รหัสลับนักสลักรูน นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
ตริ๊ง...!
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นขณะที่ห้วงความคิดเต็มไปด้วยความคับข้องใจ เลือดลมสูบฉีด หูเริ่มแดง อุณหภูมิที่ศีรษะก็สูงขึ้นเล็กน้อย หนึ่งในภาวะที่เหล่าเกมเมอร์เรียกกันว่า ‘หัวร้อนภาวะแรกเริ่ม’
ลินน์กะพริบตามองตัวหนังสือที่เด้งขึ้นขวางวิสัยทัศน์ นั่นคือเมลข้อความจากผู้เล่นชื่อ‘YouMoronGoDie-Whahaha’
เมื่ออารมณ์เย็นลงบ้าง เขาจึงพาตนเองออกจากตลาด ณ จัตุรัสเมืองเมตรา เดินเลียบเข้าสวนหย่อมเล็ก ๆ ด้านข้างของที่พักในย่านชุมชน หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ สักพักเห็นว่าไม่เป็นจุดสนใจแล้วจึงใช้นิ้วมือสัมผัสปุ่มYESเพื่อเปิดอ่านข้อความที่เพิ่งได้รับ ซึ่งเนื้อหาก็ไม่ต่างจากที่คาดนัก
‘โชคดีนี่หว่า ฉันยังเหลืออาวุธของนักผจญภัยอยู่พอดี แพงนะเว้ย ใช้เสร็จส่งคืนมาด้วย!’
เขาอ่านข้อความได้เพียงแค่นั้น ระบบแจ้งเตือนก็ส่งเสียงแหลมแทงหูอีกครั้ง
‘ผู้เล่น YouMoronGoDie ส่งอุปกรณ์ +7Telrift sword ENH มาให้ท่าน ต้องการรับหรือไม่?’
ลินน์เลิกคิ้วมอง แล้วเลื่อนหน้าต่างทั้งสองให้อยู่คนละฝั่งเพื่อดูให้สะดวกยิ่งขึ้น ภายในจดหมายฉบับที่สองนี้ มีโมเดลดาบสามมิติหมุนอย่างช้า ๆ ให้เขาได้ยลโฉมอย่างชัดเจน มันเป็นดาบสั้นโค้งน้อย ๆ ใบดาบสีขาวสะอาด ด้ามจับเป็นหนังฟอกสีอ่อน กั่นทองเหลืองโค้งประหนึ่งเป็นโล่เล็ก ๆ บังมือของผู้ใช้เอาไว้ เขาไล่อ่านข้อมูลของเจ้าดาบนั่นอย่างละเอียดก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นทุกขณะ
+7Telrift sword ENH
ระดับความหายาก: **
พลังโจมตีพื้นฐาน 20
พลังโจมตีเพิ่มเติม +21
เสริมพลัง (ENH) อัญมณีเจิดจรัสB การโจมตีกายภาพ +12
น้ำหนัก 5
ความทนทาน 91/100
ไม่จำกัดอาชีพที่ใช้งานได้
เทลรีฟ เป็นดาบขึ้นชื่อของอาณาจักร เมอาเดีย มีพลังโจมตีสูง ใช้งานได้ง่าย ออกแบบโดยช่างฝีมือสองคนได้แก่เทอาและรีฟาอิล กระบวนการผลิตยังคงเป็นความลับ ถึงจะสามารถผลิตได้ แต่ช่างทั้งสองจะร่วมมือกันผลิตขึ้นมาเพียงเดือนละสิบเล่มเท่านั้น
“นี่มัน...” ลินน์ถึงกับพูดไม่ออก เพียงดูแค่พลังโจมตีเพียว ๆ ก็มากกว่า HP สูงสุดของเขาแล้ว นั่นหมายความว่าถ้าเขาโดนของพรรค์นี้ฟันสักทีคงได้ตายทั้งยืนในทันทีแหง ๆ
เนื่องจากเกมSoT ไม่มีระดับเลเวลตัวละคร อุปกรณ์ต่าง ๆ ในเกมจึงเปรียบเสมือนทางลัดที่จะทำให้เหล่าผู้เล่นเก่งขึ้นได้รวดเร็วที่สุด และเมื่อได้อุปกรณ์มา ในโลกของSoT ก็ยังเปิดช่องให้สามารถเสริมพลังในรูปแบบต่าง ๆ ได้สารพัด เพื่อดึงประสิทธิภาพของอุปกรณ์ให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก
