รหัสลับนักสลักรูน นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
“แกจะเรียนทักษะอะไร?”
ลุงผู้ใหญ่บ้านยิงคำถาม ขณะที่ทั้งหมู่บ้านหันมองมาเป็นทางเดียวกัน ไม่ว่าผู้เล่นหรือNPCอันว่าความอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมชาติของทุกชีวิตอยู่แล้ว
“ทักษะปาหิน” ลินน์ตอบกลับโดยไม่ใส่ใจคนโดยรอบโดยสิ้นเชิง ขณะนี้ในหัวของเขาคิดถึงแผนการที่จะเอาคืน ไม่เว้นว่างให้สิ่งอื่นใดทั้งสิ้น และกระบวนการดังว่าต้องใช้เวลาเล็กน้อย แต่พออีกฝ่ายนิ่งเงียบไป เขาจึงต้องเงยหน้ามองด้วยความหงุดหงิด “อะไรอีกล่ะลุง? ผมไม่มีเวลาทั้งวันนะ”
ลุงผู้ใหญ่ยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ตาโตยังเบิกค้างเติ่งมองอีกฝ่าย “ปาหินนี่นะ?” เขาถามย้ำให้ชัด เสียงดังกังวานจนได้ยินทั่วทั้งลาน คนอื่นก็ตกใจไม่แพ้กัน
“ใช่ปาหิน” ทันทีที่ลินน์ยืนยัน ระบบแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นตรงหน้า ซึ่งเขาก็กดYES แล้วเปิดหน้าต่างสกิลขึ้นมาโดยไม่รอช้า เขาฉีกยิ้มร่าด้วยความพึงพอใจ ขณะที่คนอื่นรวมทั้งลุงผู้ใหญ่ยืนงุนงงเป็นไก่ตาแตก ในความคิดมีแต่คำว่า ปาหิน!
“ลุง แล้วผมสามารถตั้งบ้านได้ไกลที่สุดแค่ไหน?” ลินน์ยังคงถามต่อเนื่อง และคำถามนี้ทำให้ผู้เล่นคนอื่นรู้ว่าเจ้าคนประหลาดผู้นี้เป็นผู้ถือหุ้นกับเขาด้วย
“เปิดแผนที่มาสิ” ลุงผู้ใหญ่ลูบหนวดมองสำรวจอีกฝ่าย แต่ไม่เห็นความลังเลแม้เศษเสี้ยวจึงไม่ล้อเล่นด้วย ลินน์รีบทำตามทันที
“อาณาเขตของเมืองเมตราภาพรวมคือตรงนี้” ลุงแกเริ่มอธิบาย วงที่ขีดให้นั้นก็แค่รอบ ๆ เมืองแห่งนี้เท่านั้น “แต่ก็มีจุดอื่นอีกที่สามารถจับจองได้ อาทิในป่าในเขา แต่ใครจะไป...” ลุงแกชี้ไปทางทิศตะวันออกใกล้กับที่ราบโบรมิน ลินน์พยักหน้ารับ
“เอาตรงเนี้ย” เขาจิ้มนิ้วชี้ลงไปทันที
“เนี่ยนะ...?”
คราวนี้ลุงผู้ใหญ่ถึงกับตาเหลือก เพราะบริเวณนั้นไม่ใช่จุดท่องเที่ยว ไม่มีเวรยาม ไม่มีแม้กระทั่งกระท่อมพรานป่า ไม่มีหลักประกันภัยใด ๆ ทั้งสิ้น
“แล้วขอใช้สิทธิเซฟทันทีด้วยครับ” ลินน์ยังคงพูดต่อ
“นี่แก... บ้าหรือเปล่า?”
ลุงผู้ใหญ่ยกแขนเสื้อปาดเหงื่ออีกครั้ง ไม่ใช่แค่ขอที่ดินในที่ห่างไกลความเจริญ แต่ยังขอเนรเทศตัวเอง เรื่องแบบนี้คงมีแค่คนสติไม่ดีเท่านั้นที่ทำได้...
