างละเอียด.
“เอ้า ก็ในจอเล่นซูมจนเห็นตาคุณเต็ม ๆ ทั้งขนตา มุมตา แววตา แล้วก็... ท่าทางการเดิน คนปรกติที่ไหนเขาเดินห้างแบบคุณบ้าง ของที่ซื้อยัง...”
“พอ ๆ ๆ ไม่ต้องอธิบายละเอียดขนาดนั้นก็ได้ค่ะ!” หญิงสาวรีบยกมือห้ามไม่ให้พูดไปมากกว่านี้ เพราะเริ่มทำร้ายจิตใจจนเป็นแผลมากขึ้นทุกที
“แต่บุคลิกตัวจริงคุณไม่เหมือนตอนให้สัมภาษณ์จริง ๆ นั่นแหละ”
“ฉันก็แค่พวกฮิคิโมริ(พวกติดบ้าน) ที่ชอบเล่นเกมเป็นชีวิต แล้วคนอย่างคุณน่าจะรู้อยู่แล้วนะว่าการสัมภาษณ์ทั้งหลายแหล่นั่นมีบทกำกับให้ทั้งนั้น”
เธอถอนหายใจอย่างอ่อนล้า ยิ่งคุยด้วยยิ่งเหนื่อย “แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่นา เขาว่าบุคลิกแบบนั้นขายง่ายกว่า...”
“ก็ใช่มั้ง คุณอายุเท่าไหร่กันเนี่ย?” ลินน์พยักหน้าเห็นด้วย
“เสียมรรยาทมาก!” หญิงสาวแหวสวน แต่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้าน โต้กลับมาเป็นเสียงหัวเราะให้โมโหเล่น
เวลานั้นลินน์เตรียมเชือกทั้งสองเส้นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ซ้ำยังตรวจสอบว่าตัวเชือกอยู่ในสภาพดี ผูกไว้อย่างแน่นหนา
“ผมล้อเล่นน่า ขอโทษครับ ไปกันต่อดีกว่า” ว่าพลางเขาก็เริ่มจับเชือกแน่น ค่อย ๆ ไต่ผนังถ้ำลงไป “พอรู้ชัดว่าคุณเป็นใครแบบนี้ผมก็สบายใจหน่อย”
“ทำไม?” หญิงสาวเริ่มพูดไม่มีหางเสียงเพราะความหงุดหงิด
“ผมอ่านคนเก่งมั้ง และคุณทึ่... ซื่อเกินกว่าจะแย่งภารกิจนี้ไปจากผม” ลินน์พูดแล้วก็รีบหย่อนตัวลงไปข้างล่างอย่างรวดเร็ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เธอได้ยินเต็มสองรูหูว่าเมื่อกี้จะพูดว่าทึ่มชัดๆ
ปากคอเราะรายเหลือทน นายคนนี้นิสัยแย่จริง ๆ แย่อย่างมาก!
“คุณเองก็อย่าเผลอแล้วกัน...”
หญิงสาวพูดยังไม่ทันจบ แต่ก็หยุดคำพูดไว้แค่นั้นเมื่อบรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ลมอ่อนพัดออกจากช่องหิน ไอเย็นเยียบทำให้ขนลุกซู่ ทางเดินขรุขระเป็นคลื่นเหมือนที่ผ่านมา แต่ที่ย่ำแย่หนักคือความชื้นแฉะ ที่กำแพงบางจุดมีน้ำไหลเข้ามา คล้ายน้ำตกเล็ก ๆ น่ารัก แต่ก็ทำให้เกิดทางน้ำไหล หินก็ลื่นจนหาที่หยั่งเท้าให้มั่นคงได้ยาก ทั้งยังมีตะไคร่น้ำขึ้นอยู่ประปราย
เสียงที่ดังก้องมาแต่ไกลนั้นดังขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อยืนอยู่ในระดับเดียวกันกับสิ่งมีชีวิตปริศนา ในเส้นทางอันมืดบอด
ตามปรกติทีมลุยดันเจี้ยนต่าง ๆ จำเป็นต้องมีคนนับสิบ ซึ่งแต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกันไป อาทิ
Tanker (แทงค์) อาชีพสวมเกราะหนัก เดินเปิดทางให้เพื่อน ๆ ทั้งรอรับการโจมตีจากทุกรูปแบบจากด้านหน้า
