ศาสตร์ลับหลอมวิญญาณ นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
“นี่คุณบรันฟอร์ด” ลาสร้องเรียกคนที่พาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่เหมือนเขาวงกต มีห้องเรียงรายอยู่นับไม่ถ้วน ดูจากป้ายห้องเหล่านี้คือที่เก็บประจุเวทและอุปกรณ์ทำยาชนิดที่แตกต่าง ซึ่งของพวกนี้ดึงดูดความสนใจได้ไม่น้อย
“มีอะไร”
อีกฝ่ายตอบเสียงเรียบไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
“วันนี้จะให้ข้าทำอะไรกันแน่” ลาสถาม บรันฟอร์ดยักไหล่
“เจ้าอาจจะชอบก็ได้ วันนี้เป็นอุปกรณ์การหลอมโบราณที่ จะนำขึ้นแสดงในงานรำลึกถึงท่านเทพโอสถ เรซาน ในอีกห้าวันข้างหน้านี้”
ลาสฟังแล้วพยักหน้ารับ จริงอยู่ที่เป็นงานทำความสะอาดแต่เมื่อเป็นของโบราณที่เกี่ยวพันกับคนในตำนานเขาก็รู้สึกอยากเห็นขึ้นมาทันที แต่อยู่ ๆ บรันฟอร์ดก็หยุดฝีเท้าลงจนลาสที่ตามมาเกือบเดินชน
“ดูสิมัวแต่ประชุม ข้าลืมกุญแจเสียได้” บรันฟอร์ดโพล่งขึ้นเสียงดัง
“หา ?” ลาสอุทานพร้อมเลิกคิ้วงง
“เจ้านำไปก่อนแล้วกัน สุดทางเดินนี้จะมีประตูไม้เก่าแก่อยู่บานหนึ่งไปรอข้าที่นั่น” พูดจบบรันฟอร์ดก็เดินย้อนกลับทางไปทันที ลาสได้แต่ถอนหายใจทิ้ง เพราะจังหวะเมื่อสักครู่เป็นเวลาพอเหมาะที่กำลังจะถามถึงการฝึกขั้นต่อไป เพราะเรื่องการทำความสะอาดนั้นเขาก็เชี่ยวชาญในระดับหนึ่งแล้วจึงอยากเรียนรู้อย่างอื่นบ้าง ทุกครั้งที่เขาคิดถามมันต้องมีอะไรกวนใจเช่นนี้ทุกทีสิน่า
ลาสถอนใจไม่สบอารมณ์นัก แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดีเดินตามทางเดินไปพักหนึ่งก็เห็นประตูไม้เรือนใหญ่อยู่จริง ๆ เบื้องหน้าประตูนั้น เพียงจ้องมองลาสก็สัมผัสได้ถึงพลังประหลาดเอ่อท้นออกมาจนไม่อาจยืนเฉยอยู่ได้ เขาเห็นละอองแสงหลากสีแผ่ออกมาจากประตูนั้น...
มันเป็นเรื่องแปลก ที่เขาเริ่มเห็นตั้งแต่ก่อนขึ้นเบิกพลังธาตุในพิธีกรรมวันนั้นเสียอีก ลาสรู้สึกว่าตนสามารถสัมผัสถึงกลิ่นไอของพลังได้ แม้มันค่อนข้างเจือจางก็ตามที
มือขวาของเขาสัมผัสบานประตูไม้เบา ๆ ดูจากลายของไม้ที่สลักไว้แล้วมันคงมีอายุมากเหลือเกิน เมื่อเขาหลับตาลงความรู้สึกยามได้เบิกพลังธาตุก็กลับมาอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ครานั้นเขาสะดุ้งตื่นเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว หากคราวนี้เป็นครั้งที่สองจึงเริ่มคุ้นและปล่อยตัวลอยไปอย่างนั้น... มันก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เลวนัก...