“ลุง...” ลินน์ยิ้มเย็นให้จนลุงแกสะดุ้งโหยง ก่อนจะยื่นบัตรสิทธิพิเศษของผู้ถือหุ้นส่งยัดเยียดให้ “ไว ๆ เหอะน่า” เขาย้ำ
“ตะ ตามใจแกแล้ว ไปตายที่ไหนก็ไป!” ลุงผู้ใหญ่พูด รับบัตรมาก็ประทับสัญญาลงไป ณ เวลานั้นร่างของลินน์ก็ส่องประกายระยิบระยับขึ้น พร้อมขึ้นแจ้งเตือนที่ระบบว่า
‘ทำการเซฟจุดเกิดใหม่: สำเร็จ’
“เยี่ยม”
ลินน์พูดกับตนเอง หันรีหันขวางอยู่แวบหนึ่ง เห็นเป้าหมายก็ยิ้มกริ่ม เดินตรงรี่เข้าหานายยามที่มีค่าความสนิทติดลบมากที่สุด... ก่อนจะเงื้อมือ... ต่อยเข้าไปเต็มหน้า
นายยามตกใจจนไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน โดนต่อยจนล้มให้เสียหน้าเล่นกลางเมือง ชักดาบออกมาขู่ด้วยความโมโห “ทำบ้าอะไรของแกอีกวะ อยากตายเหรอ!?”
“เออ” ลินน์พูดไม่ทันจบ กระโดดเข้าใส่ดาบเล่มนั้นดื้อ ๆ ค่าพลังชีวิตกลายเป็น 0 ในทันที
เขาล้มลงนอนได้เพียงชั่วแวบเดียวก็หายตัวไป ทิ้งให้คนที่เหลือทั้งหมดงุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก จนกระทั่งผู้เล่นคนหนึ่งโพล่งขึ้นมากลางปล้อง
“เฮ่ ฉันเห็นเจ้านั่นรับเควสจากลูกทอนนี่ไม่ใช่เหรอ?”
นั่นเป็นประโยคจุดประเด็น เรียกรวมพลคนอยากรู้อยากเห็นให้เริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
“เควสส่งคุกกี้แจกโชคอะนะ?”
“แต่เควสนั้นหลังจากเจอทอนนี่ เจ้านั่นมันให้ไปล่ารูนิคปะ?”
“ให้ไปถ่วงเวลาเฉย ๆ แต่ความเสี่ยงสูงเป็นบ้า”
“เออใช่ ไม่น่าจะมีคนบ้าที่ไหนกล้ารับนะ พลาดนี่ลบไอดี...”
พอพูดถึงคนบ้า... ทุกคนนึกได้คนหนึ่ง... เหมือนจะมี...
“พูดถึงรูนิค ช่วงนี้โดนคนของกิลด์ GETLOST มายึดอยู่นี่”
“มีเรื่องแบบนั้นจริง ๆ”
“ไอ้พวกนั้นมันกร่างไปทั่ว แถมยังชอบ PK ผู้เล่นอื่นด้วยใช่ไหม?”
“จริง”
“เจ้านั่นก็เพิ่งตายมาไม่ใช่เหรอ?”
คุยกันถึงตรงนี้แต่ละคนก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวกันได้บ้าง ความสนใจที่มากเป็นทุนเดิมเริ่มเปลี่ยนเป็น ความอยากรู้อยากเห็น...หรือขั้นกว่า
ดินแดนอันสงบเงียบแห่งนี้มีเรื่องเกิดขึ้นแล้ว...ใครจะรอ?
ผู้เล่นหลายคนเริ่มตระเตรียมของสำหรับการเดินทาง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มีเป้าหมายเดียวกันคือไปดูให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ที่ ‘รังของเจ้ารูนิค’
เห็นเหล่าผู้เล่นรวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เคยเงียบเหงาก็คึกคักขึ้นมาทันตาเห็น ลุงผู้ใหญ่เห็นเช่นนั้นก็กวักมือเรียกพวกทหารยามที่ว่างงานในบริเวณนั้น
“ท่าทางจะเกิดเรื่องกับทอนนี่ เตรียมหน่วยช่วยเหลืออย่างด่วนที่สุด และออกเดินทางไปยังทุ่งราบโบรมินทันที” ทุกคนขานรับและจัดแจงเตรียมการอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้ากองทัพผู้เล่นและ NPC ที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็เริ่มเดินทางออกจากเมืองเมตรา ไปตามถนนเส้นตะวันออกดุจเดียวกัน...
