ศาสตร์ลับหลอมวิญญาณ นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
“เหวออออออ!” เสียงเด็กชายตะโกนลั่นผุดลุกขึ้นจากที่นอนซ้ำกลิ้งร่วงตกเตียงลงสู่พื้นไม้ดังพลั่ก มันจะไม่เป็นอย่างนี้เลยหากไม่ใช่เพราะตื่นขึ้นมาก็พบกับ...
“ตกใจอะไรของเจ้าน่ะ”
ผู้พูดเป็นชายหนุ่มระบุอายุไม่ได้ หน้าตาคมคายปล่อยผมดำสยายออกจนถึงกลางหลัง สวมชุดคลุมโบราณสีเทาพร้อมด้วยร่าง สูงโปร่ง แต่ไม่รู้ว่าช่วงเท้าตั้งแต่เข่าลงไปหายไปไหน เขาเห็นเพียง เงาลางมองทะลุถึงพื้นไม้
ใช่แล้ว เขาไม่ได้อยู่ในห้องเล็กนี้คนเดียว... หรือบางทีอาจจะคนเดียวจริง ๆ นั่นแหละ เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ควรเรียกว่าคนแล้ว
ลาสได้แต่คิดก่อนจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไป ทั่วร่าง
“อะ โอ๊ย...” เด็กชายกุมหน้าอก ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นคลำศีรษะ เหงื่อไคลไหลพรากรู้สึกเหมือนทั่วร่างถูกค้อนทุบระบมไปหมด ส่วนศีรษะประหนึ่งโดนของแข็งบีบรัดปวดตุบ ๆ จนน้ำตาไหล บทจะลุกขึ้นกลับที่ก็ไม่ไหวได้แต่นอนตะแคงตัวเกร็งอยู่กับพื้นครู่หนึ่งประตูก็เปิดปังใส่หน้าของชายหนุ่มผมดำที่ลอยตัวกอดอกยิง สีหน้าสงสัยใส่... ประตูผ่านร่างของหมอนั่นไปเสียฉิบให้ตายสิ...
“ลาส! เจ้าเป็นอะไร!”
ผู้มาใหม่คือสตรีผู้อ่อนโยน คิ้วตกดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหมอง ใบหน้าแสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน เมื่อเห็นเขานอนอยู่กับพื้นก็โผเข้ากอดทั้งน้ำตา ก่อนจะอุ้มเขาขึ้นเตียงนอนอีกครั้ง มือนุ่มลูบศีรษะเขาเบา ๆ แค่นั้นเขาก็ไม่กล้าร้องโอดครวญต่อแล้ว
ลาสลอบมองเจ้าผีหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังท่านแม่ ไม่นานทั้งท่านย่ากับท่านพ่อก็กรูกันเข้ามาจนในห้องเล็กแน่นขนัดในพริบตา ผีนั่นก็ลอยเท้งเต้งหลบขึ้นไปนอนหัวเราะคิกคักด้วยสีหน้าระรื่นอยู่บนขื่อเพดานแทน ถึงไม่รู้ว่าหัวเราะเรื่องอะไรแต่ดูเหมือนว่าคนอื่นนอกจากเขาไม่มีใครเห็นหรือได้ยินเสียงของเจ้านั่น จนชักเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วเพราะโดนกดดันมากเข้า จึงประสาทหลอนไปแล้วหรือไม่
“เมื่อวานเจ้ากลับมาพร้อมหม้อหลอมพิลึกใบนั้น จากนั้นก็สลบไปทันทีแม่เจ้าห่วงมากรู้ไหม” การอนพูดเสียงเข้ม แต่ชักสีหน้าไม่สบายใจออกมาให้เห็นชัด แสดงให้เห็นว่าเขาเองก็เป็นห่วงไม่น้อยถึงจะดูเข้มงวดอยู่ตลอดเวลา ลาสยิ้มกริ่มก่อนตอบเสียงค่อย
“เมื่อวานข้าคงฝึกหนักไปหน่อยเท่านั้น ได้พักผ่อนอีกสักครู่อาการคงดีขึ้น...”