“เจ้าเด็กนั่นโคตรโง่เลยว่ะ”
เสียงหนึ่งคุ้นหูไม่น้อยเรียกให้ลาสตื่นจากภวังค์ แต่เมื่อตื่นเต็มตาเขาก็ยิ่งงงมากขึ้น เพราะเมื่อสักครู่เขาอยู่หน้าประตูไม้ใหญ่ ชัด ๆ แต่คราวนี้กลับมายืนอยู่ที่... ทางเดินใต้บันไดหลักสำหรับขึ้นชั้นสอง เสียงฝีเท้าดังก้องอยู่บนหัว เฉกเช่นเดียวกับเสียงหัวเราะ
“เจ้าทำเช่นนี้อย่าให้ท่านเซรันจับได้เชียว”
เสียงใหม่นี้เขาไม่คุ้นเลยสักนิด แต่ไม่ทันไรชายหนุ่มสองคนก็ลงมาสู่ชั้นล่างเผยตัวให้เขาเห็นชัดเต็มสองลูกตา... คนหนึ่งนั้นคือ บรันฟอร์ด ลาสถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะพลางคิดทบทวนถึงประโยคสนทนาแรกที่ตนได้ยิน
เด็กนั่นโคตรโง่...ใคร
“ฮะฮะฮะ ใครจะรู้เล่า อย่างมากข้าก็อ้างว่ามันเป็นแค่เด็กเหลือขอ ฝึกเท่าไรก็ไม่พัฒนาเอง แต่มันใช่ที่เสียเมื่อไรให้ข้าต้องเสียเวลาสอนขยะพรรค์นั้น”
คราวนี้ลาสได้ยินเต็มสองรูหู ร่างเล็กยืนตัวแข็งไม่อยากเชื่อหูของตนเอง... เวลานั้นเป็นเวลาที่ความเชื่อใจทั้งหมดสิ้นสูญลง เขารู้สึกแน่นหน้าอกจนอยากอาเจียน คำว่าขยะที่บรันฟอร์ดพูดมันเจ็บยิ่งกว่าคำดูถูกถากถางที่ได้ยินจากเจ้าเบลซ์มาก
คำพูดจากคนที่ตนเชื่อใจ กับคำพูดจากใครสักคนที่รู้ว่าปากมันไม่ดีย่อมมีน้ำหนักต่างกัน
น้ำตาสีใสร่วงหล่นลงข้างแก้ม แต่ลาสไม่อาจทำอะไรได้มากกว่ายืนนิ่ง ฟังผู้ใหญ่เฮงซวยสองคนนินทาตนเอง สติของเขาเหมือนดับวูบอีกครั้ง ร่างเล็กทรุดลงนั่งคุกเข่าบนพรมหายใจหอบล้า ลาสไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่...
ตนกลับมาอยู่หน้าประตูไม้ใหญ่นั้นอีกครั้ง ร่างเล็กยังคง สั่นไหวเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ว่าภาพและเสียงที่ได้ยิน เมื่อครู่มันสมจริงเกินกว่าจะเป็นของปลอม เขาโดนหลอกอีกแล้ว... เขาดำดิ่งกับความเสียใจมามากเกินพอ และเวลานั้นเองที่เสียงทุ้มกลับหัวเราะขึ้นใกล้ ๆ เรียกให้เขาเงยหน้าขึ้นมอง
“นั่นใครน่ะ!” เขาตวาดหมายให้คนที่ลอบหัวเราะเยาะเผยตัว แต่แทนที่เสียงหัวเราะจะหยุดมันกลับทวีขึ้นทีละน้อยจนก้องไปทั่วบริเวณ
“ไม่แน่จริงนี่ ไสหัวออกมานะ!” ลาสอดกลั้นมาเกินพอและไม่คิดจะทน พลันเสียงหัวเราะก็หยุดลง
“เด็กโง่ เจ้าถูกหลอกมานานเท่าไรไม่รู้ตัว น่าขันนักเมื่อ เวทมนตร์คือศาสตร์แห่งความรู้ เจ้านั่งใช้แรงงานคงพัฒนาตนเองได้หรอก”
เสียงทุ้มต่ำนั้นพูดต่อ ลาสตัวสั่นระริกด้วยความโมโห
“นั่นมันเรื่องของข้า เจ้าเป็นใครแน่จริงออกมาต่อหน้าข้านี่!” ลาสตวาดพลางหันไปโดยรอบ แต่ก็ไม่มีใครอยู่แถวนั้น.. ไม่มีสักคน
“ข้าอยู่ตรงหน้าเจ้า อยากเจอก็เปิดประตูบานนี้เข้ามาสิ”
ลาสหันกลับมาทางประตู... หากพูดถึงตอนนี้ก็มีเพียงประตูเดียว
“เจ้าซ่อนอยู่หลังประตู ขี้ขลาดชัด ๆ”
ลาสพูดพลางเบะปาก แต่เสียงนั้นหยุดไปพร้อมเสียงหัวเราะ ทุกอย่างนิ่งสงัดราวกับเมื่อครู่เขาหูแว่วไปเอง หรือบางทีอาจจะประสาทหลอน
เขาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูบานเดิม เวลานี้ละอองแสงทั้งหลายที่เคยเห็นได้หายไปหมดสิ้น และเมื่อออกแรงผลักเบา ๆ ประตูเก่าที่ปิดตายก็เปิดออกต้อนรับราวกับกำลังเชื้อเชิญให้เข้าไปข้างใน แต่เขากลับไม่พบใครสักคนในนั้น ใจหนึ่งเริ่มกลัวแต่อีกใจกลับตื่นตากับสิ่งที่เห็น...