ลินน์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในเขตพื้นที่บ้านตนเอง ที่ปัจจุบันเป็นลานดินมีเพียงเชือกเส้นเล็กขึงไว้รอบ ๆ ตั้งอยู่ริมชายป่าทางทิศเหนือ เขารีบเปิดแผนที่เพื่อยืนยันพิกัดของตน ย่อแผนที่ให้เหลือเพียงขนาดเท่าฝ่ามือ แล้วลากไปอยู่ปลายสายตาเพื่อไม่ให้บังมุมมอง ก่อนจะเริ่มออกตัววิ่งในทันที
จุดที่เขาอยู่นั้นเป็นป่าเหนือจากถ้ำของรูนิคไม่ไกลนัก เหตุที่เขาเลือกจุดนี้ก็เพราะเห็นเจ้าสามเกรียนเดินมาจากทิศทางที่แตกต่างจากเขากับทอนนี่ จึงพอเดาได้ว่าด้านหลังมีเส้นทางซ่อนอยู่แม้ว่าจะรกและมีความเสี่ยงมากสักหน่อย ผู้สร้างเกมคงตั้งใจสร้างไว้เพื่อให้คนที่ตั้งใจล่ารูนิคนั่นแหละ
ดีกว่าไปจับจองทำเลครึ่ง ๆ กลาง ๆ เป็นไหน ๆ
ลินน์กวาดตามองอย่างระมัดระวัง พบว่ามีสัตว์ร้ายเพ่งเล็งมาที่ตนสองถึงสามตัว จึงกระชับดาบขึ้นเตรียมให้พร้อมใช้งานได้ถนัดถนี่ เมื่อมันกระโจนออกมาเขาก็ใช้เทลรีฟฟาดฟั้นจนสะบั้นในชั่วพริบตาโดยไม่ต้องมองย้อนให้เสียเวลา กับคนที่เผชิญหน้ากับรูนิคมาเกินกว่าครึ่งชั่วโมงอย่างเขา สัตว์ร้ายพวกนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ต้องกลัวอีกต่อไป และเพียงไม่กี่นาทีเขาก็กลับมาจนถึงจุดที่เจ้านักธนูซุ่มโจมตีทอนนี่
มันเป็นจุดไม่กี่จุดที่เปิดกว้างเกินกว่าร้อยเมตร ที่ปลายสายตาเขาเห็นชายวัยกลางคนนอนฟุบอยู่ก็เร่งฝีเท้าเข้าหา ทอนนี่อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส หายใจกระหืดกระหอบเต็มที “ทอนนี่ ๆ ยังรอดไหม?” เขากระซิบเรียก พลางลอบมองพวกสามเกรียนรุมตีรูนิคกันอย่างสนุกสนาน พลังชีวิตของรูนิคลดลงไปมากกว่าที่คิด แสดงให้เห็นถึงพลังการโจมตีที่แตกต่างจากเขาลิบลับ
นั่นคือความแตกต่างของผู้เล่นเก่า กับผู้เล่นใหม่ที่ยังไม่มีทักษะเสริมพลังแม้แต่น้อยอย่างเขา... แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสักนิด...
ทอนนี่ได้ยินเสียงเรียกก็เงยหน้ามอง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นหน้าเขา
“ละ ลินน์ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้...?”
“เอาน่า... แล้วคุณไหวไหมเนี่ย ผมไม่มีโพชันด้วยสิ”
ลินน์ถามกลับด้วยความเป็นห่วง ชำเลืองค่าพลังชีวิตของทอนนี่พบว่าเหลือแค่ประมาณ 10% ไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่ โดนสะกิดหน่อยท่าจะวูบเอาง่าย ๆ
“เรามีทักษะฟื้นฟูอยู่บ้าง... ถึงค่อนข้างไร้ประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้ก็เถอะ...” ทอนนี่ตอบกลับอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ลินน์ประคองทอนนี่ให้ไปนั่งแอบพิงต้นไม้ในบริเวณนั้น ก่อนจะตบบ่าเบา ๆ “อย่าคิดมาก เงียบและรอดูอะไรดี ๆ ตรงนี้เถอะ”
พูดจบก็ลุกขึ้นยืน เดินหลบไปให้ห่างจากทอนนี่และเริ่มแผน... 1
“พวกแก ตายซะ!” ลินน์ตะโกนแหกปากเหมือนสติแตกจนถือดาบวิ่งทะเล่อทะล่าเข้าใส่เจ้าสามสหายทันที แน่นอนว่าได้คำตอบกลับเป็นลูกดอก นอนตายตามระเบียบ
ทอนนี่เห็นลินน์แอบยิ้มบางให้ ก่อนจะหายตัวไปเกิดใหม่... และเพียงไม่กี่นาทีก็วิ่งกลับมาอีกครั้งด้วยพลังชีวิต 10% ของเขา ตะโกนด่าสามเกรียนอีกหน
พวกนั้นตกใจจนสะดุ้งโหยง แต่นายนักธนูก็ยิงตัวป่วนตายในทันทีเหมือนเดิม... ทว่าคราวนี้บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
“ไอ้บ้านั่นมันมีจุดเซฟลับแถวนี้แน่ ๆ กลับมาโคตรเร็ว ให้ตายสิ” นายนักธนูสบถอย่างหัวเสีย เพราะพวกเขาล่าบอสในบริเวณนี้มาเกือบสองเดือน ศึกษาพื้นที่จนทะลุปรุโปร่ง ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่น่าจะมีจุดเซฟใด ๆ ทั้งสิ้น... กระทั่งเส้นทางที่พวกตนใช้ก็เป็นเส้นทางลับ ตรงดิ่งมาจากหมู่บ้านนักล่าเล็ก ๆ ในทิศเหนือซึ่งใกล้กว่าการเดินทางจากเมตรามากแล้วแท้ ๆ
“วันนี้แกPKมากไปแล้ว พวกมือใหม่มันมีบัฟอยู่นา เดี๋ยวก็หัวแดงหรอก” นายนักเวทหันมาเตือนอย่างหงุดหงิด
“พวกแกก็รีบโจมตีเข้าสิ ลดไปครึ่งแล้วเนี่ย!”