Damage Dealer (ดาเมจ) การโจมตีเองก็ต้องมีหลากหลายรูปแบบ เพื่อพร้อมรับสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป ศัตรูบางชนิดจำเป็นต้องใช้การโจมตีเจาะเกราะ บางชนิดมีความรวดเร็ว บางชนิดก็กันการโจมตีทางกายภาพหรือเวทมนตร์ เป็นต้น
Support (ซัพ) ในเกม SoT คำว่าซัพพอร์ตค่อนข้างกว้าง เพราะไม่ได้หมายถึงคนที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้ผู้อื่นเช่น (Buffer) หรือคนที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ (Healer) แต่ยังรวมไปถึงสายอาชีพที่คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง เช่น คนที่ใช้คบเพลิง/เวทมนตร์ให้แสงสว่าง คนที่สามารถเก็บของป่ามาทำยาได้ เพราะการเดินทางในถ้ำเป็นเวลานาน เสบียงต่าง ๆ ที่ตระเตรียมย่อมร่อยหรอลง ไหนจะอาวุธที่สึกหรอ บิ่นลงเรื่อย ๆ บุกไปทั้งอย่างนั้นก็เสมือนการฆ่าตัวตาย นอกจากนั้นยังมีคนเขียนแผนที่ซึ่งมักเป็นสายตรวจจับ มีคนทำหน้าที่ตรวจจับหาทรัพยากร ตรวจจับมอนสเตอร์ แน่นอนว่าถ้าพบทรัพยากรหายากแล้วมองข้ามไป ให้รวยเท่าไหร่ก็ไม่เหลือ เพราะไม่สามารถหาทุนทรัพย์เพิ่มเติมได้
หญิงสาวเหลือบมองลินน์ที่กำลังถือคบเพลิงด้วยมือซ้าย ยังต้องถือดาบด้วยมือขวา ดูอย่างไรก็เป็น Damage Dealer แต่ด้วยสภาพอย่างนั้นไม่น่าจะโจมตีได้รุนแรงนัก ความสามารถในการโจมตีคงลดลงไปกว่าครึ่ง
ตัวเธอเองก็นับเป็น Damage Dealer พ่วงตรวจจับได้อยู่บ้าง แต่ด้วยสภาพปัจจุบันเธอไม่กล้าเรียกว่าทีมด้วยซ้ำ พวกเธออยู่ในสภาพที่ใครเห็นก็ต้องชี้หน้าบอกว่า ‘บ้าบิ่น เอาชีวิตไปทิ้ง’
แค่จัดการโกเลมหินสักตัวยังน่าจะลำบากใช่เล่น...
ทั้งคู่ค่อย ๆ เดินทางกันต่อโดยไม่พูดไม่จา จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงศัตรูที่พุ่งมาจากด้านหน้าด้วยความเร็ว “ค้างคาวดูดเลือดค่ะ” หญิงสาวที่เดินตามหลังแจ้งเตือน
“เอ๋!?” วินาทีนั้นลินน์เพียงใช้คบเพลิงชี้ไปข้างหน้าให้ค้างคาวบินหลบเลี่ยง และบินตรงเข้าหาหญิงสาวที่เดินเว้นระยะห่างไว้สี่ถึงห้าก้าว ด้วยความตกใจ เธอจึงเบี่ยงตัวหลบ แล้วง้างคันศรยิงใส่เจ้าค้างคาวตัวใหญ่ ในจังหวะที่มันกำลังจะบินวกกลับมาได้พอดิบพอดี
มันร่วงลงนอนแผ่กับพื้น... ตายสนิท... แต่...
“ทำไมปล่อยมาแบบนี้ล่ะคะ!”
“อ้าว ใครบอกว่าผมจะแทงค์ให้ แค่ค้างคาวเองรับมือเองได้อยู่แล้วนี่ครับ”
เธอท้วงติงเสียงขุ่น ทว่าอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะหันมามอง ตอบกลับอย่างยียวน ขณะเดียวกันค้างคาวอีกตัวก็บินโฉบมาอีกครั้ง แต่เธอไม่คิดเตือนอีกต่อไป ง้างศรยิงเฉี่ยวศีรษะของลินน์ ปักเข้าที่กลางร่างของเจ้าค้างคาว ด้วยความแรง มันกระเด็นตกลงพื้นชักกระแด่ว ๆ
สิ้นชีพไปอีกตัว...
