รหัสลับนักสลักรูน นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
ยุคสมัยนี้เทคโนโลยีทำให้การสืบค้นสิ่งต่าง ๆ ง่ายดายขึ้นมาก เพียงแค่ใส่คำที่ต้องการลงไปในระบบค้นหาและรอเพียงชั่วหนึ่งอึดใจ
สำหรับข้อมูลของเกม Steam of Time ถึงตัวเกมจะไม่มีระบบอำนวยความสะดวกให้ แต่ด้วยความที่ผู้เล่นของเกมนี้มีมากมาย ตั้งแต่เด็กยันวัยทำงาน กระทั่งผู้เกษียณอายุงานแล้วก็ยังเล่นได้ จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างกว้างขวาง บางองค์กรจึงสร้างฐานข้อมูลขึ้นรองรับข้อมูลเหล่านั้น บ้างเปิดให้ใช้งานฟรี บ้างก็เก็บเงิน บ้างก็เป็นความลับอย่างยิ่งยวด จำกัดผู้เข้าถึงข้อมูลเฉพาะเหล่าผู้เล่นระดับสูง
ทว่า ฐานข้อมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลับเป็นฐานข้อมูลขององค์กรที่ชื่อว่า‘Free your life (FYI)’ซึ่งรับเงินบริจาคจากทั่วโลกตามกำลังศรัทธาและเปิดให้คนจากทั่วโลกเข้ามาใช้ฐานข้อมูลได้โดยไม่คิดเงิน
ฐานข้อมูลของ FYI...
โอเค ชื่อฐานข้อมูลอาจจะหมิ่นเหม่สักหน่อย แต่ตัวฐานข้อมูลนี้มีความสำคัญต่อการเล่น SoT อย่างยิ่ง เพราะ FYI รวบรวมข้อมูลจากผู้เล่นทุกสัญชาติ ทุก community เปิด ข่าวลือ ข่าวล่า ข่าวมาแรง ทุกสิ่งมีทั้งหมด แถมแยกหมวดหมู่เอาไว้ชัด
หนังสือทุกเล่มที่สามารถเข้าถึงได้ในSoTก็ถูกนำมาเก็บไว้ในฐานข้อมูลเรียบ ไม่เว้นม้วนกระดาษ ม้วนผ้าใบ บัญชีหางว่าวจากเควส ศิลาจารึก หรือทุกสิ่งที่มีตัวอักษร ด้วยทีมงานที่ปัจจุบันมีนับพันชีวิต
ดังนั้นเมื่อผู้เล่นคนไหนติดภารกิจ มีเรื่องข้องใจ ย่อมมุ่งตรงมาที่ฐานข้อมูลแห่งนี้ ส่วนการใช้งานก็ง่ายนิดเดียว คลิกเลือกกล่องข้อความโล่ง ๆ ตรงกลางเว็บ พิมพ์คำค้นที่ต้องการลงไป เลือกหมวดหมู่ที่ต้องการ และกดปุ่ม ‘investigate’ เพียงชั่วพริบตาข้อมูลที่เกี่ยวข้องก็จะปรากฏขึ้นมาชนิดอ่านไม่หวาดไม่ไหว...
และที่เว็บไซต์นั้นเอง เขาก็ใส่คำว่า ‘Chanaria’ ลงไป และเลือกหมวดหมู่ ‘NPC’ ทันใดคำตอบที่น่าใจหายก็ปรากฏต่อหน้า
‘ไม่มีข้อมูลที่ท่านเลือก’
เขาลองนึกถึงการสะกดคำว่า ‘ชานาเรีย’ ในทุกรูปแบบ แล้วลองพิมพ์ใหม่ Chanaria Channaria Chanalia Canalia Kanalia และอื่น ๆ ทั้งปรับหมวดหมู่เป็นALLคือ ขอทุกสิ่งที่มีคำเหล่านี้อยู่ในประโยค ทว่าคำตอบที่ได้รับยังไม่น่าพึงพอใจ กลายเป็นมี NPC บางคนชื่อใกล้เคียง อาหารบางจาน สัตว์ปีศาจบางชนิด แต่ดูไม่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขากำลังสืบคนเลย...
ไม่สักนิด
สิ่งที่น่าประหลาดใจอีกอย่างก็คือชื่อเหล่านี้ในโลกของความเป็นจริงก็มีการใช้กันอย่างกว้างขวาง แต่ในโลกของ SoT กลับน้อยอย่างน่าใจหาย
จะว่าเป็นความแตกต่างของภาษา ความต่างของวัฒนธรรมก็คงไม่ผิด แต่ก็สามารถมองว่าเป็นชื่อที่มีความหมายลึกซึ้งในเกม แต่ก็ยังไม่มีใครค้นพบ หรือนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชน อะไรทำนองนั้นก็ยังมีความเป็นไปได้ เนื่องจากปัจจุบันเหล่าผู้เล่นยังเปิดแผนที่ของเกมได้ไม่ถึงร้อยละ 30 ด้วยซ้ำ ยังไม่กล่าวถึงรายละเอียดในด้านต่าง ๆ
หรืออีกความเป็นไปได้ที่ต้องไม่ลืมคือ Ancient Language F ของเขาอยู่ในระดับต่ำเตี้ยติดดิน จึงอาจอ่านคำที่สลักไว้ผิดพลาดได้
ปัดคำว่า ชานาเรีย ตกไปก่อน คำค้นสำคัญที่ได้รับมาอีกคำคือ วูล... ให้นึกถึงภาษาอังกฤษ จึงน่าจะเป็นคำว่า wool เขาจึงเปลี่ยนคำค้นบ้าง และขนาดระบุให้ค้นหาเพียงชื่อสถานที่แล้ว ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด... เยอะ... เยอะมาก... เยอะเป็นบ้า... เยอะจนน่าใจหาย
รายชื่อนับร้อยพรั่งพรูออกมาในคราวเดียว นอกจากนั้นยังต้องหาคำว่า wo เผื่อเอาไว้อีกคำกันไม่ครอบคลุม ทีนี้รายชื่อจากหลักร้อยพุ่งเป็นหลักพันในพริบตา
ดูท่าการตามหาข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ไล่ถาม NPC ในเมืองเมตราอาจเป็นเรื่องง่ายกว่า ส่วนเรื่องที่สามารถทำได้ขณะอยู่ที่โลกความจริงน่ะหรือ...