ทว่าเรื่องอุปกรณ์กลับเป็นข้อจำกัดสำคัญของสายอาชีพต้นเริ่มอย่างนักผจญภัย เพราะว่าอุปกรณ์ที่เหล่านักผจญภัยสามารถใช้งานได้นั้นมีไม่มากนัก และส่วนใหญ่เป็นของด้อยประสิทธิภาพ พลังโจมตีค่อนข้างต่ำ พลังป้องกันก็ติดดิน ทำให้การใช้ชีวิตอยู่ในฐานะนักผจญภัยเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าทวีปหลักที่ศัตรูจะยกระดับความเก่งกาจขึ้นชนิดที่ดินแดนฝึกหัดไม่สามารถเทียบได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวคนส่วนใหญ่จึงต้องรีบเปลี่ยนสายอาชีพให้เร็วที่สุด
กระทั่งหกเดือนผ่านไป ระบบเกมเปิดเผยมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์ที่ไม่จำกัดสายอาชีพผุดขึ้นในตลาดเป็นดอกเห็ด กระแสย้อนกลับมาเป็นนักผจญภัยเพื่อเก็บทักษะสำคัญที่ตนปล่อยหลุดลอยไปในคราแรกก็บูมขึ้น และเพื่อบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว อุปกรณ์ไม่จำกัดอาชีพจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีความโดดเด่น ซึ่งเจ้า เทลรีฟ เล่มนี้คืออาวุธที่คนอย่างนายมัวร์เลือกมาใช้ มิหนำซ้ำยังกล้าเสริมพลังขึ้นมาจนถึงระดับนี้...
เขาสามารถบอกได้ทันทีว่า หมอนั่นมั่นใจว่าจะไม่ขาดทุน อย่างไรก็ขายดาบนี่ต่อได้ในราคาสูงกว่าที่ตนจ่ายไปแน่ ๆ ขอแค่กระแสการเล่นนักผจญภัยยังคงเป็นที่นิยม
“เจ้านั่นกล้าฝากของระดับนี้ให้คนเพิ่งหัดเล่นได้ไงนะ”
ลินน์กดตอบรับ พูดบ่นปนยิ้ม ได้ของดีมาใช้ฟรีมีหรือจะไม่ใช้ เขารู้ดีแก่ใจว่านายมัวร์คาดหวังให้เขารีบตามไปในจุดที่ตนเองอยู่โดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้รวมกลุ่มกันอีกครั้ง
การเล่นเกมประเภทmmorpgส่วนใหญ่นั้น หากมีอุปกรณ์ระดับสูงให้ใช้งานตั้งแต่แรก มักช่วยให้การเล่นเกมง่ายดายขึ้นมาก แม้ว่าSoTจะไม่มีการเก็บเลเวลตัวละคร แต่ก็มีการเก็บเลเวลสกิล ภารกิจส่วนมากก็เกี่ยวพันกับการต่อสู้แทบทั้งสิ้น การมีอาวุธที่ดีในครอบครองย่อมทำให้จบการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยให้ผู้เล่นพัฒนาตัวละครได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
“เอาละดูสิส่งข้อมูลอะไรมาให้อีกบ้าง” ลินน์ไฟเริ่มติด พูดพลางเก็บดาบเข้าช่องเก็บของ ขยับจดหมายฉบับแรกมาอยู่ตรงหน้าให้อ่านสะดวกยิ่งขึ้น และใช้เวลาอีกครู่ใหญ่ไปกับการอ่านข้อมูลเหล่านั้นในคราวเดียว
สิ่งที่นายมัวร์ส่งมาให้เรียกว่าเป็นคัมภีร์ของสายอาชีพนักผจญภัยก็ว่าได้ เพราะเป็นการรวบรวมทักษะทั้งหมดของนักผจญภัย จำแนกหมวดหมู่โดยแบ่งตามพื้นที่ที่รับภารกิจ ความยากของภารกิจ ระดับความน่าสนใจของสกิลโดยอ้างอิงจากความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ต ซ้ำระบุชัดถึงรายละเอียดของทักษะทั้งหมดเพื่อให้ตัดสินใจเอาเอง เรียกได้ว่าครบถ้วนจนไม่ต้องหาเพิ่มจากที่อื่นอีก สมแล้วที่เป็นผลงานของฐานข้อมูลประจำกลุ่ม
แรกเริ่มลินน์ใช้วิธีอ่านผ่าน ๆ เพื่อดูรายละเอียดคร่าว ๆ ของสกิลที่น่าสนใจเอาไว้ก่อน แล้วจึงมาลงรายละเอียดลึกของสกิลที่อยู่ในเมืองเมตรา พบว่ามีสกิลที่เตะตาอยู่ไม่น้อยอาทิ...