นายนักดาบที่รับหน้าที่ชนให้ปาร์ตีตะโกนโวยวาย แต่สักพักก็ต้องหน้าเสียเพราะได้ยินเสียงเดิม ๆ วิ่งโวยวายมาอีกหน
“บัดซบ!”
หมอนั่นสบถอย่างหงุดหงิด ผิดกับลินน์ที่อารมณ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะศัตรูติดกับดักจนไม่อาจดิ้นหลุดอีกต่อไป...
การวิ่งมาตายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกเพียงสองถึงสามรอบเท่านั้น นายนักธนูที่ของขึ้นง่ายที่สุดก็ค่าบาปพุ่งจนกลายเป็นอาชญากรไปแล้ว
“ไก่อ่อนกลับมาเสิร์ฟอีกแล้วจ้า ทำไมคราวนี้ไม่ยิงล่ะ หือ?” ลินน์ผิวปาก เดินพ่นคำยั่วโทโส พร้อมโบกมือทักทายอย่างเป็นกันเอง
“แกตั้งใจแบบนี้แต่แรกใช่ไหม...?” นายนักธนูโมโหจัด มองย้อนตาขวาง
“ไอ้บ้าหยุดเลย อีกแค่หนึ่งในสามก็จบแล้ว!” นักเวทหันมาจับบ่าเตือนสติเพื่อนที่โกรธจนตัวสั่น “ก็แค่มือใหม่ มันจะทำอะไรได้ อย่าไปตามเกมมัน!”
“เพิ่งจะฉลาด” ลินน์พูดแทรก ก่อนจะเริ่มหยิบหินขึ้นมาเก็บไว้ในกำมือ... ขณะที่คนอื่นยังไม่เข้าใจว่าเขากำลังจะทำอะไรก็โดนหินปาใส่เข้าให้... ลด 1 ก่อนจะเริ่มระดมปาใส่ต่ออย่างไม่หยุดมือ
มันไม่ระคายผิวสักนิด
“ทักษะแรกที่แกเลือกมาคือ ปาหินนี่นะ คนโง่เมื่อไหร่ก็โง่วันยังค่ำล่ะวะ!” นายนักธนูหัวเราะลั่นป่า พวกนั้นเลิกใส่ใจลินน์แล้วหันไปรุมโจมตีใส่รูนิคกันไม่หยุดหย่อน โดยไม่รู้ถึงชะตากรรมอันโหดร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า...