ก็คือการนำเอาประวัติของ เรตรา และ คีฟ่า มานั่งอ่านเพื่อหาว่ามีจุดใดน่าสงสัยบ้าง...
ซึ่งเขาก็นั่งเลื่อนโทรศัพท์อ่านมาแต่เช้า ตั้งแต่เดินขึ้นรถไฟฟ้า ยืนหาวรอรถ เดินเข้ามหาวิทยาลัย มานั่งจ่อมท้ายห้องฟังคำบรรยาย ก่อนจะย้ายสำมะโนครัวมาตั้งรกรากในห้องสมาคมหมากกระดาน
“นี่มัน...ประวัติเรตราใช่ปะ?” นายมั่วเห็นลินน์นั่งเงียบไม่สุงสิงกับใครอยู่นานสองนาน จากในห้องมีไม่กี่คน จนกระทั่งตอนนี้มากันครบ เสียงดังเอะอะก็ยังไม่เลิกอ่าน จึงแอบด้อม ๆ มอง ๆ พบว่าที่หน้าจอโทรศัพท์คือ ebook ภาษาอังกฤษ ลองจับความจึงพอเดาได้คร่าว ๆ
“ใช่”
ลินน์เหลียวมองเพื่อน ตอบกลับสั้น ๆ พลางวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ใช้นิ้วคลึงระหว่างคิ้ว พอมีคนทัก สมาธิที่จวนเจียนจะขาดอยู่รอมร่อก็สะบั้นลง อาการปวดเมื่อยก็เริ่มถามหาจนต้องเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง
“ให้เดา คงจะเกี่ยวกับเควสลับที่ปรากฏขึ้นบนเกาะเริ่มต้น จนคนแตกตื่นกันไปทั่วใช่รึเปล่า?” นายมั่วก็ยังคงหูไวตาไวเหมือนเคย เห็นแค่เนื้อหาหนังสือที่อ่าน ยังเดาได้เป็นตุเป็นตะ
“ก็ทำนองนั้น” ลินน์ยักไหล่ ใช้มือขวานวดคลึงที่คอเบา ๆ
“แบบนี้ แสดงว่าได้เบาะแสที่น่าสนใจมาบ้างแล้วอะดิ?” นายมั่วยิ่งแสดงความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
เช่นเดียวกับนันที่ถึงกับวางโทรศัพท์ลงบนโซฟา หันมามองพร้อมๆ กับแฟนสาวลูกครึ่ง ผมสีน้ำตาลเข้มยาวแค่บ่าดูทะมัดทะแมง ดวงตาสีอ่อนของหล่อนกะพริบปริบ ๆ
“เรียกว่าได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง แต่เบาะแสหรือเส้นทางไปต่อยังคลำไม่เจอเลย ถึงต้องมานั่งอ่านอยู่นี่ไง” ลินน์ขมวดคิ้ว บอกไปตามตรง “ว่าไปพวกนายเคยตามสืบเรื่อง คีฟ่า เรตรา มาบ้างหรือเปล่า? ฉันว่ามีเรื่องน่าสงสัยหลายอย่างเลยแฮะ”
“เช่น?”