Campfire **
เนื่องจากในเกม SoT เหล่าผู้เล่นยังใช้การเดินทางภาคพื้นดินเป็นหลัก จำเป็นต้องทำการพักแรมระหว่างทางจนเป็นเรื่องปรกติ ทักษะนี้จะทำให้ประสิทธิภาพในการฟื้นฟู HP MP SP สูงขึ้น ทั้งยังลดโอกาสพบศัตรูในเวลาพักผ่อนได้ในระดับหนึ่ง
Analysis E **
ต่อไปมีสายอาชีพที่ช่วยวิเคราะห์ไอเทมต่าง ๆ ได้ดีกว่าก็จริงอยู่ แต่ถ้าพึ่งพาคนอื่นเสียหมด รับรองได้ว่ามีเท่าไหร่ก็ไม่พอ ควรเลื่อนขั้นให้สุด (C)
Basic HP recovery **
ช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตระหว่างต่อสู้ได้จำนวนหนึ่ง มีไว้ดีกว่าไม่มี ถ้าเล่นสายอาชีพประเภทนักเวทนี่คือสกิลชั้นยอด
Basic SP recovery *****
นักผจญภัยเป็นสายอาชีพที่โดดเด่นในเรื่องการเดินทางจึงมีค่า SP ค่อนข้างสูง และค่า SP สายอาชีพอื่นก็ใช้เยอะ
Basic MP recovery **
มีไว้ดีกว่าไม่มี
Quick Learner *****
เป็นตัวช่วยให้สามารถเรียนรู้สกิลสายทั่วไปได้รวดเร็วขึ้น ประหยัดเวลามหาศาล
Basic attribute modification ****
ค่าสถานะของตัวละคร ถึงอัปเลเวลตัวละครไม่ได้ แต่ใน SoT จะมีสกิลประเภทนี้ที่ช่วยเพิ่มค่าสถานะได้
Basic of SP *****
เป็นการเพิ่มค่าสถานะSP ในระดับที่ค่อนข้างสูง ใช้ได้อีกนาน
Adventurer ****
เพิ่มความเร็วในการเดินทาง สกิลของนักผจญภัยโดยแท้ ต้องมี!
นอกจากนั้นยังมีสกิลจิปาถะอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะสกิลเพิ่มค่าสถานะต่าง ๆ สกิลอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต สารภาพตามตรงเห็นค่าสถานะตัวเองเป็น 5 เรียบแบบนี้ จะทักษะอะไรก็อยากได้มาเสริมพลังทั้งนั้น ก็เขาไม่ใช่พวกผู้เล่นระดับสูงที่ย้อนกลับมาเป็นนักผจญภัย โดยมีสกิลระดับสูงติดตัวอยู่แล้วนี่นะ
“เฮ้อ...” คิดแล้วก็ผ่อนลมหายใจ เงยหน้าจากข้อมูลอันยาวเหยียดในจดหมายเป็นครั้งแรกในรอบชั่วโมง ภาพตรงหน้ามัวลงชั่วขณะคล้ายสภาพของคนที่นั่งทำงานหนักโดยไม่พักสายตา เขากะพริบตาเบา ๆ สองสามครั้งเพื่อปรับโฟกัสสายตาให้นิ่ง
หมู่บ้านเล็ก ๆ ยังคงคึกคัก เหล่า NPC ในตลาดยังเดินกันขวักไขว่ ปะปนกับเหล่าผู้เล่นที่เดินจับกลุ่มกันพูดคุยเสียงดัง เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว เมฆน้อยลอยดุ่ย ๆ บนฟ้า ไม่มีทีท่าจะช่วยบังแดดให้ได้ แต่ด้วยร่มไม้และลมทะเลทำให้บรรยากาศโดยรวมอบอุ่น และเย็นสบายน่านอนหลับสักงีบ
ประสบการณ์ออนไลน์ในโลกของ SoT เพียงแค่ชั่วโมงกว่า ๆ นี้ทำให้เขาแทบลืมไปแล้วว่ามันเป็นแค่เกม ถึงจะบอกว่าการเชื่อมต่อของเขาจะอยู่ในระดับ 100% แต่เป็นไปได้ด้วยหรือที่เขาจะสามารถสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิโดยรอบ สายลมอ่อนที่พัดปะหน้า กลิ่นของทะเลที่โชยมาเตะจมูก ภายในโลกเสมือนแห่งนี้
บางทีอาจเป็นผลของการควบคุม Lucid Dream ได้อย่างสมบูรณ์กันแน่นะ...แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่คิดให้ตายก็คงไม่ได้คำตอบ
“ฮึบ!” ลินน์ลุกขึ้นบิดขี้เกียจเพื่อยืดเส้นยืดสาย ตามองกวาดหาเป้าหมายหลักของการเริ่มต้นภารกิจ ก่อนที่คิ้วจะขมวดมุ่นลงในทันใด
ในเมืองเมตรานี้ จะมีใครเล่าที่มอบภารกิจหลักให้กับเหล่าผู้เล่น...หากไม่ใช่ตาลุง ตาตี่ ขนตาดก พุงพลุ้ย พูดจาไม่เป็นมิตรอย่างผู้ใหญ่บ้าน!