“คุณนี่เชี่ยวชาญธนูจริงนะ ทั้งที่ไม่มีทักษะเสริมแท้ ๆ” ลินน์หันกลับมายิ้มให้
“แน่นอนค่ะ ฉันขาเกม FPS (First Person Shooting) แท้เลยนะ นี่คิดทดสอบฝีมือกันหรือคะ?” หญิงสาวยังไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
แต่ลินน์ก็ไม่ได้โต้ตอบกลับ หากเดินรุดหน้าไปต่อ เธอเองก็เว้นระยะเพิ่ม แค่ให้เพียงพอได้รับแสงสว่าง มองเห็นเส้นทางและศัตรูได้ชัด
ค้างคาวดูดเลือด Rank E เหล่านี้อาจไม่ได้เก่งกาจมาก แต่ก็เป็นประเภทที่จุกจิกและน่ารำคาญ ซึ่งพวกแทงค์ส่วนใหญ่ไม่ชอบเพราะความเร็วของมัน ทว่าลินน์กลับใช้วิธีที่แตกต่างออกไป เมื่อตัวเขาไม่ใช่แทงค์จึงเลือกจัดการค้างคาวที่อยู่ตรงหน้าบางส่วน แล้วเปิดทางปล่อยให้หญิงสาวจัดการบางส่วน ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม เผชิญหน้ากับศัตรูไม่มากหรือน้อยเกินไปในคราวเดียวกัน
การเดินทางจึงเป็นไปอย่างราบรื่นจนน่าประหลาดใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าประมาท เนื่องจากสถานการณ์ใช่ว่าจะดี
เสียงของหินกระทบกันยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมันไกลกว่าที่คิดเอาไว้มาก ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไรเสียงก็ยิ่งดังฟังชัดจนน่าขนลุก กระทั่งพื้นยังสะเทือนไม่หยุด
เส้นทางกว้างขึ้นจากเดิมเล็กน้อยและเกิดเป็นทางต่างระดับขึ้น สายน้ำที่ไหลตามกันมาก็ลงไปอยู่ในร่องข้าง ๆ พวกเขาเริ่มเห็นแสงสว่างจากหินแร่ตามทาง ให้ละอองแสงคล้ายหิ่งห้อยลอยไปมา จึงสามารถเก็บคบเพลิงเข้าช่องเก็บของได้ บรรยากาศคล้ายเกมแฟนตาซีขึ้นมาทันที
เวลานั้นเองที่หญิงสาวกลับหยุดฝีเท้าลง เรียกให้ลินน์มองย้อนกลับอย่างงง ๆ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามซื่อ ๆ
“ขอฉันเช็กตัวตนของศัตรูให้ชัดก่อนได้ไหมคะ?” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบ เมื่อลินน์พยักหน้ายืนยัน เธอก็สลับทักษะของตนเองเป็นแบบเดียวกับตอนไล่ตามลินน์มา แม้จะเป็น Stealth F ผสมผสานกับ Light Feet F แต่ตัวตนของเธอก็แทบจะเลือนรางหายไปกับตา
เธอค่อย ๆ เดินย่องไปตามทาง และตรงมุมถ้ำนั้นเองเธอก็เห็นต้นตอของเสียง... เธอรีบถอยกรูดกลับมา หน้าถอดสีทันที
“แย่ล่ะ นั่น วูลูม”
“เก่งเหรอครับ?”
“เป็นมอนสเตอร์พลัดถิ่น Rank D ตามบันทึกคือต้องใช้ทีมที่มีทักษะระดับ E ขึ้นไปสัก 5 คนในการกำจัดค่ะ”
“แค่ D เองนี่นา คุณพอรู้จักความสามารถของมันไหม?”