ทักษะปาหินระดับ 1/10
สกิลพื้นฐานของผู้สิ้นไร้ไม้ตอก สร้างความเสียหายได้เพียงแค่ 1 แต่มีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้เป้าหมายติดสถานะมึนงง
ระบบแจ้งเตือนของลินน์เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เขาต้องการนั้นคือการเก็บระดับของสกิลปาหินไปเรื่อย ๆ และการปาใส่พวกคลาสสูงกว่าตนเองก็ทำให้การเก็บเลเวลเป็นไปอย่างรวดเร็วอย่างกับติดจรวด จนกระทั่งระดับของสกิลถึงระดับ 8/10
โอกาสติดสถานะมึนงงก็เพิ่มขึ้นมาเป็น‘มีโอกาสปานกลาง’
นั่นเริ่มทำให้นายนักดาบที่เป็นคนชนบอสเริ่มประสบปัญหากับการดึงรูนิคไว้กับตัว เจ้ารูนิคเริ่มเพ่นพ่านเดินไล่ตบนักเวทและนักธนูเป็นระยะ
“บะ บ้าเอ๊ย เจ้านั่นป่วนกว่าที่คิด ต้องเก็บมันแล้ว!” นักดาบตะโกนลั่น ชี้สั่งเจ้านักเวทด้วยความโมโห... แต่มีหรือที่ลินน์จะไม่รู้
ลินน์เลิกเล็งเป้าที่เจ้านักดาบแล้วหันมาปาหินใส่นักเวทบ้าง หมอนั่นเริ่มกลัวสถานะมึนงงจนต้องหลบ ซึ่งนั่นทำให้เสียเวลาไปบ้างจนเขาสามารถเข้าประชิดตัวได้สำเร็จ และหยิบเทลรีฟออกจากช่องเก็บของ เจ้านักเวทเห็นก็หน้าซีดเผือด
“ไอ้บ้านี่ใช้เทลรีฟนี่หว่า!”
“ว่าไงนะ!?” นักธนูร้องเสียงหลง จังหวะเดียวกับที่เจ้านักเวทโดนฟันเข้าเต็ม ๆ ค่าความเสียหายที่เด้งขึ้นบนศีรษะคือ 45 ทำให้พวกที่เหลือช็อกตาตั้ง
“บัดซบ เทลรีฟตีบวก แถมยังเสริมพลังอีก!” นักเวทร้องลั่น กระโดดหลบกลับไปข้างหลังเพื่อทิ้งระยะ
“รุกฆาตว่ะ” ลินน์ดีดนิ้ว ไม่คิดตาม... เพราะด้านหลังนั้นมีสิ่งมีชีวิตหนึ่งรออยู่แล้ว...
“เฮ้ย อย่าไปทางนั้น ไอ้รูนิคมัน...”
“ฮูม!!”
นั่นเป็นการเตือนที่ช้าไปมาก การที่ลินน์เลือกเจ้านักเวทแต่แรกด้วยเหตุผลสามประการ หนึ่งคือ นักเวทเป็นสายอาชีพที่มีพลังป้องกันและความเร็วต่ำสุดในทุก ๆ เกม การโจมตีของเขาย่อมพอสร้างความแตกต่างได้ ประการต่อมาคือเจ้านักเวทยังไม่มีประวัติ PK จึงมีความเป็นไปได้ที่จะหันมาโจมตีเขาแทนนักธนู และประการสุดท้าย จุดยืนของเจ้านักเวทไม่ค่อยดีนัก หากมันหันมาทางเขาก็ต้องหันหลังให้รูนิค...
ผลลัพธ์คือ... ความตายโดยไม่ทันตั้งตัว และปาร์ตีนี้สร้างขึ้นด้วยแนวคิดหลักคือเน้นพลังโจมตีโดยไม่สนพลังป้องกัน ไม่มีแม้แต่ตัวชนแท้ๆ หรือสายฮีลที่คอยประกันชีวิต นั่นเป็นจุดตายสำคัญ
นักดาบและนักธนูที่เหลืออยู่ เลือดในกายเย็นเยียบ มองตรงมาทางเขาด้วยความตึงเครียดอย่างไม่เคยมีมาก่อน ความคิดเย้ยหยันตายตกตามนักเวทไปแล้ว...