“ไม่ลองก็ไม่รู้... อย่างน้อยภารกิจปลดทักษะสายอาชีพก็ควรปล่อยออกมาบ้างล่ะมั้ง ไม่อย่างนั้นผู้เล่นใหม่จะเล่นกันอย่างไร?” เขาตัดสินใจมองโลกในเชิงบวกมากกว่าจะมองติดลบไปเสียหมด เมื่อมีปัญหาก็ต้องแก้ เขาใช้ชีวิตมาแบบนั้นมากกว่าจะไปนั่นบ่นถึงปัญหา
เมื่อความจริงซ้อนทับกับโลกเสมือน แรงผลักดันจึงพาเท้าก้าวเดินเข้าหาผู้ใหญ่บ้านแห่งเมืองเมตราอีกครั้ง และพออยู่ในรัศมีสามเมตร ตาลุงหันขวับจ้องเขม็งตอบด้วยท่าทีไม่เป็นมิตรเช่นเดิม “มีธุระอะไรอีก เจ้าคนนอก” ลุงแกว่า
“ผมได้ยินมาว่าลุงมีทักษะสายอาชีพนักผจญภัยอยู่หลายสกิล...” ลินน์กลืนน้ำลายก่อนจะพูดต่อ ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่าทำไมต้องรู้สึกประหม่าตอนคุยกับ NPC...เริ่มรู้สึกว่าการเล่นผ่านคอมอาจจะทางเลือกที่ดีกว่าในกรณีแบบเดียวกันนี้ “หากต้องการเรียนต้องทำอย่างไรบ้าง... ครับ?” เขายังพยายามพูดต่อจนจบ แล้วเผชิญหน้ากับลุงผู้ใหญ่โดยตรง
ลุงผู้ใหญ่บ้าน เหลือกตาซ้ายใต้ขนตาหนาขึ้นจ้องเขม็ง บทสนทนาขาดช่วงไปชั่วขณะ ผู้เล่นรอบ ๆ เห็นคนดื้ออาจหาญคุยกับผู้ใหญ่บ้านก็เริ่มกระซิบกระซาบ
ถึงจะเริ่มอายหน่อย ๆ ที่กลายเป็นขี้ปากให้คนอื่นนินทากันเล่นสนุกปาก แต่เขาก็ไม่คิดถอย เพราะนี่เป็นทางลัดที่สุดเพื่อให้ได้สกิลที่ต้องการมา มิเช่นนั้นคงต้องผ่านการทำงานหนักอีกมาก และหลังจากเงียบอยู่นานปากดิจิทัลของลุงแกก็ขยับ ตอบกลับขวางหูสั้น ๆ “ไม่สอน”
“ทำไมล่ะ?”ลินน์ผงะ ไม่คิดว่าตื้อแล้วคำตอบจะสั้นและห้วนขนาดนี้ เขารับไม่ได้จึงถามย้อน
“ก็แค่ไม่อยากสอน”
ลุงแกกอดอกมอง เส้นเลือดปุดบนหน้าผาก ไม่ใช่ลดความแรงแต่ดูจะเดือดขึ้นเรื่อย ๆ แต่นั่นไม่ใช่แค่ฝั่งตาลุงเท่านั้น...