นายมั่วถามกระทุ้ง ด้านนันและแฟนสาวก็สนใจไม่แพ้กัน จึงขยับเปลี่ยนที่นั่งมาอยู่ใกล้ ๆ พร้อมร่วมแจมด้วยทุกเมื่อ
“ที่มาของเรตราเลือนรางน่ะไม่แปลกใจเท่าไหร่ แต่ว่าต้นกำเนิดของ คีฟ่าก็ไม่ชัดเจนนี่สิแปลก ถ้ามองในแง่ของความเป็นจริง การจะขึ้นเป็นอัศวินก็ควรต้องรู้ที่มาที่ไปมาบ้างไหม ทั้งคู่พบกันที่ไหนก็ไม่แน่ชัด หลังจากที่ทั้งคู่พบกัน ก็ไม่มีบันทึกหลงเหลือ มีเพียงคำบอกเล่าจาก NPC จุดมุ่งหมายของเรตราที่ต่อสู้กับพวกปีศาจก็จางหายไปดื้อ ๆ แถมเลือกปลีกวิเวก ไปตั้งเมืองอยู่บนหมู่เกาะกลางทะเลแบบนั้นอีก” ลินน์ชี้ประเด็นชัด กลายเป็นทั้งห้องรวมทั้งพวกชมรมหมากกระดานหูผึ่งไปตาม ๆ กัน
“น่าเสียดาย ถ้าเป็นเรื่องนั้นก็ยังไม่มีข้อสรุปหรอก เท่าที่ฉันรู้อะนะ” นายมั่วยักไหล่แล้วเล่าต่อไป “แต่ก็ถือว่ามีเรื่องราวบางส่วนที่น่าสนใจอยู่บ้าง... แกรู้หรือเปล่าว่า รูน ใน SoT ว่ากันว่าเป็นขุมพลังสำคัญของเผ่าปีศาจมาตั้งแต่โบราณกาล สงครามระหว่างมนุษย์กับปีศาจเมื่อพันปีก่อน ก็เกิดจากการที่เผ่าปีศาจตามรอยของรูนเข้ามาถึงเขตแดนของมนุษย์ หมายครอบครองพลังอำนาจที่หลับใหลอยู่ภายในโบราณสถาน Pertha แห่งแคว้น Elgr”
“ช้าก่อน นั่นภารกิจที่พวกนายรอนแรมขึ้นเหนือไปหรือเปล่า?” ลินน์ตาโต เขาจำชื่อนั้นได้
“อา... บังเอิญพวกกิลด์ ARDEAN ค้นพบบันทึกลับของเรตราฉบับหนึ่ง มีแผนที่ระบุตำแหน่งของPertha เอาไว้คร่าว ๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม เพราะตอนนี้มันดันกลายเป็นทะเลทรายไปแล้ว ไม่มีวี่แววจะหาเจอด้วยซ้ำ” นันเอ่ยเสริมให้ ในฐานะของคนที่รับประสานงานโดยตรงจากพวก ARDEAN
“พวกบ้าเควสคุยกันใหญ่”
“เพราะเควสบ้านี่แหละเลยหาโอกาส PvP กับคนอื่นยาก”
“จะลงแดงตายอยู่แล้วเนี่ย”
ส่วนพวกที่พูดแทรกมาสามเสียง จะเป็นใครไปได้นอกจากแก๊งผักๆ ก็ไปอยู่กันที่ดินแดนไกลปืนเที่ยงขนาดนั้น ยุ่งก็ยุ่งเพราะต้องหาเบาะแสภารกิจ แล้วจะให้หาใคร PvP ด้วยได้ สุดท้ายพวกนั้นถึงต้องมาเล่น PvP เกมอื่นตอนที่ไม่ได้เล่น SoT อย่างที่ทำอยู่ขณะนี้...
มั่วเหลียวมองสามสหายนิดหนึ่ง ก่อนจะทำเป็นเมิน “ช่วงแรกพวกกิลด์ARDEAN ก็ไม่ยอมให้ฉันอ่านบันทึกนั่น แต่พอนานเข้า สมาชิกทีมก็เหลือน้อยลง ทำให้อำนาจต่อรองฝั่งเราเพิ่มขึ้น พวกผักก็บ่นเรื่อง PvP ทุกวัน ถึงจุดที่พวกนั้นไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวว่าพวกเราจะชิงถอนตัวจากภารกิจ
ซึ่งบันทึกของเรตราเล่าว่า ตนเป็นเพียงทหารปลายแถว ระหว่างที่คอยต้านทานถ่วงเวลาให้เหล่าวีรบุรุษบุกเข้าวิหาร หัวหน้ากองก็ถูกสังหาร ทัพแตก แต่ละคนวิ่งหนีกระจัดกระจาย ซึ่งเรตรานั้นโชคดีพบทางเข้าวิหารลับซึ่งปิดผนึก ศาสตราโบราณซึ่งแฝงพลังแห่งรูนเอาไว้ก่อนใคร
ด้วยพลังที่ได้รับมาใหม่ เรตราใช้มันในการช่วยห้าวีรบุรุษต่อกรกับเหล่าปีศาจ และนั่นเป็นจุดพลิกผันที่ทำให้เรตรามีชื่อเสียงโดดเด่นขึ้นมา”
ลินน์กอดอกพยักหน้ารับฟัง...
ก็นับเป็นเรื่องอีกหนึ่งมุมมองจากฝั่งเรตราเอง มิใช่จากปากคำผู้อื่น หรือตำนานที่เล่าต่อกันมา...
“นอกจากนั้น Pertha ยังเป็นสถานที่ซึ่ง เรตราได้พบกับคีฟ่าเป็นครั้งแรกด้วย”
พอเล่าถึงตรงนี้ลินน์ถึงกับเลิกคิ้ว “เดี๋ยวดิ ที่ไหน ยังไง... ถ้าฉันจำไม่ผิด เรตราอายุมากกว่าคีฟ่าสิบกว่าปี แล้วนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน เรตราเองยังไม่ 17 ด้วยซ้ำ”
“นั่นล่ะ ปัญหาใหญ่ เพราะบันทึกไม่สมบูรณ์ ส่วนที่เหลือถูกไฟไหม้ไปเมื่อปีก่อนNPC เขาว่าอย่างนั้น” นายมั่วเล่าถึงจุดนี้ก็หัวเราะร่วน
“เฮ้อ... สุดท้ายก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยสิ เสียดายชะมัด” ลินน์ถอนหายใจยาว ยืดแขนขึ้นยืดเส้นยืดสาย สีหน้าแสดงความผิดหวังออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง ไม่คิดว่าแค่จุดเริ่มต้นของการค้นหาก็พบกับเรื่องต้องขบคิดมากมาย ดูท่าว่าภารกิจที่ได้รับมานี้จะไม่จบลงง่าย ๆ
แต่นี่อาจเป็นเรื่องปรกติของSoTบางทีเขาก็เริ่มรู้สึกว่า TERRAVIA คือโลกอีกโลกหนึ่งจริง ๆ มิใช่โลกเสมือนสักนิด...