แสงสลัวที่เกิดจากละอองของเวทเพลิงให้แสงสว่างน้อย ๆ ในห้องเล็ก ภายในนั้นมียาและอัญมณีตั้งเรียงรายพร้อมด้วย เตาหลอมจำนวนหนึ่งที่ใช้ผสมยาหรือใช้แปรธาตุ และสิ่งที่สะดุดตาเขามากที่สุดคือ...
เตาหลอมสำริดทรงกลมเล็ก ๆ มีหูหิ้วขนาดพกพาซึ่งกลิ้ง หกคะเมนอยู่กับกองขยะภายในนั้น มันเป็นเตาแบบที่เขาไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน เมื่อเปิดฝาดูพบว่าภายในถูกแบ่งเป็นสี่ส่วนคล้ายให้ใส่ส่วนผสมแยกกัน นั่นยิ่งดูแปลกตาเพราะตามปกติหม้อหลอมจะมีช่องเดียว ใส่ส่วนผสมรวมกันแล้วใช้วงเวทหลอมรวมทันที ถ้าหากเป็นอย่างนี้เขานึกไม่ออกจริงๆ
“แล้วจะหลอมได้ไงกันล่ะ ?” ลาสพูดกับตัวเอง ไม่คิดว่าจะได้คำตอบแต่กลับมีคำตอบแว่วมา
“เจ้าต้องดูที่ฝา เห็นกลไกนั้นไหมเมื่อหมุนไปหรือกลับจะทำให้ยาผสมกันได้”
เป็นเสียงทุ้มเสียงเดิมที่เขาคิดว่าหูแว่วไปเอง และนึกว่าหายแล้ว ทันใดนั้นเขารู้สึกเหมือนร่างเย็นเฉียบขึ้นฉับพลัน เสียวไปถึง ไขสันหลัง ท่าไม่ดีแล้วเขาถอยกรูดเตรียมออกจากห้องทว่าประตูกลับปิดปัง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คอเกร็งแข็ง ค่อย ๆ หันย้อนกลับไปทางที่ตนเพิ่งผ่านมา ณ ที่หน้าประตูนั้นมีเงาบางอย่าง
เงาบางนั้นค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ขาสั่นไม่หยุดซ้ำกลืนน้ำลายบริหารคอสนุกปาก
“เจ้าเป็นคนที่ข้ารอมานาน อย่าหวังหนีเสียให้ยาก”
เสียงนี้... เสียงนี้ชัด ๆ ที่ล่อลวงเขาเข้ามา ไม่ผิดเพี้ยนแล้ว!
“ทะ ท่านเป็นใคร!”
ลาสตะโกนเพิ่มเสียงคอแทบแห้งแล้ว เขาคนนั้น... หรือควรเรียกว่าผีตนนั้นมองสำรวจร่างจางของตัวเองงง ๆ ว่าแล้วก็ยิ้มแฉ่ง
“ข้าตายมาหลายร้อยปีแล้ว แน่นอนว่าต้องเป็นผีสิ”
ชายผมยาวสีดำขลับในชุดคลุมสีเทาตอบอย่างว่าง่าย ตอนนี้ร่างจาง เริ่มปรากฏให้เห็นชัดขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังมัวเบลออยู่... ใบหน้าที่ไม่ชัดนั่นปรากฏ ตา จมูก ปาก ซ้อน ๆ กันยิ่งดูหลอน หนักข้อ ละอองไฟในห้องก็กะพริบราวกับมีพลังงานอะไรบางอย่างทำให้เป็นเช่นนั้น และคงไม่มีใครอื่น... ปากของเด็กชายเบะออกแล้วเริ่มสั่นไหว...ร้อง
“วะวะวะ เหวอออ!”