เห็นลินน์ยังไม่เข้าใจถึงความเก่งกาจของศัตรูตรงหน้า เธอก็ถอนใจ “วูลูม เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายโกเลมค่ะ แต่ต่างกันที่สติปัญญา และพวกมันยังสามารถพัฒนาตนเองได้ตามสิ่งที่กิน ซึ่งเจ้าตัวนี้กินแร่ในถ้ำเข้าไป หากเดาไม่ผิดมันคือแร่ ลิมม์ ซึ่งแข็งยิ่งกว่าเหล็ก นอกจากนั้นด้วยร่างกายที่มีขนาดใกล้เคียงกับมนุษย์จึงมีความเร็ว ถ้าเริ่มการต่อสู้แล้วฉันเกรงว่าเราคงหนีไม่ได้ ถ้าให้แนะนำคุณควรเรียกเพื่อนมาช่วยจะดีกว่า”
หญิงสาวพูดพลางมองดาบที่ลินใช้... มันคือเทลรีฟ ที่ผ่านการพัฒนามาหลายขั้นตอน ไม่ใช่ของที่เด็กใหม่จะหามาใช้งานได้ หากไม่มีแบ็กอัปที่หนาพอ ดังนั้นจึงพอเดาได้ว่าลินน์ก็มีพวกพ้องระดับสูงเช่นกัน
“แล้วเราไม่มีทางผ่านมันไปได้เลยเหรอ?” ลินน์ยังคงดื้อรั้น เธอมองหน้าอีกฝ่ายแล้วก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง
“ฉันรู้ค่ะว่าอาวุธของคุณกับฉันน่ะเหนือกว่าพวกมือใหม่ทั่วไป แต่เราไม่สามารถต้านทานการโจมตีของเจ้านั่นได้หรอกนะ”
“นั่นหมายความว่าเราสามารถทำดาเมจมันได้ถูกไหมครับ งั้นผมแทงค์ให้ก็ได้ ศัตรูมีตัวเดียวคุณใช้ธนูยาวเลยก็ได้นะ” ลินน์ว่าพลางเริ่มจัดทักษะของตน กลายเป็นเพิ่มค่าสถานะทั้งหมดที่ความเร็วกับพลังโจมตี
ดูจากสีหน้าของอีกฝ่าย เธอเริ่มรู้สึกแล้วว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์ “ถือว่าฉันเตือนแล้วนะ” ถึงจะพูดไปอย่างนั้น แต่เธอก็ยอมทำตามอยู่ดี เริ่มจัดทักษะของตนอย่างรอบคอบ เปลี่ยนจากธนูสั้นสำหรับใช้ในทางแคบมาเป็นธนูยาวที่ยิงได้ช้ากว่า แต่มีพลังโจมตีมากกว่าแทน
“ไหงทำหน้าแบบนั้นล่ะ เล่นเกมก็ต้องสนุกเข้าไว้สิ” ลินน์ว่าพลางยิ้มแฉ่ง ไม่แสดงให้เห็นถึงความลังเลสักนิด
“สนุกเหรอ...คะ?” หญิงสาวพูดย้ำคำ ขณะกำลังตั้งสติคิดถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น...
“ยิ่งยากยิ่งสนุก ไม่คิดงั้นเหรอ?” ลินน์พูดด้วยสีหน้าระรื่น
จังหวะนั้นเองที่เสียงเจ้าสัตว์ประหลาดหยุดลง... มันรู้สึกตัวแล้วว่าพวกเขาอยู่ใกล้ ๆ และกระโดดรวดเดียวมาหยุดตรงทางโค้ง พื้นสั่น สายน้ำสาดกระเซ็น เปิดเผยให้เห็นตัวตนอันน่าเกรงขามได้ชัดเต็มสองตา จนทั้งคู่ยืนผงะไปเสี้ยววินาที
ร่างกายของมันอาจไม่ได้ใหญ่โตมากมายนัก วัดกันจริง ๆ ก็แค่ประมาณสองเมตร ดวงตาสีแดงก่ำเลือด ทุกส่วนของร่างปกคลุมด้วยหินขรุขระ แต่ว่าแขนทั้งสองข้างยาวไม่สมส่วน มือใหญ่ทั้งสองข้างที่เป็นคริสตัลเรืองแสง
เวลาให้ตกใจไม่มีให้เหลือ ลินน์เห็นก็พุ่งเข้าขวางทางเจ้าวูลูมทันที ด้านหญิงสาวก็ถอยหลังง้างคันศรเล็งพร้อมยิงได้ในชั่วอึดใจ
การปะทะกันของดาบและแขนอันแข็งแรงเกิดเสียงดังกังวาน ความแรงทำให้ลินน์เซถอยกลับก้าวหนึ่ง เปิดทางให้หญิงสาวยิงศรออกแรกใส่กลางอกอย่างจัง แต่แค่นั้นคงไม่สามารถสร้างความเสียหายได้มากพอ ทว่าลินน์ก็ใช้จังหวะนั้นพุ่งแทงใส่ที่จุดเดียวกัน