“เหมือนพวกพี่จะจับภารกิจใหญ่กว่าที่คิดแฮะ ต้องการกำลังเสริมจาก STRIFE บ้างไหมคะ?” หญิงสาวเพียงคนเดียวในห้อง นั่งฟังอยู่นานสองนานออกความคิดบ้าง
“ไม่ล่ะ” ทั้งนันและมัวร์รีบปฏิเสธทันที
“ตอนนี้สถานการณ์ดีกับพวกเรามากกว่า อีกอย่างภารกิจระดับนี้ยังไม่อยากให้มีผู้รู้เห็นมากเกินจำเป็นด้วยสิ”
นันลูบศีรษะหญิงสาวเบา ๆ
เจ้าหล่อนกลับทำหน้าบู่... ก็พอเข้าใจอยู่ การอยู่ต่างกิลด์กัน ทำให้เคลื่อนไหวค่อนข้างลำบาก อีกอย่างSTRIFE ก็นับว่าอยู่ใน Top 20 ของไทย เช่นเดียวกับARDEAN เช่นกัน ไม่แปลกหากพวกนี้จะเขม่น และมองหาทางช่วงชิงอำนาจกันอยู่
“แล้วเมื่อไหร่น้องมิ้นท์จะเข้าร่วม Alpha Six ล่ะครับ” นายมั่วถือโอกาสชวนรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบ ทั้งที่พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว
“เรื่องแน่ะ ฉันอยู่กับเพื่อน ๆ ก็ดีแล้ว ทำไมต้องเข้าร่วมกิลด์ที่มีคนแค่ 5 คนของพวกพี่ด้วย” มิ้นท์แหวกลับ
“ห้าคน แต่คุณภาพคับแก้วนะคะ มินท์” นันแกล้งแซวน้อง
“ค่า ๆ เชื่อค่า ไม่อย่างนั้นพวก ARDEAN คงไม่พยายามดึงพวกพี่ไปเข้าร่วมหรอก ได้สมาชิกในแรงก์ Top 100 ของไทยเข้ากิลด์เพิ่ม 5 คน อันดับกิลด์พวกนั้นคงพุ่งทะยานแน่ ๆ” หญิงสาวกอดอกพูดแล้วแสร้งมองบน คนอื่นฟังแล้วก็หัวเราะแห้ง ๆ
ลินน์พยักหน้าหงึก ๆ เขาก็คิดไว้เหมือนกันว่าที่พวก ARDEAN ชวนพวกนันเข้าร่วมภารกิจ อาจต้องการแสดงแสนยานุภาพ เพื่อดึงดูดพวกเขาให้เข้าร่วมกองกำลัง
ทว่าภารกิจนี้กลับยากกว่าที่คิด สมาชิกทีมลดลงเรื่อย ๆ สภาพค่อนข้างน่าสิ้นหวัง ในขณะเดียวกัน Alpha Six ซึ่งมีแต่ผู้เล่นระดับสูงยังอยู่กันครบถ้วน สถานการณ์โดยรวมจึงพลิกกลับ ดื้อ ๆ พวกนันจึงกลายเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าแทน
ไม่แปลกใจที่พวกARDEANจะกำลังลังเลว่าควรไปต่อหรือไม่ เพราะแผนการควบรวมกิลด์ก็น่าจะล่มไปเรียบร้อย แถมการเดินทางครั้งนี้สำหรับพวกนั้นเป็นผู้สนับสนุนทุนทุกอย่าง การไปต่อก็มีแต่เสียหาย แต่ถ้าหากถอนตัวอาจกลายเป็นพวก Alpha Six ชุบมือเปิบ ทำภารกิจที่พวกตนลงแรงสืบหามาเนิ่นนานแทนจนสำเร็จ
อะไรทำนองนั้น... คิดแล้วก็น่าสงสารตงิด ๆ
“นี่...” เป็นครั้งแรกที่พวกชมรมหมากกระดานปริปากพูดด้วย หมากล้อมที่เล่นอยู่ก็ค้างเติ่งอยู่ที่เดิมมาครู่ใหญ่ “พวกนายคือ Alpha Six จริงน่ะเหรอ?” คุณประธานชมรมถามด้วยความสงสัย
“นายไม่เคยบอก?” ลินน์เลิกคิ้วมองงง ๆ ก่อนจะหันไปทางมัวร์
“เคยดิ” มัวร์ยักไหล่
“ไม่จริงน่า Alpha Six ที่โด่งดังอยู่ใน community ของ SoT ช่วงที่ผ่านมาเนี่ยนะ?” เหมือนชมรมหมากกระดานจะยังไม่อยากเชื่อหูนัก
“ดังหรือเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าเรื่องที่ทำสงครามกับพวก GETLOST ก็ถูกแล้ว” มัวร์พูดพลางหัวเราะร่วนอย่างภาคภูมิใจ แต่นั่นเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจตรงไหน
พวกชมรมหมากกระดานที่นั่งล้อมวงอยู่ถึงกับมองตาค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คุณประธานชมรมจะโพล่งออกมาเสียงแห้ง “ตัวจริงไม่เห็นเหมือนที่คิด”
มิ้นท์ที่นั่งฟังอยู่อดไม่ไหว หลุดหัวเราะคิกคักจนน้ำตาไหล นันที่นั่งด้านข้างถึงกับขมวดคิ้ว ถามพวกชมรมหมากกระดานกลับบ้าง
“แล้วพวกนายคิดว่าพวกเกมเมอร์จะมีบุคลิกอย่างไรมิทราบครับ”
พวกนั้นฟังแล้วก็คิด หันไปรอบ ๆ และหยุดสายตาที่พวกสามพี่น้อง PvP
“พวกผักน่ะใช่” หมอนั่นว่า ก่อนจะหันกลับมาทางนายมั่ว
“มัวร์ เนิร์ด”
“ฉันขอคืนคำนั้นให้ได้ไหม คุณประธาน” นายมั่วเถียงกลับทันทีที่โดนวิจารณ์ แต่ลินน์แอบเห็นด้วยเล็ก ๆ สำหรับเขา นายมั่วนี่ล่ะโอตาคุข้อมูลโดยแท้...
คุณประธานยังไม่ยอมจบแค่นั้น เล็งไปทางนันบ้าง
“นัน เหมือนพวกเสือผู้หญิง”
“พูดงี้เสียหายนะคุณ”
“พี่แอบไปมีคนอื่นเหรอ?”
“ใช่ที่ไหนล่ะ หล่อน นี่เชื่อเจ้าแว่นด้วยเรอะ!”
ถึงตรงนี้ทั้งห้องหัวเราะก๊าก แม้แต่พวกผักยังร่วมกันรุมนัน อย่างว่า... หมอนั่นเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างน่าแกล้ง
ดูผิวเผิน นันเป็นคนโดดเด่น รูปหล่อ พ่อรวย ใช้ชีวิตหรูหราดูมีสไตล์ แต่ที่แท้เป็นภาพที่ทางบ้านป้ายใส่มาเท่านั้น นันไม่ชอบออกไปซื้อของด้วยตนเอง ข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่คือครอบครัวซื้อมาให้ หมอนั่นก็ไม่ขัดศรัทธา มีอะไรก็ใช้ไปเรื่อย ขอแค่มีเกมอยู่กับมือกับพอ
ที่ผ่านมามีผู้หญิงหลายคนเข้ามาในชีวิตของหมอนั่น ทั้งจากครอบครัวพาไปแนะนำในงานเลี้ยงต่าง ๆ ของบริษัท ไม่ก็เจอกันเองที่ไหนสักแห่ง การคบกันก็แค่เผิน ๆ พอรู้ว่านันเป็นคนบ้าเกม และบ้าจนเกินพอดี ได้เงินมาก็เอาเงินไปเปิดกาชาหมด ไม่มีเงินเปย์สาว ลงท้ายจึงเลิกรากันไปในสภาพเช่นว่า
แต่มิ้นท์กลับไม่ใช่... นันเคยเล่าว่าเจอมิ้นท์ในเกมไหนสักเกม เนื่องจากเป็นผู้เล่นระดับสูงด้วยกันทั้งคู่ แถมยังเปย์เกมหนักทั้งคู่ เพื่อนๆ ตามไม่ทัน จึงร่วมทีมลุยด้วยกันบ่อยครั้ง
เกมที่เล่นขณะนั้นมีระบบแต่งงาน ซึ่งการแต่งงานในเกมนั้นทำให้มีทักษะสนับสนุนเพิ่มเติม ช่วยให้เล่นเกมสะดวกขึ้นมาก หมอนั่นจึงชวนมิ้นท์แต่งงานในเกม และพูดแซวเล่น ๆ ว่า “แต่งงานในเกมแล้ว มาคบกันเล่น ๆ ด้วยเลยไหม?”
ตามปรกติคงไม่มีใครตอบรับหรอก แต่มิ้นท์ดันตอบรับ แถมพ่วงเงื่อนไขมาว่า “คบเล่นได้ แต่เลิกกันเมื่อไหร่อย่ามาง้อนะ”
ด้วยความที่ฐานะทางสังคมเสมอกัน นันก็พามิ้นท์ไปออกงานตัดปัญหาที่พวกผู้ใหญ่ลากไปเจอคนนู้นคนนี้... มิ้นท์ก็ลากนันไปงานด้วยเหตุผลคล้ายกัน... ไป ๆ มา ๆ คบกันจริงเฉย และนั่นเป็นเรื่องตอนปีหนึ่ง
“ส่วนลินน์...” นายประธานสมาคมหมากกระดานผู้สร้างความร้าวฉาน เพ่งเล็งมาทางลินน์แล้วครุ่นคิด “คนธรรมดา”
นั่นเป็นความเห็นที่คนอื่นมีต่อบุคลิกของเขา...