“โดนไก่ฆ่าตายเหรอ? ขำเป็นบ้า” ลินน์พูดพลางโยนหินในมือเล่น ก่อนจะเริ่มวิ่งไปรอบ ๆ เพื่อหามุมปาหินอีกครั้งโดยไม่ใส่ใจเจ้านักธนูที่ติดค่าบาปไปแล้ว
“เฮ่รูนิค แกก็โกรธใช่ไหม?” ลินน์ตะโกนลั่น “อาละวาดให้เต็มที่ไปเลยดิ!” พูดจบเขาก็เริ่มระดมปาหินใส่เจ้านักดาบรัว ๆ จนมันไม่สามารถวิ่งไล่ตามเจ้ารูนิคอีกต่อไป บทจะวิ่งไล่ตามลินน์ก็ดันวิ่งหนีไปรอบ ๆ จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วเพราะนักดาบนั้นใส่เกราะหนักเพื่อชนบอส ความเร็วการวิ่งย่อมลดลง ตอนแรกที่พวกมันปรากฏตัวนักดาบเป็นคนสุดท้ายที่มาถึงด้วยซ้ำ
ลินน์มีเวลามากพอที่จะวิ่งหนีไปและช่วยปาหินใส่เจ้านักธนูสลับกับนักดาบ ช่วยให้เจ้ารูนิควิ่งไล่ตามนักธนูได้ง่ายขึ้นทีละนิด ๆ และท้ายที่สุดนักธนูจอมอวดดีก็พลาดท่าตายไปอีกคน
เจ้านักธนูคงกลับมาไม่ได้ง่าย ๆ อีกแล้วเนื่องจากมีประวัติอาชญากรบนเกาะเริ่มต้น เข้าเมืองไปน่าจะโดนยามไล่ตบหัวทิ่ม ต้องหนีไม่คิดชีวิต นึกแล้วก็นึกขำ
“แกคิดดีแล้วใช่ไหมที่มีเรื่องกับพวกข้าน่ะ”
เจ้านักดาบที่เหลืออยู่คนเดียวกัดฟันขู่ แต่ลินน์ไม่คิดฟังคำพ่นของพวกขี้แพ้ ระดมปาหินใส่อย่างต่อเนื่อง เจ้านั่นเริ่มใช้โล่ตั้งรับจึงทำให้ปาโดนยากขึ้นมาก แต่ในเวลาเดียวกันรูนิคก็วิ่งไล่ล่าหมอนั่นอย่างสนุกสนานด้วยเช่นกัน
กฎของการล่าบอสจากเกมอื่น ๆ ก็คือการบริหารค่าความเกลียด พวกนักรบนั้นจำเป็นต้องพยายามสร้างค่าความเกลียดชังที่บอสมีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่มันจะไม่หันไปไล่ตามคนทำความเสียหายหลัก แม้ตอนนี้หมอนั่นมิได้สร้างค่าความโกรธเพิ่ม แต่เมื่อเหลือแค่สองคน ค่าความเกลียดที่มีต่อใครจะมากกว่ากันเหรอ?
เป็นคำตอบที่ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ สภาพตอนนี้จึงคล้ายสองรุมหนึ่งโดยผู้เล่นคนหนึ่งร่วมมือกับบอสของเกาะ
ระหว่างนั้นระดับของทักษะปาหินของลินน์ก็เลื่อนขึ้นถึงระดับสิบ โอกาสติดสถานะมึนงงก็เพิ่มขึ้นอีกขั้น และทุกครั้งที่หมอนั่นติดมึนก็จะโดนรูนิคไล่ทุบจนค่าพลังชีวิตลดลงฮวบ ๆ
เวลาผ่านไปเพียงสองถึงสามนาทีเจ้านักดาบก็เริ่มสิ้นหวัง ส่วนลินน์ก็เลิกวิ่งหนี ปาหินสลับเดินถอยอย่างใจเย็น จนกระทั่ง...
ฉึก...
เสียงของแหลมแทงทะลุร่างของเจ้านักดาบ มือปล่อยโล่และดาบที่ถืออยู่ร่วงหล่นลงพื้น ค่าพลังชีวิตของเจ้านักดาบลดลงจนถึง 0 แล้ว พูดง่าย ๆ คือตาย...
“แกรู้ไหมว่าพวกเราเป็นคนของกิลด์ GETLOST” เจ้านักดาบจ้องเขม็ง เริ่มมีเวลาข่มขู่เมื่อไม่ต้องวิ่งหนีอีกต่อไป
“หวังให้คนเพิ่งหัดเล่นรู้จักนี่ใช้หัวคิดแล้วเหรอ?” ลินน์ตอบกลับยั่วโทโส
“หลังจากนี้อย่าหวังว่าจะได้เล่นเกมอย่างสงบ”
หมอนั่นยังไม่ละความพยายามข่มขู่ ลินน์เพียงยักไหล่ตอบ
“แล้วทำไมฉันต้องกลัวพวกที่ตายเพราะไก่อ่อนด้วยล่ะ”
คำตอบนั้นทำให้อีกฝ่ายฉุนจัดจนหน้าแดง แต่ก็ทำได้แค่นั้น ลินน์ยิ้มเย้ย
“ถามจริง ถ้ากิลด์ของแกยิ่งใหญ่นักหนา ทำไมพวกแกถึงต้องมาล่าบอสในดินแดนไกลปืนเที่ยงแบบนี้เหรอ? แล้วจะบอกอะไรให้นะ กิลด์ใหญ่ที่ไหนในโลกจะมาแก้แค้นแทนสมาชิกปลายแถว ที่แพ้กระทั่งคนเพิ่งหัดเล่น ไปนั่งสำรวจตัวเองดูก่อนขู่น่าจะดีกว่า... ไปเกิดใหม่ได้แล้ว ไป๊”
พูดจบนายนักดาบก็หายตัวไป ในสภาพกัดฟันกรอด มือกำสั่นระริกด้วยความโมโห แต่ไม่กล้าสู้หน้าอีกต่อไป... เวลานี้กลางลานกว้างเหลือเพียงมนุษย์หนึ่งคน และอสูรกายที่ยืนเผชิญหน้ากันอย่างเงียบงัน เป็นลินน์ที่ฉีกยิ้มแฉ่งขึ้น เก็บดาบแล้วยกมือทัก “วันนี้สนุกมาก แต่ดันมีพวกไม่เข้าท่ามาขวาง ค่อยตัดสินกันใหม่”
น่าเสียดายที่เจ้ารูนิคไม่เข้าใจ ยกมือตบอีกฝ่ายจนกลิ้งโค่โล่ นอนตายไปอีกคน...