อาการหัวร้อนที่จางหายไปของลินน์ก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นอีกรอบ แต่ก็ต้องแสร้งยิ้มไว้ก่อน
“ลุงไม่คิดว่าใจร้ายเกินไปเหรอ ปล่อยนักผจญภัยอ่อนหัด ไร้ญาติสนิทมิตรสหายอย่างผมไปเผชิญโลกกว้างทั้งอย่างนี้น่ะ...”
“คนอื่นไม่เห็นตาย” คำตอบลุงเหมือนยกมือหนาฟาดหน้าจนเลือดกบ รอยยิ้มที่ปั้นไว้แทบจะจะหุบลงในชั่วพริบตา
“โธ่ เงินสักแดงก็ไม่มี ไม่มีงานให้จะเอาอะไรกิน” ลินน์พยายามทำตัวน่าสงสารสุดชีวิต ไม่ต้องสงสัยผู้เล่นคนอื่นหัวเราะลั่นไม่ปิดบังกับภาพผู้เล่นนิรนาม ออดอ้อนลุงผู้ใหญ่บ้านจอมหัวรั้นแห่งเมตรา และนั่นเป็นเหตุผลหลักที่เขาหัวร้อนด้วยเช่นกัน...อยากตะโกนออกไปจริง ๆ
ไม่ช่วยก็อย่ามาป่วนได้ไหม!?
“แกนี่ดื้อจริง...” คำออดอ้อนเหมือนจะเริ่มได้ผลเมื่อสีหน้าลุงผู้ใหญ่เริ่มอ่อนลง มือขวาละจากกอดอก เลื่อนขึ้นลูบเครางาม
“ความเป็นความตายนี่” เห็นอย่างนั้นลินน์จึงกระทุ้งเพิ่มอีกหน่อยหนึ่ง เหมือนว่าแผน‘หน้าด้าน’ จะได้ผลไม่เลวนัก
“ก็ได้ แต่ข้าให้แกเรียนได้สกิลเดียว” ในที่สุดลุงแกก็ยื่นข้อเสนอให้ แต่นั่นกลับทำให้เขาหน้าเสีย
“สกิลเดียวอะไรกันล่ะ?” ลินน์ลองแหย่อีกหน่อยแต่คราวนี้ไม่เป็นผลแล้ว
ลุงผู้ใหญ่บ้านหันขวับ เดินกลับไปทำงานต่อโดยไม่คิดเสวนาต่อด้วย พูดทิ้งท้ายไว้เพียง “โลภมากจะไม่ได้อะไรติดมือไปทั้งนั้น”
ลินน์ถอนหายใจยาวหลังจากจบบทสนทนาอันน่าอึดอัดลงได้ ไม่นึกว่าคนอย่างเขาจะต้องมานั่งปั้นหน้าเล่นละครในโลกของเกม mmorpg แบบนี้
แม้ว่าในท้ายที่สุดเขาจะโดนปฏิเสธความช่วยเหลืออีกรอบ แต่อย่างน้อยก็ต้องถือว่ามีความคืบหน้า... เขาไม่เคยเชื่อว่าการรอคอยโอกาสจะทำให้ได้พบกับหนทางที่ปูด้วยกลีบกุหลาบ เพราะจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา สิ่งที่ช่วยให้เขาไปถึงเป้าหมายได้รวดเร็วที่สุดก็คือ การกำหนดเส้นทางและบากบั่นเดินต่อไปจนกว่าจะถึงเส้นชัยเท่านั้น
นึกดูแล้วพวกเล่นมาก่อนต้องเล่นแบบมืดแปดด้านช่วยกันคลำทางจนเจอ พวกเล่นทีหลังก็มีปัญหากับ NPC แบบนี้ สมดุลดีมาก
หึ... ยอมรับก็ได้ว่าปลอบใจตัวเองไปวัน ๆ
เขาเดินหลบเข้ามุมเพื่อเปิดจดหมายขึ้นอ่านอีกครั้ง ก่อนจะเปิดแผนที่ขยายสัดส่วนให้เห็นชัด แล้วเริ่มกาจุดหมายสำคัญลงไปทีละจุดจนครบ
เมื่อการเตรียมการเรียบร้อยจึงเริ่มเดินไปสำรวจท่าทีของ NPC เริ่มภารกิจของแต่ละทักษะที่ต้องการ เป้าหมายแรกคือNPCเจ้าของร้านขายอัญมณีเวทมนตร์ คุณอีวาน ผู้ครอบครองสกิล Analysis E
จากจัตุรัสกลางเมือง เพียงเดินแยกไปทางทิศตะวันตกร้านของอีวานจะตั้งอยู่ทางขวามือ แต่ยังไปไม่ถึง เขาก็ได้ยินเสียงร้องโวยวายของผู้คนดังเซ็งแซ่จึงต้องแอบดูอยู่ห่าง ๆ