ลินน์พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม เป็นคำตอบที่น่าพึงพอใจ
นายมัวร์ตบโต๊ะดังปัง
“ยอมรับไม่ได้ บอกว่าฉันเป็นเนิร์ด แต่ลินน์เนี่ยนะคนธรรมดา!?”
“นั่นดิ พวกนายตาถั่วแล้ว ถ้าลินน์ธรรมดา คนทั้งโลกก็ธรรมดาล่ะมั้ง” นันเป็นอีกคนที่โพล่งขึ้นขัด
“บุคลิกฉันธรรมดา ดาด ๆ ผิดตรงไหนไม่ทราบ” ลินน์ยักไหล่ คิดอย่างไรก็ไม่รู้สึกว่าตนเองผิดปรกติตรงไหน
“เห็นด้วยนะ พี่ลินน์เหมือนคนธรรมดาที่สุดแล้ว ดูน่ารักดีออก” หญิงสาวยกมือสนับสนุน
“เดี๋ยว ยัยมิ้นท์ พี่ก็อยู่ข้าง ๆ แท้ ๆ”
นันรู้สึกหึงขึ้นมาทันตา รีบโต้แย้ง แต่หญิงสาวกลับหัวเราะคิก ๆ
“อ้าวก็จริงนี่คะ ที่จริงพี่ลินน์มีสาว ๆ แอบสนใจหลายคนอยู่นะ แค่เพราะอยู่ในกลุ่มแปลก ๆ เลยไม่มีใครกล้าเข้าหาเท่านั้นเอง”
“เดี๋ยว น้องครับ ไว้หน้ากันบ้าง เดี๋ยวพี่โกรธนะ”
“อ๋อ โกรธเหรอคะ หนูไม่ง้อนะ”
“ไหงงั้นล่ะ!”
เสียงหัวเราะครืนจึงเป็นสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น
ก็อย่างที่ว่า... หากรู้จักกันดีพอ นันเป็นคนรักเพื่อนพ้อง ให้ความสำคัญกับคนรอบตัวมาก และที่สำคัญคือแกล้งสนุก เมื่อไหร่ที่มิ้นท์ อยู่ข้าง ๆ บรรยากาศก็คึกคัก มีสีสันเช่นนี้เสมอ
หลังจากนั้นบทสนทนาก็ไหลไปเรื่อย แน่นอนว่าส่วนใหญ่เกี่ยวกับ SoT สำหรับพวกนายมั่วที่กำลังทำภารกิจใหญ่อย่างต่อเนื่องยาวนาน ประกอบกับนิสัยส่วนตัว ทำให้มีเรื่องมาเล่าได้ไม่รู้จบ คลิปที่แอบอัดไว้ก็เอามาตัดต่อในคอม แล้วเอาขึ้นโพรเจกเตอร์ฉายใส่กำแพงดูกันเพลิน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ปาไปบ่ายสามครึ่ง
เนื่องจากวันนี้คุณพ่อมีนัดตรวจสุขภาพ แม่กับน้องสาวก็ไปเป็นเพื่อน จึงกลายเป็นเวรของเขาที่ต้องซื้อข้าวของเข้าร้านตามระเบียบ
หากพูดถึงวัตถุดิบหลัก พวกเขาใช้วิธีสั่งซื้อจากร้านเจ้าประจำซึ่งทำการค้ากันมาเนิ่นนานอยู่แล้ว แต่เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจหลักคือการทำข้าวกล่องซึ่งเปลี่ยนแปลงเมนูไปทุกวัน ไม่ให้ซ้ำซากจำเจ เพื่อลดต้นทุนจึงไม่ทำการสต็อกวัตถุดิบมากนัก แต่ด้วยความคิดเจิดจรัสของใครสักคนในบ้าน บางเมนูก็มีเทคนิคลับเฉพาะ ใช้เครื่องปรุงแตกต่างจากที่อื่น ไหนบางวันยังคิดสูตรใหม่ได้ ก็ต้องซื้อวัตถุดิบมาเพิ่ม
อาทิวันพรุ่งนี้จะเป็น ข้าวแกงกะหรี่หน้าหมูชุบแป้งทอด ใช้เทคนิคหั่นเนื้อหมูเป็นแผ่นบาง ๆ นำมาซ้อนทับกันหลาย ๆ ชั้นให้เป็นก้อน กลบกลิ่นหมูด้วยไทม์กับโรสแมรี่แห้งป่น แล้วจึงนำไปชุบแป้ง ชุบไข่ทอดตามสูตรปรกติ ตัวแกงกะหรี่เองก็มีการปรับส่วนผสมนิดหน่อย ก็ไม่น่าแปลกใจที่วัตถุดิบจะขาด
แต่ถึงอย่างไร แค่แวะห้างสรรพสินค้า เอาของไปเก็บที่ร้านก่อนกลับคอนโดก็นับเป็นเรื่องเล็ก ๆ หากเทียบกับตอนทำงานที่ร้านลุงดอน