เจ้าวูลูมถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตาสีแดงก่ำฉายแสง เงื้อแขนค่อยใส่ลินน์ เขาก้มหลบได้หวุดหวิด แต่มันกลับประสานมือจนมีลักษณะคล้ายค้อน ทุบลงพื้นเกิดเสียงราวกับเกิดการระเบิดย่อม ๆ เศษอิฐ เศษหินแตกกระจาย แม้ว่าจะหลบได้แต่ก็มีความเสียหายเกิดขึ้นอยู่ดี
เมื่อสบโอกาส หญิงสาวก็ไม่รอช้าง้างคันศรยิงใส่อีกรอบ ความรุนแรงทำให้วูลูมหันเข้าหา ในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับสูงโดยไม่มีแทงค์ ความยากลำบากคือศัตรูจะโจมตีมั่วซั่ว เช่นเดียวกับตอนที่เจ้ารูนิคไล่ทุบพวก GETLOST จนตายคาที่
แน่นอนว่าลินน์ไม่คิดจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นจึงกระชับดาบเข้าข้างลำตัว แล้วแทงเข้าสีข้างของวูลูมจนมันหันกลับมา ย่อตัวลงฟันขาให้เสียจังหวะ แล้วกระโดดถอยหลังหลบการโจมตี หญิงสาวเองก็ถอยเว้นระยะเพิ่มให้พอเหมาะ
จังหวะนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นสิ่งที่ลินน์ทำ ชัดเจนขึ้นทีละน้อย ๆ
ในเกม SoT นั้นไม่มีแนวคิดเกี่ยวกับปาร์ตีหมายความว่าการโจมตีทั้งหมดสามารถโดนกันเองได้ นั่นสร้างปัญหาให้กับผู้เล่นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต่อสู้ในที่แคบอย่างนี้ เพราะตามปรกตินั้นแทงค์จะอาสารับหน้าป้องกันศัตรูร้ายให้ แต่นักธนูหรือนักเวทจะเห็นอะไรบ้างนอกจากข้างหลังของแทงค์กับโล่... การจะหาโอกาสโจมตีศัตรูในสภาพนั้นเป็นเรื่องที่ยากเหลือทน
ทว่าลินน์กลับยืนเยื้อง เปิดช่องให้เธอเลือกยิงได้ค่อนข้างง่าย นั่นเป็นทักษะของแทงค์ระดับสูง...
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทว่ามุมปากกลับขยับยิ้ม ง้างธนูยิงอย่างต่อเนื่อง ด้านลินน์ก็อาศัยจังหวะที่วูลูมหันหาเธอ โจมตีหลอกล่อ
เจ้าวูลูมเริ่มสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้าหาทีละน้อย จึงเริ่มโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ฟาดกำปั้นยักษ์หวดไปรอบ ๆ อย่างกับลูกตุ้ม เกิดเสียงดังโครมครามไม่หยุด ทั้งหยิบก้อนหินปาใส่หญิงสาวที่อยู่ข้างหลังเป็นระยะ การต่อสู้รุนแรงขึ้นทุกขณะ เช่นเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวสนองตอบ
จนกระทั่งเปลือกที่ห่อหุ้มเจ้าสัตว์ร้ายกะเทาะออก การเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงเรื่อย ๆ จนสงบลงในไม่ช้า ทั้งถ้ำเต็มไปด้วยเสียงลมหายใจอันหอบล้า
ในพริบตานั้นเองที่ดวงตาของเจ้าวูลูมวาวโรจน์ขึ้นอีกครั้ง เงื้อแขนขึ้นแล้วกระโดดทุบไปทั่ว ขุดหินเหวี่ยงใส่ไม่มองเป้าหมาย จนทั้งคู่ตกใจ รีบวิ่งหนีหน้าตั้ง ถึงไม่ตายก็สะบักสะบอมไปตามกัน
มันหยุดลงอีกครั้งเหมือนเครื่องจักรที่ลัดวงจรไปดื้อ ๆ แต่ก็ไม่ยอมล้มลงสักทีจนลินน์เริ่มระแวงเล็ก ๆ “คงตายจริงแล้วใช่ไหม...?”
“น่าจะค่ะ...” หญิงสาวตอบ ยกมือขึ้นปาดหน้าผาก ผ่อนลมหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่...
ถึงลำบากแต่ก็สนุก...