ลาสร้องลั่น เจ้าผีไม่ใส่ใจชี้นิ้วไปที่เตาหลอมที่เขาถืออยู่ ณ ตอนนี้
“เอาละ หิ้วหม้อหลอมนั้นแล้วออกจากที่นี่เถิด”
“ไม่”
เจ้าผีอยู่ดี ๆ ชี้นิ้วสั่งซะงั้น ปากของเขาตอบกลับฉับพลันโดยไม่คิด โยนหม้อหลอมลงพื้นอย่างแรง หม้อไหจานชามของบุคคลในตำนานแตกไปเป็นแถบแต่เขาไม่สนแล้วพยายามตะเกียกตะกายหนีเอาตัวรอด แต่เจ้าผีกลับแสยะยิ้มแล้วแผ่ร่างโอบเด็กดวงตกเอาไว้ ไม่ช้าร่างวิญญาณก็หายไป
คราวนี้ลาสลุกยืนอีกครั้ง ชูมือขึ้นพร้อมฉีกยิ้มเย็น หัวเราะ หึ หึ อยู่ในลำคอ โน้มตัวลงหยิบหม้อหลอมปัดฝุ่นอย่างประณีต...แล้วเอาเสื้อสะอาดเช็ดซะงั้น...
“เฮ้ย ท่านทำอะไร ทำอะไรกับร่างข้า!!” ลาสตะโกนพยายามจะหยุดไม่ให้เสื้อเปื้อนไปกว่านี้แต่เขาขยับตัวไม่ได้
“ข้าแค่สิงเจ้าและกำลังจะไปจากที่นี่” เจ้าผีสิงดันพูดเสียงใสใบหน้าแย้มยิ้ม หากใครมาเห็นเข้าคงไม่พ้นนึกว่าเป็นคนบ้าคุยกับตัวเองเป็นแน่
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เจ้าผีไม่ได้ดีแต่พูด ผลักประตูเปิดโครมก้าวสามขุมออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว ลาสกำลังอึ้งกำลังโดนแทรกแซงร่างไม่สามารถแม้แต่กระดิกนิ้ว
“ร่างกาย ร่างกาย ข้าได้ขยับตัวอีกแล้ว!! อะ อะ อีกแล้ว!!”
เขาวิ่งไปพลางร้องเพลงไปพลาง แต่เป็นเพลงสมัยยุคไหนเขาไม่เคยได้ยิน แต่ที่แน่ ๆ ท่าวิ่ง ๆ กระโดด วิ่ง ๆ กระโดดเหมือนคนบ้า พร้อมหน้าตาระรื่นนี่ทำให้ลาสอยากร้องไห้
ไอ้ผีบ้า... หลอกไม่พอสิงร่าง... สิงร่างไม่พอทำตัวเป็นคนบ้า แค่นี้เขาก็อยากแทรกหัวซุกเข้าไปในกำแพงหินหนีความจริงแล้ว จริง ๆ ไม่สิ ไม่ใช่ นี่ต้องเป็นความฝันแน่ ๆ
ลาสพยายามปลอบใจตนเองทั้งที่รู้ทั้งรู้ ความฝันไม่มีทางชัดเจนเป็นบ้าเป็นหลังอย่างนี้
เจ้าผีพาร่างของเขาเดินมั่ว ๆ อยู่พักเดียวก็โผล่ตรงห้องโถงกลางเผชิญหน้ากับบรันฟอร์ดที่กำลังเดินไปหาเขาเต็ม ๆ
“ทำบ้าอะไรของเจ้า ข้าให้เจ้ารอแต่กลับไม่สนคำสั่ง เจ้าเด็กเหลือขอ!” บรันฟอร์ดสบถด่าอย่างหัวเสีย ลาสจากตกใจกลายเป็นโกรธขึ้นมาฉับพลันเมื่อนึกถึงคำที่หมอนั่นเพิ่งพูดกับเพื่อน... แต่แล้วริมฝีปากเขาก็เบิกยิ้มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ พลันปากขยับพูดเอง
“ข้าไปไหนเรื่องของข้า ครูฝึกไร้ค่าไม่รู้จักศักยภาพของศิษย์ควรไสหัวให้พ้นตาก่อนจะเจ็บตัว”