บ่อยครั้งเขาต้องตื่นเช้าไปช่วยลุงแกขนของจากตลาด ตอนเย็นก็ต้องรีบไปช่วยตระเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมรับ ‘หายนะมื้อค่ำ’ ซึ่งเป็นช่วงเวลาหฤโหดสำหรับผู้ประกอบกิจการร้านอาหารทุกคน
จากทางเชื่อมรถไฟฟ้า สิ่งที่รอต้อนรับคือประตูเลื่อนอัตโนมัติอ้าเปิดปิดไม่หยุด ประหนึ่งกวักมือเรียกทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้แวะเข้าไปจับจ่ายใช้สอย ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็ยั่วยวนได้ไม่แพ้ กลิ่นหอมอ่อนที่โชยมาจากร้านอาหารรอบ ๆ
ผู้คนในห้างวันนี้ไม่ค่อยเยอะนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะยุคสมัยที่คนจับจ่ายใช้สอยทางออนไลน์กันมากขึ้น จะมีก็ร้านอาหารที่เพิ่มขึ้นทุกวัน
สิ่งที่แปลกตาอาจเป็นร้านขายต้นไม้ที่เพิ่งมาตั้งใหม่ มีผู้คนให้ความสนใจมากกว่าที่คิด เรื่องนั้นอาจเป็นเพราะโลกในยุคปัจจุบัน คนเราห่างไกลจากธรรมชาติมากขึ้น ดังนั้นการซื้อไม้ประดับไปวางตั้งที่โต๊ะทำงาน ห้องนั่งเล่น ก็อาจเป็นการเติมเต็มสีสันให้ได้ไม่น้อย
ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาได้มากยิ่งกว่าก็คือ จอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่ใจกลางห้างสรรพสินค้า รวมทั้งจอเล็ก ๆ ตามทางเดินก็ด้วย เรียกว่าเดินไปไหนก็มีให้ดู
ภาพที่ฉายให้เห็นคือ ใบหน้าของหญิงสาวผมสีทองแดงยาว ซูมชัดจนเห็นขนตางอนและผิวเนียน ๆ ก่อนจะซูมออกให้เห็นชุดนักผจญภัยที่เธอสวมใส่
นั่นคือการสัมภาษณ์ผู้เล่นอันดับ 3 ของประเทศไทย ผู้ใช้นามแฝงว่า ‘Nocturne C’ โดยหัวข้อการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ย่อมไม่พ้นเรื่องที่เข้าร่วมการแข่งขัน PvP แบบ 3 on 3 จนถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายจากผู้เข้าร่วมแข่งขันเกือบแสนทีม กินเวลาการแข่งขันทั้งสิ้นสองเดือนเศษ
รายการเดียวกับที่พวกผักตกรอบ 256 ทีมสุดท้าย... ซึ่งก็ควรจะเป็นเช่นนั้น มีคนบ้าที่ไหนลงแข่งโดยใช้ Damage Dealer ทั้งสามคนบ้าง ไปถึงจุดนั้นได้ก็บุญเท่าไหร่
เขาไม่ค่อยสนใจการสัมภาษณ์นี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาได้ดูคลิปreplayการแข่งขันของทีม‘ไม่ง้อผู้ชาย’ของเจ้าหล่อนมาพอสมควร NoC นับเป็นนักธนูที่เก่งกาจหาตัวจับได้ยากคนหนึ่ง สมาชิกทีมก็ค่อนข้างสมดุล น่าเสียดายแค่แต่ละคนโดดเด่นในเส้นทางของตนเองมากเกินไป
เมื่อความสามารถไม่ครอบคลุมนัก พอเจอทีมที่แพ้ทางจึงแก้ไขสถานการณ์ได้ค่อนข้างยาก ซึ่งคู่แข่งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็เป็นเช่นว่า.
‘ขอละลาบละล้วงถามหน่อยนะครับ ชื่อทีมนี้ได้แต่ใดมา’
‘ทีมนี้เกิดจากกลุ่มผู้หญิงที่โดนพวกผู้ชายเขี่ยออกจากทีมค่ะ’
‘ถามจริง ใครกล้าทำอย่างนั้นบ้าง?’
‘นี่... ดิฉันต้องสาธยายกลางรายการเลยเหรอคะ ว่าโดนเทมาอย่างไรบ้าง?’