ท่านย่าเดินเข้าหาก่อนจะลูบหัวปลอบพอเป็นพิธี เขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากพลังของหญิงชราที่ซึมผ่านผิวหนังช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดจนร่างกายผ่อนคลายขึ้นมาก พอเห็นเช่นนั้นพวกผู้ใหญ่ก็ โล่งอกและตัดสินใจให้เขาพักผ่อนแต่เพียงลำพัง ทั้งห้องเงียบงันอยู่ครู่ใหญ่จนกระทั่งลาสลืมตาขึ้นอีกครั้งพร้อมถอนหายใจอีกเฮือก
“เรื่องเมื่อวาน... ไม่ใช่ฝันสินะ”
ลาสนึกถึงเรื่องที่โดนครูฝึกของตนเองหลอกให้ทำความสะอาดมาเป็นอาทิตย์ โดยไม่สอนเทคนิคอะไรสักอย่าง แค่คิดก็ ปวดใจเต็มทนแล้ว หากไม่มีผีตนหนึ่งที่ออกมาตอบโต้ชี้หน้าด่าครูฝึกคนนั้นแทนเขา ก่อนจะแสดงพลังที่ยิ่งใหญ่ชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต...
“พูดอะไรของเจ้า ยังตื่นไม่เต็มตาหรือไง”
ผีตนนั้นยังตีหน้างง นั่งกลิ้งไปมาบนอากาศ... บางทีนั่นอาจไม่ใช่งง แต่เวียนหัวเพราะมัวแต่ทำอะไรไม่เข้าท่านี่ล่ะ ตกลงตานี่จะเป็นคนที่พึ่งพาได้หรือไม่เขาชักเริ่มสงสัยอีกแล้ว
“โอ๊ย...” ลาสพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่แขนที่ยันร่างนั้นก็ยังเจ็บแปลบปลาบ เพียงแค่ลุกขึ้นมานั่งได้ก็ต้องฝืนใช้พลังมหาศาลจนต้องนั่งหอบอยู่ขอบเตียง
“ดูเหมือนพลังข้าจะมากเกินไป ร่างเด็กของเจ้าทนไม่ไหว จึงเกิดผลข้างเคียงสิท่า จะว่าไปข้าก็ไม่เคยสิงใครเสียด้วย”
ผีผู้นั้นพูดเสียงค่อยแล้วหัวเราะด้วยทีท่าภูมิใจ ความซาบซึ้งที่เพิ่งแอบคิดอยู่เมื่อครู่เขาปาทิ้งออกนอกหน้าต่างไปแล้ว ตอนนี้ชักจะโมโหขึ้นมาตงิด ๆ
“แล้วแบบนี้ข้าจะไปอาเธอร์เรียได้อย่างไร” ลาสพูดพลางส่ายหน้า
“เจ้ายังคิดอยากไปอีกรึ”
ผีตนนั้นถาม น้ำเสียงยังฟังดูแปลกเล็กน้อยไม่เป็นธรรมชาตินัก... อันที่จริงเขาก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าผีนั้นเปล่งเสียงอย่างไร
เด็กชายนั่งนิ่งเงียบครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่ล่ะ” คำตอบนั้นชัดเจนและหนักแน่น
เจ้าผีลูบคางพยักหน้าหงึก ๆ อย่างพึงพอใจก่อนจะชี้ไปทางโต๊ะหนังสือ พลันกล่องไม้บนโต๊ะก็แง้มเปิดเอง เม็ดยาลายสีขาวสลับส้มดุจอัญมณีลอยตรงมาหยุดอยู่บนนิ้วชี้ของชายผี เจ้านั่นเพ่งพินิจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียง พูดขึ้นโดยสายตายังไม่ละจากเจ้ายา
“สมัยนี้ทำยากันแปลกดีน้า แต่ก็พูดยากในเมื่อยาเม็ดนี้ทำโดยผู้ที่ยังไม่เชี่ยวชาญนัก ผสมวัตถุดิบหยาบกระด้างเอาการ ดังนั้นผลสะท้อนกลับการใช้เลยค่อนข้างสูง...” เจ้าผีว่าแล้วสลับมองมาที่เด็กชายที่อยู่ด้านข้าง “ยังดีไม่ทำพลาดตั้งแต่แก่น แบบนี้ยังแยกองค์ประกอบสร้างใหม่ได้”
หมอนั่นพล่ามติออกมาเป็นชุดจนลาสหน้าบูดสนิท ดูเหมือนยาราคาแพงที่พ่อของเขาซื้อมาจะย่ำแย่กว่าที่คาดคิดเสียแล้ว แต่สิ่งที่เขาสงสัยที่สุดไม่ใช่เรื่องนั้น