เขาเห็นเอลฟ์หนุ่มคนหนึ่งกำลังปัดกวาดร้าน เขาเห็นเศษไหดินเผาแตกร่วงอยู่ รอบ ๆ มีNPCหลายคนเข้ามาคุยด้วยความเห็นใจ เพียงได้ยินประโยคว่า “ลูกค้าทำของเสียหายอีกแล้วเหรอ?” เขาก็ไม่กล้าเดินเข้าหาแล้ว เพราะจังหวะไม่ดีอย่างยิ่ง เกรงว่าจะเป็นการเติมเชื้อไฟเปล่า ๆ เกิดค่าความสนิทติดลบเพิ่มคงลำบากแย่
ส่วนของที่แตกหักนั่นเขาพอจะคาดเดาได้อยู่ เนื่องจากเกมนี้มีระบบบังคับหลายแพลตฟอร์ม... พวกที่เล่นจากมือถือหรือเครื่องเกมที่มีความละเอียดต่ำ การบังคับจึงไม่ละเอียดนัก และบางคนได้ของใหม่ก็ชอบลองสกิล ลองนู่นลองนี่ไปด้วยโดยเฉพาะพวกมือใหม่ หรือไม่ก็พวกที่เล่นเกม RPG มาบ่อย ๆ เข้าเกมมาชอบเดินค้นข้าวของเครื่องใช้ เปิดหีบทุบไหหาของฟรีในบ้าน NPC อันเป็นความเชื่อผิด ๆ ในโลก SoT ซึ่งนั่นคงเป็นหนึ่งในสาเหตุของเรื่องบ้า ๆ แบบนี้
แค่คิดก็รู้สึกปวดศีรษะตงิด ๆ
“ช่วยไม่ได้ ลองไปร้านขายหนังสือก่อนดีกว่าแฮะ...”
เป้าหมายต่อไปของเขาคือหนึ่งในทักษะชั้นยอด quick learner แต่เดินต่อได้สักพักก็ต้องชะงักฝีเท้าอีก เพราะเห็นลิบ ๆ ว่าร้านเจ้ากรรมดันมีป้ายไม้เขียนไว้ ‘ปิดให้บริการ’
ร้านค้าในเกม mmorpg ที่เปรียบเสมือน 7/11 กลับปิดบริการตั้งแต่หัววัน นับเป็นตลกร้ายชัด ๆ เขาวิ่งโร่ไปที่หน้าร้าน มองผ่านกระจกเข้าไปก็เห็นชั้นหนังสือเรียงราย แต่ร้านดังกล่าวกลับปิดไฟไว้จริงๆ บรรยากาศเงียบเหงาวังเวงสิ้นดี นั่นทำให้เขาหน้าเสีย แบบนี้มีคนมาด่ากันตรงหน้ายังจะดีกว่า ไม่ใช่ NPC หายสาบสูญ!
“พี่สาว ถามหน่อยสิ คุณเจ้าของร้านเขาไปไหนเหรอครับ?” เรื่องแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ เขาตัดสินใจวิ่งไปหาNPCคนหนึ่งที่กำลังจัดดอกไม้ที่สวนหย่อมหน้าบ้านของตน
เธอเหลียวมองด้วยความแปลกใจ แม้สายตาจะดูระแวงหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่เป็นมิตรแบบตาลุงหัวแข็งนั่นทำให้เขาโล่งอกอยู่บ้าง
“ปิดตั้งนานแล้วล่ะ” นั่นคือคำตอบของเธอ “ลูกของคุณทอนนี่เขามีโรคประจำตัว จำเป็นต้องได้สมุนไพรเฉพาะอย่างหนึ่ง แต่เนื่องจากในเมืองไม่มีใครสามารถหาได้ เขาจึงต้องไปหาเองน่ะสิ”
“หา... เอง?” ลินน์เลิกคิ้วมองอย่างงุนงง “ทำไมของถึงขาดขนาดนั้นได้ล่ะครับ น่าจะเป็นของจำเป็นไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ เป็นของจำเป็น แต่เนื่องจากราคาค่อนข้างสูง คนจากฟากนู้นได้มาก็เอาไปลงตลาดกลาง ไม่เอามาขายให้พวกเรานี่นา” หญิงสาวค้อนตอบ ก่อนจะถามต่อด้วยความแปลกใจ “อ้าว ๆ เป็นอะไรมากไหมน่ะ?”