เสียงการสัมภาษณ์ยังดังไปทั่วห้าง เช่นเดียวกับเสียงหัวเราะครืน
ด้วยบุคลิกเป็นสาวเท่ เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ความสามารถเหลือล้น NoC จึงกลายเป็นไอดอลของสาว ๆ จำนวนมากในประเทศ แถมด้วยใบหน้าที่สะสวยจนหาตัวจับได้ยาก จึงกลายเป็นที่หมายปองของเหล่าผู้ชายทั้งหลายด้วยเช่นกัน
ทว่า NoC กลับไม่เคยแสดงตัวที่โลกภายนอกสักครั้ง ตัวตนจึงยังเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งที่หน้าตาของตัวละครส่วนใหญ่ก็ถอดแบบจากตัวจริง
ผู้เล่นสามารถปรับแต่งตัวละครได้ไม่มากนัก หากต้องการเปลี่ยนแปลง Avatar จริง ๆ ก็ต้องทำเรื่องขอกับทางผู้ให้บริการ SoT โดยตรง นับว่าเป็นนโยบายของเกมที่ค่อนข้างน่าขัดใจหน่อย ๆ จะบอกว่าทำเพื่อลดภาระงานก็ไม่น่าจะใช่ เพราะทุกวันนี้มีคนจำนวนมากทำเรื่องดังกล่าวเข้าไป จึงพอสรุปได้ว่าสิ่งที่ทำคือการเพิ่มงานชัด ๆ
‘ได้ยินว่าคุณ NoC กำลังทำภารกิจลับแห่งกลุ่มดาว Sagittarius อยู่นี่ครับ พอจะบอกได้ไหมว่าเป็นอย่างไรบ้าง’
“ถามเยอะเกิ๊น ใครจะอยากตอบ” ลินน์วิจารณ์ไปเรื่อย ขณะเดินหยิบของลงตะกร้าไปเรื่อย ว่าไปถึงพิธีกรจะวุ่นวายจนน่าเหนื่อยหน่าย แต่ก็ต้องขอบคุณรายการนี้ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยืนดูกันหมด เพียงครู่เดียวก็ได้ของที่ต้องการครบ ช่องทางการชำระเงินก็ว่างโล่ง มีเพียงไม่กี่คนที่ยังเดินไปเดินมาราวกับตัดความสนใจจากหน้าจอโดยสิ้นเชิง
สำหรับบางคนก็อาจเป็นเพราะความเร่งร้อน หรือบางคนก็แค่ยังไม่ได้เล่น SoT แต่ผู้ที่สะดุดตาของเขา กลับกลายเป็นหญิงสาวผมสีดำยาว ตัวเล็ก สวมหมวกปิดบังใบหน้า ซ้ำยังใช้ผ้าปิดปากลายตัวการ์ตูนสีฟ้าอ่อน ท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ หล่อนเดินตามเขามาห่าง ๆ คิดว่ากำลังเดินตรงไปที่คิดเงินอัตโนมัติตรงทางออกเช่นกัน
เขาลองหยุดฝีเท้า หันไปหยิบช็อกโกแลตจากชั้นวางก่อนถึงเครื่องคิดเงินอย่างกะทันหัน เจ้าหล่อนถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองทาง ดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ซ่อนภายใต้แว่นตากรอบเงินงดงามเป็นประกาย...
“อ๊ะ ขะ ขอโทษค่ะ ฉันใจลอยไปหน่อย” เธอรีบออกตัวด้วยน้ำเสียงเขินอาย ไม่กล้าสู้หน้านัก
สาวเกมเมอร์... ก็น่าจะประมาณนี้ใช่ไหมนะ?
ลินน์กะพริบตาปริบ ๆ คิดในใจ ก่อนจะหันกลับไปที่เครื่องคิดเงินอัตโนมัติ ใช้เครื่องยิงบาร์โค้ดอย่างชำนิชำนาญ พอใช้โทรศัพท์สแกน ใบเสร็จออนไลน์ก็เด้งขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์
เขาหยิบของใส่ถุงผ้าที่เตรียมไว้ พร้อม ๆ กับกดปลดล็อกโทรศัพท์จ่ายเงินอย่างรวดเร็ว กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที แล้วจึงเดินถอยจากเครื่องเพื่อเปิดทางให้หญิงสาว
“เรียบร้อยแล้วครับคุณ NoC”
“ขอบคุณค่ะ... อุ๊บ”
เขาพูดเชิญด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ อารมณ์ไม่ต่างจากตอนต้อนรับแขกที่ร้านลุงดอน... แต่กลับมีคนติดกับดักง่าย ๆ จนได้!
หล่อนตกใจจนสะดุ้ง หันรีหันขวางอย่างลุกลี้ลุกลน ดูรอบข้างว่ามีใครบ้างหรือไม่ แต่โชคยังดีที่มีแค่คนเดียว... นายตัวป่วนข้างหน้านี่!
“เดินไม่มองทางมันอันตรายนะครับ ระวังตัวด้วย” ลินน์ยักไหล่ให้ ว่าแล้วก็เดินหิ้วของหายตัวไปเลย
“แกล้งกันชัด ๆ นี่ โธ่เอ๊ย!”
หญิงสาวสบถกับตนเอง มองไล่หลังของชายหนุ่มไปด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอโดนจับได้ แต่ที่ผ่านมาคนเหล่านั้นพยายามเข้ามาตีสนิท ทำความรู้จัก ถามนู่นนี่จนน่ารำคาญ ถึงขั้นต้องซื้อโดรนรักษาความปลอดภัยมาใช้ สำหรับไล่คนพวกนั้นโดยเฉพาะ...
แต่คราวนี้เป็นความรู้สึกที่คั่นกลางระหว่างโกรธและรำคาญ... มันคือฉุน...
ฉุนพอที่จะทำให้มือสั่น หน้าแดง หัวใจยังคงเต้นแรงจากความตกใจ!
หญิงสาวดีดนิ้ว เรียกโดรนจิ๋วที่บินอยู่ด้านหลังมาเกาะที่บ่า ก่อนจะลองฉายภาพขึ้นดู... มีบันทึกใบหน้าของชายหนุ่มปริศนาไว้ชัด แผนแก้เผ็ดก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด
นายคิดว่าฉันจะตามตัวไม่เจอเหรอ? เดี๋ยวรู้กัน ก็เทคโนโลยีสมัยนี้สะดวกจะตายไป!