“เดี๋ยวก่อนนะ อะไรคือการแยกองค์ประกอบที่ท่านว่า ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสามารถทำเช่นนั้นได้ด้วย” ลาสถามตามตรง เจ้าผีดูจะพอใจมากที่เด็กชายมีความอยากรู้อยากเห็นเช่นนี้
“แม้แต่ในยุคที่ข้าอาศัยอยู่ก็มีคนเพียงหยิบมือที่สามารถแยกองค์ประกอบของยาเพื่อปรับปรุงได้ เพราะการจะทำเช่นนั้นได้ อย่างแรกสุดคือการวิเคราะห์ถึงส่วนประกอบอย่างแม่นยำ เข้าใจถึงแก่นแท้ของยาชนิดนั้นจริง ๆ เสียก่อน”
ท่านผีหนุ่มว่าพลางชี้นิ้ววนบนอากาศ เจ้ายาเม็ดเดิมก็หมุนตาม “ยานี่พูดไปใช้วัตถุดิบค่อนข้างดีทีเดียว เริ่มจากแก่นที่ใช้เขี้ยวของหมาป่าเงามืด เอามาบดแล้วตากแสงจันทร์ไว้นานนับปี สร้างสมดุลด้วยหินสะเก็ดดาวเป็นของสองสิ่งที่ช่วยเสริมส่งให้พลังแก่กัน แต่ปัญหามันอยู่หลังจากนั้น...”
เจ้าผีส่งกล่องกับยาเม็ดคืนให้ลาส สีหน้าทั้งเคร่งขรึมทั้งจริงจัง
“ตรงส่วนประกอบรอง... เจ้าคนทำมันหวังแต่จะเพิ่มพลังอย่างเดียวโดยไม่ดูสมดุล ทั้งดอกกระบองเพชรร้อยปีในทะเลทรายเกรเฮซ ทั้งหญ้าดาริสซึ่งขึ้นในเขตร้อนชื้น ไม่พอยังมีหน้าใส่ หญ้าอาส์วซึ่งใช้น้ำพุร้อนเป็นน้ำเลี้ยงอีก ของพวกนี้เป็นของร้อนทั้งสิ้นไม่แปลกที่ยาเม็ดนี้จะกลายเป็นยางี่เง่าเม็ดหนึ่ง ที่ธาตุอื่นกินเข้าไปอาจถึงตาย ส่วนธาตุไฟกินเข้าไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อส่วนประกอบรองนั้นครึ่ง ๆ กลาง ๆ เกินไปสำหรับผู้มีพลังธาตุไฟแท้”
ลาสพยายามทำความเข้าใจทั้งที่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไรนัก
“ถ้าต้องปรับแล้วล่ะก็...” ผีหนุ่มเหมือนหลุดเข้าสู่โลกส่วนตัวไปแล้ว เขาจับผมยาวสีดำขลับของตนมาหมุนเล่นอยู่แถวปากขณะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
นัยน์ตาสีเดียวกับผมจ้องมองอย่างเป็นประกาย ก่อนที่ ริมฝีปากบางจะขยับยิ้มร่า
“ดีละ เมื่อเป็นเช่นนั้น เพียงเสริมหญ้าหยาดน้ำค้างเข้าไป... ใบหญ้าอ่อนที่ผลิกลีบดอกเพียงยามเช้าตรู่ ดอกที่ซึมซับกลิ่นไอราตรีมาทั้งคืน กลืนแสงแดดอ่อนเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสุดสำหรับเม็ดยานี้”
ลาสเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายยามเวลาพูดถึงยาอย่างมีชีวิตชีวาแล้วก็อดหัวเราะตามไม่ได้ เป็นเรื่องที่ยากจะปฏิเสธ ทุกคนในประเทศนี้ล้วนมีความคิดอยากเป็นนักหลอมยาด้วยกันทั้งสิ้น แต่ในความเป็นจริงมันกลับไม่ง่ายนักเมื่อคนเพียงหยิบมือถึงสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางนั้นได้ และคนน้อยยิ่งกว่าที่ประสบความสำเร็จ ทว่าบนหนทางอันแสนยากลำบากนี้จะมีสักกี่คนที่สนุกกับมันได้อย่างที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า...
“ท่าน... อาจารย์” เป็นครั้งแรกที่ลาสเรียกตนอย่างนี้ ผีหนุ่มแปลกใจไม่น้อย
“เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าไงนะ ?”