จะว่าไปเมื่อก่อนเธอก็เคยเล่นเกมแบบเสี่ยง ๆ จนเหมือนคนบ้าเหมือนกัน แต่นั่นเป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้ว เพราะเมื่อใดที่เกมเริ่มมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง มันกลายเป็นอาชีพขึ้นมา เธอก็จำเป็นต้องคิดอ่านให้รอบคอบกว่านี้ การเสี่ยงโดยใช่เหตุเป็นเรื่องไม่ควรทำ
ไม่สักนิด... แต่ชายหนุ่มที่ชื่อว่าลินน์คนนี้กลับเลือกลุยอย่างหน้าตาเฉย ถึงตอนนี้ก็ยังยิ้มระรื่นอยู่ ราวกับไม่มีความกริ่งเกรงในใจสักนิด...
“ลินน์ นี่คุณเป็นผู้เล่นใหม่จริง ๆ น่ะเหรอ?” เธอถามในสิ่งที่สงสัยตรง ๆ ลินน์เหลียวมองแล้วยิ้มแฉ่ง
“ใช่ครับ เกมแรกหลังจากเลิกเล่นเกมไปสองปีกว่า” เห็นอีกฝ่ายถาม เขาก็เลือกตอบโดยไม่คิดปิดบัง
“สัตว์ประหลาดชัด ๆ” หญิงสาวพูดลอย ๆ
“คุณก็ไม่เบานะครับ ธนูเป็นสายอาชีพที่เล่นยาก แต่คุณกลับใช้ความชำนาญเฉพาะตัวล้วน ๆ ทำได้ขนาดนี้” เขาหัวเราะ พลางยันตัวลุกขึ้น แล้วเดินตรงไปทางวูลูมที่ยืนสงบนิ่ง คิดว่าเอาเข้าช่องเก็บของได้ก็คงดี แต่น่าเสียดายที่ทำไม่ได้เพราะทักษะระดับไม่ถึง
“แต่ว่าแปลกจังนะ... ฉันว่าพวกวูลูมมักไม่อยู่ตามลำพังนี่นา” หญิงสาวยังคงไม่ประมาท เงี่ยหูฟังความผิดปรกติ แต่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรหลังจากนี้
ทุกอย่างเงียบสงบดีจนน่าประหลาด...
“บางทีมันอาจบังเอิญโดนน้ำซัดมาก็ได้มั้ง” ลินน์พูดติดตลก นึกถึงสภาพอลหม่านในหมู่บ้านเมตราวันนี้ขึ้นมา จะว่าแปลกไหม... ก็ไม่ เพราะเกมนี้เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว
“เป็นไปได้นะคะ...” หญิงสาวพยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วย และภาวนาให้เป็นเช่นนั้น ดูเวลาภายนอกก็จวนเจียนจะตีสอง
เท่ากับเธอยังไม่ได้เข้าไอดีหลักเลย...
“มีเรื่องด่วนหรือเปล่าครับ ว่าไปคุณไม่ออนไลน์คนอื่นไม่แตกตื่นหมดเหรอ?” ลินน์เห็นอีกฝ่ายดูเวลาจึงลองถามบ้าง ซึ่งตรงประเด็นจนน่ากลัว...