เขาอยากตะโกนด่าออกไปเหลือเกิน แต่ก็เพราะได้ยินเสียงหัวเราะจึงหยุดความคิดเอาไว้ก่อน
นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาวางสมาธิลงจากการต่อสู้ จึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าที่ป่ารอบนอกนั้นมีผู้คนมาดูกันอย่างเนืองแน่น ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ พอหันมองทอนนี่ ก็เห็นหมอนั่นโบกมือไหว ๆ ให้หลังจากถูกพวกผู้ใหญ่บ้านช่วยไว้ก็โล่งใจ ส่วนเจ้ารูนิคเหมือนจะเหนื่อย จึงเดินย้อนกลับไปพักฟื้นที่ปากถ้ำ น่าแปลกที่ไม่มีใครสนใจจะสู้กันอีกต่อไป แยกย้ายกันกลับเมืองหมด
ลินน์มองอย่างงง ๆ ก่อนจะหายตัวไปอีกครั้งในสภาพนั้น...
ภายในห้องนอนของเกมเมอร์ผู้ไม่รู้จักหลับนอนคนหนึ่ง บนโต๊ะใหญ่มีจอมอนิเตอร์คอมพิวเตอร์ตั้งเรียงอยู่หกจอ และทุกเกือบทุกจอต่างแสดงราคาของสินค้าในเกม SoT พร้อมกราฟราคาสภาพไม่ต่างกับตลาดหุ้นนัก มีเพียงจอเดียวที่เปิดโซเชียลมีเดียเอาไว้นั่งอ่านเล่น เวลาบนจอขึ้นแจ้งเตือนว่าขณะนี้เป็นเวลาตีสาม
ชายหนุ่มยืดตัวบิดขี้เกียจ ตาใกล้ปิดเต็มที แต่ขณะนั้นเองที่มีโพสต์น่าสนใจโพสต์หนึ่งเด้งขึ้นมาท่ามกลางคอมมูนิตี้ที่พลุกพล่าน ผู้โพสต์จั่วหัวว่า‘กำเนิดนักปาหินแห่งเมตรา’
“อะไรวะนั่น?”
เขากะพริบตาปริบ ๆ โพล่งออกมาด้วยความงุนงงก่อนจะคลิกดูคลิปที่พ่วงมาด้วย ก่อนจะเงียบไปเพราะกำลังนั่งดูอย่างตั้งใจตั้งแต่ต้นจนจบ ดูแล้วดูอีกแม้คลิปจะไม่ชัดนัก แต่ตัวเอกในคลิปมันช่างคุ้นตาเหลือเกิน หลังจากนั้นคอมเมนต์ใต้โพสต์ก็เริ่มตอบโต้กันอย่างสนุกสนาน นอกจากนั้นยังมีคลิปอื่น ๆ ตามมาโพสต์เพิ่มอีก กลายเป็นข่าวเด่นประจำวันในพริบตา
มัวร์ แทบจะพ่นหัวเราะขึ้นมากลางดึกเมื่อได้ยินบทสนทนาของคนในคลิปที่ตอบโต้กัน... เสียงนั้นคุ้นเคยสุด ๆ เพราะเพิ่งคุยกันไปไม่นานนี้เอง!