ดูเหมือนคุณผีจะยังไม่ค่อยเชื่อหูสักเท่าไร
“อาจารย์... ” ลาสเอ่ยเสียงค่อยไม่มั่นใจดีนัก เจ้าผีฟังแล้วหัวเราะร่วนทันทีจนเด็กชายชักหน้าเสีย “เมื่อวานท่านบอกจะสอนข้านี่!”
“ใช่ ข้าบอกไว้เช่นนั้นจริงแต่...” ชายหนุ่มพูดแล้วทำทีลังเล
“ท่านจะคืนคำพูดงั้นรึ” ลาสเริ่มใจเสียหนักข้อ
“หลังจากโดนศิษย์ทรยศข้าให้คำมั่นกับตนเองไว้แล้วว่า จากนี้จะไม่รับศิษย์อีก” เจ้าผีว่าพลางกอดอก เด็กน้อยเศร้าลงถนัดตาเห็นเช่นนั้นเจ้าผีก็ฉีกยิ้มเห็นฟันขาว “อีกอย่างเจ้ากับข้าน่าจะอยู่ในฐานะพึ่งพาอาศัยกันมากกว่า เรียกข้าว่าดรากูนเถอะ”
“ฮะฮะฮะ” แม้คำว่าพึ่งพาอาศัยกันมันจะฟังดูพิกลแต่ลาสก็เริ่มยิ้มออกบ้าง “แล้วท่านจะสอนข้าใช่ไหม ท่านดรากูน”
ผีส่ายหน้าเบ้ไม่พอใจ ชี้นิ้วใส่หน้าเด็กน้อยทันที
“เรียกแค่ดรากูนไม่ต้องมีท่าน ข้าไม่ชอบ”
ลาสเลิกคิ้ว จริงอยู่ที่เขายังเด็กแต่ว่าการค้าขายย่อมทำให้พบผู้คนมากมาย ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยพบคนที่ไม่ชอบคำยกยอ ยิ่งยกให้อีกฝ่ายสูงขึ้นเท่าใดก็ยิ่งขายดีเท่านั้น... นี่เป็นครั้งแรกที่คน...หรือผี ที่น่าจะมีศักดิ์เหนือกว่าตนลิบลับกลับไม่ต้องการให้เรียกด้วยคำสรรเสริญ หากเสนอความเท่าเทียมให้ มันทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย...
เด็กชายเงยหน้ามองชายในชุดคลุมอีกครั้ง ดวงตาสีดำลึกล้ำเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นยังคงมองมาทางตนอย่างอ่อนโยน
“ข้าเรียกท่านเพียง ดรากูน ได้จริงน่ะหรือ”
ลาสยังถามอย่างไม่มั่นใจนัก เจ้าผีโบกมือปัดราวกับไม่ใส่ใจ
“ข้าเป็นผีไหนเลยต้องยึดติดเรื่องไร้สาระ หากต้องนับอายุข้าเป็นทวดของทวด ทวด ทวด ทวด เจ้าแล้วจะหาศักดิ์อะไรมาเรียกข้ากันล่ะ” หมอนั่นพูดทีจริงทีเล่น ใบหน้ายังดูอารมณ์ดีเป็นนิจ “แต่เจ้าต้องเก่งขึ้นมิเช่นนั้นข้าจะลำบาก ต่อให้เจ้าไม่อยากข้าก็ต้องจับเจ้าเรียน”
“เช่นนั้นข้าพร้อมเรียนแล้ว ทะ... ดรากูน” ลาสระริกระรี้ระงับความตื่นเต้นไม่ไหว ชายหนุ่มหัวเราะ
“ของมันแน่อยู่แล้วแต่ก่อนอื่นต้องหาวัตถุดิบผสมยารักษาอาการเจ้าก่อน” ดรากูนว่าพลางทำหน้าเจ้าเล่ห์
“แล้วข้าจะไปหาของแบบนั้นจากที่ไหน ?” ลาสเริ่มใจคอไม่ดีเมื่อเห็นสีหน้าเช่นนั้นของว่าที่อาจารย์ และก็เป็นไปตามคาด
“ก็ห้องของท่านย่าเจ้าไง”
ดรากูนว่าด้วยหน้าระรื่นแล้วตบมือเปาะ วินาทีนั้นเองที่ลาสเริ่มสำนึกได้ว่าการฝึกฝนของคนนี้ไม่น่าง่ายจริง ๆ เพียงคำชี้แนะแรกก็ดูท่าจะลำบากเสียแล้ว