ในเมื่อเกมนี้ขอไอดีรองยากมาก การจะได้มานั้นต้องไปทำคำร้องขอจากทีมงานโดยตรง ระบุไอดีหลัก เครื่องที่จะใช้งาน ให้เหตุผลการใช้งาน เขียนไปก็ต้องรออนุมัติอีกหลายวันว่าจะผ่านหรือไม่ แถมไอดีรองยังไม่สามารถล็อกอินพร้อมไอดีหลักได้
การซื้อขายแลกเปลี่ยนไอดีก็ทำไม่ได้ เพราะระบบ Scan ผู้ใช้งานอย่างละเอียดยิบ ถึงขั้นดึงค่าของไอดีหลักมาใช้ตรวจสอบ
ทั้งนี้ก็เพื่อควบคุมระบบเศรษฐกิจในเกมให้สมดุล ถ้าหากปล่อยให้สร้างไอดีกันตามใจชอบ รับรองได้เลยว่าเกมจะมีบอทเปิดหาของเต็มไปหมดแน่ ๆ
หญิงสาวคิดแล้วก็โยนความกังวลทิ้งไป ยืดเส้นยืดสายบิดขี้เกียจ “ไปต่อดีกว่าค่ะ ฉันอยากรู้จังว่าคุณกำลังตามสืบเรื่องอะไรอยู่”
“นั่นน่ะสิ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน” ลินน์ว่าพลางดีดตัวลุกขึ้นยืน ดูสภาพถ้ำที่เละเทะเหลือจะกล่าว ก่อนจะเริ่มออกเดินกันต่อ
เส้นทางหลังจากนั้นนับว่าสะดวกขึ้นมาก เนื่องจากทางกว้างขึ้นทีละน้อย แสงสว่างก็พอมีให้สลัว ๆ จึงไม่จำเป็นต้องใช้คบเพลิงอีกต่อไป แม้ว่าหินแร่ส่วนใหญ่จะโดนวูลูมตัวเมื่อครู่ทุบทำลายเสียยับเยิน แต่ละอองแสงหิ่งห้อยก็ยังลอยไปลอยมาและค่อย ๆ หนาขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่นานนักพวกเขาก็หลุดมาถึงส่วนที่เปิดกว้าง เป็นลานกรวดสีขาวกว้างใหญ่คล้ายโดมยักษ์ เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยอันวิจิตร ธารน้ำใหญ่ไหลคั่นกลางห้อง และฝั่งตรงข้ามก็มีถ้ำลักษณะคล้ายกับที่พวกเขาเพิ่งออกมา แต่กลับมีเครื่องหมายรูนสลักไว้ ส่องแสงประหลาด โดดเด่นสะดุดตาชวนให้สงสัย ติดแค่ว่าพวกเขายังอยู่ไกลจนเกินไปจึงอ่านไม่ออก
ทั้งคู่ก้าวเดินออกไปอย่างระมัดระวัง สอดส่องหาทางข้ามไปอีกฝั่งฟาก เพราะทางน้ำนั้นกว้างเกินกว่าจะกระโดดข้ามไป และเชี่ยวเกินกว่าจะว่ายข้ามไปเช่นเดียวกัน
จังหวะนั้นเองที่หินงอกจากบนเพดานร่วงลงสู่ธารน้ำดังจ๋อม เรียกสายตาของทั้งคู่ขึ้นไปข้างบน พลันขนก็ลุกซู่ขึ้นมาโดยมิได้นัดหมาย ด้วยสายตาสีเหลืองอ่อนของสิ่งมีชีวิตประหลาด หน้าตาคล้ายกิ้งก่ายักษ์ มีเขากวางเรืองแสงได้ ทั้งร่างปกคลุมด้วยหินผสมคริสตัล ปากอ้ากว้างเผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคมจำนวนนับไม่ถ้วน...
“นั่นมันอูลูมุส ตัวแม่ของเจ้าตัวเมื่อกี้... Rank C คุณคงรู้ใช่ไหมว่ามันหมายความว่าอย่างไร...”
“อา...”
หญิงสาวยิ้มแหย คราวนี้แม้แต่ลินน์ยังพูดไม่ออก ทำได้เพียงยิ้มแห้ง ๆ เข้าสู้...
เขาไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับระดับของสัตว์อสูรในเกมนี้มากมายนักหรอก แต่ก็พอรู้คร่าว ๆ ว่าศัตรูที่ผู้เล่นสามารถกำจัดได้ในปัจจุบันก็แค่ Rank B ทั้งที่เกมเปิดมาตั้งนานแล้ว แถมคราวนั้นยังเป็นการรวมตัวผู้เล่นหลายร้อยไปรุม จนเป็นที่ฮือฮากันทั่วอินเทอร์เน็ต ดังนั้นRank C ลดหย่อนลงมานิดหน่อย…
ตัวพรรค์นี้มาอยู่บนเกาะเริ่มต้น ก็เรียกว่าหายนะเดินได้น่ะสิครับ!
ลินน์แอบสะกิดบ่าหญิงสาว พยักพเยิดให้หนีกลับเข้าทางที่มาก่อน แต่ยังไม่ทันขยับตัวเจ้าอูลูมุสบ้าบออะไรนั่นก็กระโดดตึงลงมาปิดทางดื้อๆ ลิ้นยาวแลบเลียปากแผลบ ๆ ดูผิวเผินเหมือนกำลังยิ้ม
รู้นะว่า A.I. ฉลาด แต่จะฉลาดเกินไปไหม!?