พลันความง่วงก็มลายหายไปในพริบตา รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูแอป Wiiconnect ซึ่งใช้สร้างกลุ่มพูดคุยกับเพื่อนพ้องขึ้นมาทันที ในลิสต์ของเขามีกลุ่มที่ชื่อว่า ‘Alpha-Six’ อยู่ด้วยกันสองกลุ่ม... กลุ่มหนึ่งมีคนครบ 6 แต่อีกกลุ่มหนึ่งกลับมีแค่ 5 คน
นั่นคือกลุ่มที่มีไว้ใช้คุยกันเรื่อง SoT ส่วนสมาชิกที่ขาดหายคือนายลินน์ ที่เลิกเล่นเกมไปเป็นผู้ช่วยเชฟหกเดือนเต็ม ๆ
เขากดเข้ากลุ่มที่มีเพียงห้าคนและเริ่มพิมพ์...
YouMoronGoDie-Whahaha – ตื่น ๆ มีเรื่องแล้วพวกเอ็ง!
ทันใดนั้นทุกคนก็พร้อมใจตอบกลับมาทันที
PepperChilliTapas – ดูเวลาบ้างสิวะ ตีสามยังพิมพ์มาในกลุ่มนี้ บอกกี่ทีห้ามสแปม!
PAK PAK – กำลัง PvP ยังไม่ได้นอน มีไร
shuttrap123 – ไอ้ผัก แกจะ AFK ตอน PvP ไม่ได้! ว่าแต่มีเรื่องอะไรอีก? วัน ๆ หาแต่เรื่องนะเราอะ
meaninglessF – ของที่ฝากประมูลได้ยังไอ่มัวร์ อุตส่าห์ไม่ทวง
YouMoronGoDie-Whahaha -
HYPERLINK "https://piepie.sot/142455527f"
https://piepie.sot/142455527f
สายซัพเราเปิดแล้ว เอาไง
แชตนั้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่ทุกคนจะรีบพิมพ์กลับมาแทบจะในเวลาเดียวกัน หลังจากดูคลิปจบ
PepperChilliTapas – นั่นมัน ลินน์?
shuttrap123 – ตัวจริงแหง ฟังคำพูดมันดิ
meaninglessF – ไอ้นี่แอบเล่นเงียบ ๆ แต่มีเรื่องตั้งแต่วันแรกตามเคย
PAK PAK – รออะไร มันเล่นซัพที่เพิ่งเกิดของเรา เปิดสงครามสิวะ!
PepperChilliTapas – ใครรู้จักกิลด์ GETLOST อะไรนี่บ้างเปล่า?
YouMoronGoDie-Whahaha – ลองค้นดูล่ะ แค่พวกกระจอก
PepperChilliTapas – ไม่ได้ถามเอ็ง ไอ้มั่ว ถามถึงใครก็กระจอกหมดล่ะ!
PAK PAK – สงคราม โยนวอร์ รออะไร!
YouMoronGoDie-Whahaha – บอกว่าเก่งแล้วพวกแกจะอยู่เฉยเหรอ?
PepperChilliTapas – เปล่า กำลังคิดกลยุทธ์
meaninglessF - สงคราม โยนวอร์ รออะไร!
shuttrap123 – สงคราม โยนวอร์ รออะไร!
PepperChilliTapas – ไม่รู้จะพูดอะไร เงียบปากบ้างก็ได้ ไอ้พวกแฝดสาม!
PepperChilliTapas – #@%#$^@#^^^*^%^%^
มัวร์อ่านจบก็ยกมือขึ้นปิดหน้า หัวเราะกับตัวเองตามลำพัง เปิดจอหนึ่งที่มีตัวละครของตนยืนเอ๋ออยู่หน้าตลาดกลาง และเปิดคำสั่งกิลด์ที่มีเพียงห้าคนของตน ลองค้นหากิลด์ GETLOST ก็พบภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที ตรงนั้นมีคำสั่งหนึ่งที่เขียนว่า “ประกาศสงคราม” อยู่ด้วย
ซึ่งเขาก็คลิกโดยไม่คิดลังเล เพราะคำว่าการเจรจาไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของ Alpha-Six แต่ต้น เพราะความสุดโต่งนี้จึงทำให้ไม่มีเหยื่อเข้ากิลด์มาสักราย ต่อให้มีก็อยู่ได้ไม่นาน
เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจโดยมีโทรศัพท์มือถือในมือ พูดเข้าลำโพงไปแทนการพิมพ์สั้น ๆ เพียง “ขยี้ให้ร้องขอชีวิต คืนนี้ไม่นอน”
พูดจบเขาก็เชื่อมต่อโทรศัพท์เข้ากับเครื่อง VRss ยกขึ้นสวมแล้วทิ้งตัวลงนอน... หลับไปง่าย ๆ
สงครามระหว่างสองกิลด์เริ่มต้นขึ้นแล้ว...