ลาสผงะไปแวบหนึ่ง เช่นเดียวกับบรันฟอร์ดที่ตาเบิกค้างเติ่งมองมาทางเขา ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหรี่เล็กลงด้วยความโมโห
“กล้าดีอย่างไร เจ้าเด็กเวร!!” บรันฟอร์ดตวาดเสียงแข็ง แต่ดูเจ้าผีไม่ยี่หระอะไรสักนิดยืนยิ้มเนิบ ๆ เอามือซ้ายไพล่หลังด้วย ความมั่นใจ
“จริงสิ เจ้าใช้ข้าทำความสะอาด ดังนั้นก่อนไปข้าจะช่วยล้างที่นี่ให้เป็นครั้งสุดท้าย”
เจ้าผีพูดพลางตบเท้าลงพื้นเบา ๆ พริบตานั้นประหนึ่งเสียงดังกังวานของคริสตัลกระทบกัน น้ำไหลบ่าล้นทั่วโถงใหญ่ซ้ำปีนบันไดขึ้นสู่ชั้นสอง ไม่ทันไรพื้นทั้งหมดก็เจิ่งนอง รวมไปถึงกำแพงและเพดาน เขาฉีกยิ้มร่าในขณะที่บรันฟอร์ดยืนอ้าปากค้างพะงาบ ๆ
“อะไรวะเนี่ย เจ้าทำอะไร!!” บรันฟอร์ดโวยวายเพราะสิ่งที่เห็น สิ่งที่ปรากฏต่อหน้า...ไม่ใช่พลังขั้นต่ำแล้ว...
ว่าแล้วเจ้าผีนั่นก็ดีดนิ้วเบา ๆ แต่เสียงนั้นกลับดังกังวานก้องไปทั่ว น้ำทั้งหมดกลับระเหยกลายเป็นละอองระยิบระยับ พริบตาต่อมาก็ไม่อาจเห็นได้ด้วยตาเปล่า... ทั้งพื้นห้องทั้งกำแพง ทั้งเพดานเงาวับ ที่ปลายเท้าของบรันฟอร์ดมีวัตถุทรงกลมสีดำขนาดเท่ากำปั้นกลิ้งหลุน ๆ
“จะ จะ เจ้า!!”
บรันฟอร์ดเหงื่อแตกพลั่กรู้สึกเหมือนได้เห็นปาฏิหาริย์กับตา ปากสั่น แข้งขาสั่นไปหมด การทำให้สายน้ำคลุมห้องไม่สนแม้แรงดึงดูด ความละเอียดที่รวบรวมเอาฝุ่นทั้งหมดมาอัดรวมกันจนกลายเป็นลูกบอล นี่เป็นเทคนิคชั้นสูง อย่าว่าแต่เขาเลย แม้แต่ครูฝึกใหญ่ก็ทำแบบนี้ในห้องใหญ่โตมโหฬารอย่างที่เพิ่งเห็นไปเมื่อครู่ไม่ได้
“ขอตัว เจ้าไม่คู่ควรเป็นครูฝึกของเด็กคนนี้ ข้าจะฝึกให้เอง”
เด็กผีพูดจางง ๆ ก่อนจะวิ่งออกประตูใหญ่ไปหายลับไป แต่ บรันฟอร์ดไม่เหลือหัวไว้คิดอะไรอีกแล้ว แม้จะรั้งตัวไว้ก็คิดไม่ทัน พลันคนอื่นที่เจอมวลน้ำโจมตีก็เปิดประตูกรูกันออกมาจากทั่วสารทิศ
“เมื่อกี้ใครทำบ้าอะไร!”
แทบทุกคนมองมาเป็นทางเดียวกัน เจ้าหนุ่มที่นั่งแปะอยู่กลางห้องโถงใหญ่ บรันฟอร์ดยังคงหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี เขาส่ายหน้าตอบ
“ข้าก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...ไม่รู้จริงๆ สาบานได้...”
นั่นเป็นคำพูดเดียวที่บรันฟอร์ดคิดออกแล้ว...