ขณะนั้นเขาเวียนหัว ซวนเซไปพิงกำแพงหิน ยิ้มแหยเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก...
เกมนี้เกินความคาดหมายไปไหนครับ...
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ” เขาตอบกลับก่อนจะถามเพิ่มเติม “แล้วสมุนไพรที่ว่าชื่ออะไรเหรอครับ?”
หญิงสาวครุ่นคิดก่อนจะตอบกลับง่าย ๆ “เซฟาริน”
บทสนทนาจบลงเท่านั้น เขาก็เดินกลับไปที่จัตุรัสใจกลางเมืองอีกครั้ง ณ บอร์ดรับภารกิจ ลองค้นดูก็พบว่ามีคำขอให้ช่วยหาสมุนไพรชื่อ เซฟาริน อยู่จำนวนหนึ่ง โดยให้ค่าจ้างวานอยู่ที่ 10 เหรียญเงินต่อต้น
เขาพอมองภาพรวมออกแล้ว ดูเหมือนว่าเจ้าสมุนไพรบ้านี่จะเป็นของหายากในระดับหนึ่ง และการที่จะได้รับข้อมูลที่แน่ชัดมีทางเดียว...
เขาเปิดรายชื่อเพื่อนขึ้นมา ก่อนจะพิมพ์ข้อความส่งไปให้เพื่อนเพียงคนเดียวในปัจจุบัน... นาย YouMoronGoDie ข้อความนั้นเขียนเพียงแค่
‘ขอราคาตลาดของเซฟาริน การใช้งาน หาจากไหนได้บ้าง?’
เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที ระบบก็ขึ้นแจ้งเตือนตรงหน้าอีกครั้ง เขารีบเปิดอ่านและพบว่าเรื่องราวไม่ต่างจากที่คาดคิดมากนัก...
เซฟาริน – ชื่อย่อSef.
ปัจจุบันใช้ในการผลิตHP potion (A) ซึ่งใช้ในการทำสงครามกิลด์ รวมไปถึงสงครามระหว่างประเทศ เนื่องจากหาได้เพียงน้อยนิดแต่มีความต้องการสูง ราคาจึงปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคากลางปัจจุบันอยู่ที่ 50 silver ต่อต้น
เยี่ยม... ราคาสูงกว่าที่พวก NPC ตั้งไว้ตั้งต้นละ 40 silver ไม่ใช่เหรอนั่น... แล้วใครมันจะไปรับครับ ภารกิจขาดทุนแบบนี้คุณผู้สร้างเกม
เขาแอบโวยในใจก่อนจะไล่สายตาอ่านถึงประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือสถานที่ที่สามารถหาเจ้าสมุนไพรนี้ได้ในเกาะเริ่มต้น
ที่แรกคือป่าทางตะวันออกของเมืองเมตรา แต่หาไม่ง่ายนักเพราะรกมาก จำเป็นต้องมีทักษะในการตรวจสอบภูมิประเทศและแยกแยะสมุนไพรในระดับ C เป็นอย่างน้อย
สถานที่ต่อมา ทุ่งราบโบรมิน ถัดจากป่าเพียงเล็กน้อย มอนสเตอร์ประเภทกระต่ายชื่อ ซูซู มีโอกาสดรอปอยู่ที่ 0.1% โชคดีที่ในทุ่งราบนั้นมีมอนสเตอร์อีกประเภทหนึ่งชื่อ โบฮีเมียน ซึ่งดรอปแร่มีประโยชน์เช่น บราวน์เอมเบลม สามารถขายได้ในราคาดีเช่นกัน ผู้เล่นใหม่มักหาเงินกันบริเวณนี้
สุดท้าย เป็นบอสประจำเกาะทิศตะวันออก รูนิค นิสัยของบอสตัวนี้คือชอบเก็บสะสมของมีค่า ไม่ยากมากนักแต่ความทนทานสูง HP สูง...
“เฮ้อ...”
เขาอ่านเพียงเท่านั้นก็ปิดจดหมายทิ้ง พร้อม ๆ ไปกับการหายใจเพิ่มค่าคาร์บอนให้โลกSoTไปวัน ๆ แม้เขาจะไม่แน่ใจว่าโลกนี้มีคาร์บอนหรือไม่ก็เถอะ
เขาคงต้องจัดกระบวนความคิดเสียใหม่ ประสบการณ์การเล่นเกม mmorpg ที่ผ่านมาไม่สามารถใช้ที่นี่ได้สักนิด แรกเริ่มเขาคิดว่าเข้าเกมมาจะได้ปลดปล่อยจากเรื่องหนักสมอง วิ่งทำภารกิจ ต่อสู้ พัฒนาตัวละครให้สะใจ ที่ไหนได้มีเรื่องให้ตื่นเต้นได้ห้านาที หลังจากนั้นสิ่งที่ประดังเข้ามาล้วนเป็นปัญหาล้วน ๆ
ใครเล่าจะไปคิดว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่NPCทั้งเมืองไม่เป็นมิตร จึงไม่สามารถรับภารกิจได้ ซ้ำNPCสำคัญยังหายตัวไปทำภารกิจ เพราะไม่มีผู้เล่นหน้าไหนช่วย
ระหว่างที่คิดไปเรื่อยเปื่อย ขาก็พาให้เขาเดินมาหยุดอยู่บริเวณหน้าร้านหนังสือโดยไม่รู้ตัว เขายืนกะพริบตาปริบ ๆ มองอยู่ตรงหน้าร้านที่เงียบเหงา แต่กลับมีเสียงหนึ่งร้องเรียกจากหน้าต่างชั้นสอง...
“พี่ชาย ๆ มาหาคุณพ่อเหรอคะ?”
เสียงใสร้องถามด้วยรอยยิ้มพร้อมโบกมือให้... ก่อนจะยกมือปิดปากไอแค่ก ๆ
“อืม”
ลินน์เงยหน้ามอง กะพริบตาปริบ ๆ และยิ้มรับให้... นั่นคงเป็นลูกสาวของเจ้าของร้าน เธออายุเพียงห้าถึงหกปีหากให้ประมาณด้วยสายตา เป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ผมสีทอง ตาสีฟ้าอย่างกับตุ๊กตา แต่สีหน้าค่อนข้างซีด บ่งบอกชัดว่ากำลังป่วย
“คุณพ่อเข้าป่าตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับก็ค่ำทุกวัน...” เด็กคนนั้นพูดพลางทำหน้าเศร้า ราวกับรู้ว่าเป็นเพราะตนเอง “พี่จ๋า ช่วยเอาขนมถุงนี้ไปให้คุณพ่อได้ไหม ท่านคงเหนื่อยแน่ ๆ”
ว่าแล้วเธอก็โชว์ถุงขนมสีชมพูลายดอกไม้ มัดไว้ด้วยเชือกสีแดงให้ดู ภาพนั้นทำให้ลินน์เผลอยิ้มออกมาแล้วเกาศีรษะแกรก ๆ “ก็ต้องได้อยู่แล้วสิ หนูน้อย” เขาตอบกลับโดยไม่คิด
เด็กสาวยิ้มแฉ่ง ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังตุบ ๆ วิ่งตรงมาทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว แต่ถุงขนมนั้นก็ตกเข้ามือของลินน์เรียบร้อยแล้ว
เขาได้ยินเสียงเอ็ดดังลั่น “ลิเดีย แม่บอกแล้วไงอย่าไปคุยกับพวกคนนอก พวกนั้นเชื่อได้ที่ไหนกัน!” แต่เด็กหญิงคนนั้นก็เถียงกลับทันควัน “พี่ชายใจดี พี่ชายคุยกับหนูด้วยล่ะ!”
หน้าต่างปิดลง สรรพเสียงก็เงียบหาย เหลือเพียงแค่เขาที่ยืนสงบนิ่งอยู่บริเวณนั้น ภาพใบหน้าของเด็กสาวที่พูดเสียงใสนั้นยังกระจ่างชัดในห้องความคิดจวบจนตอนนี้
นั่นน่ะหรือ NPC...?
สำหรับเขากลับเห็นเหมือนชีวิตหนึ่ง... เป็นเด็กผู้หญิงจริง ๆ คนหนึ่งที่ร้องขอความช่วยเหลือจากใจ...
“นี่คงนับเป็นภารกิจแรกได้ใช่ไหมนะ?”
ลินน์ยิ้มกริ่ม เก็บถุงขนมที่ได้รับมาไว้อย่างดีในช่องเก็บของ ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะเริ่มออกเดิน... และเปลี่ยนเป็นวิ่งในเวลาต่อมา นี่เป็นก้าวแรกที่แท้จริงของเขาในโลกใบใหม่แห่งนี้