อยากใช้ชีวิตแบบแมวเซื่อง ๆ นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
ธาราเดินลงจากรถโดยสาร เงยมองอาคารสูงสุดหรูย่านใจกลางเมืองใหญ่ มีป้ายสำนักงาน Dungeon Conqueror ติดไว้ให้เห็นได้ชัด สมแล้วที่ใครต่อใครบอกกันว่าหากหาไม่เจอก็คงมีแต่คนตาบอด แต่เธอรู้สึกว่าถึงตาบอดก็หาเจออยู่ดีนั่นแหละ เพราะขนาดทางเท้าเองยังทำสัญลักษณ์ไว้ให้ตั้งแต่ลงจากรถด้วยซ้ำ
เธอลดสายตาลงมาที่อาคารสองชั้นที่มีขนาดใหญ่ดูทันสมัยไม่แพ้กัน และนั่นคืออาคารสำหรับลงทะเบียนเข้ารับการทดสอบ ยืนยันการเป็นผู้มีพลังพิเศษที่อาจเรียกกันติดปากว่า ‘Gifted’ จุดหมายของเธอในวันนี้
คุณผู้อำนวยการโรงเรียนเก่าของเธอเป็นคนคุยเก่ง เล่าข้อมูลที่จำเป็นมามากมาย เรื่องค่ามัดจำการสมัครทดสอบนั้นที่แท้มีไว้เพื่อกันคนทั่วไปออกจากการขอเข้าทดสอบอย่างมักง่าย เพราะระยะหลังทาง Dungeon Conqueror เองก็เริ่มต้องการคนธรรมดาที่มีความโดดเด่น มาช่วยงานจิปาถะทั่วไปในพื้นที่เสี่ยงภัย แล้วไหนจะมีพวก Returner ที่ไม่มีระบบยืนยันตัวปรากฏขึ้นมาให้เห็นเป็นระยะ
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า หากสามารถเรียกตารางสถานะเพื่อยืนยันตนได้ก็ไม่ต้องวางเงินมัดจำใดๆ และหากไม่มีตารางค่าสถานะแต่ไม่อยากวางมัดจำเพื่อเข้ารับการทดสอบ ก็ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกอื่นให้อยู่ดี อาทิ การขอหนังสือรับรองตัวตนจากผู้มีพลังพิเศษสองคน
ธารามองสำรวจตัวเองที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำ สวมแจ็คเกตแขนยาวสีเดียวกันทับอยู่ข้างนอก และยังใส่กางเกงขายาวสีดำ เรียกได้ว่าดำทั้งตัวเหลือแค่หัวเข็มขัดที่เป็นสีเงินเงาวับ ส่วนรองเท้าก็เป็นผ้าใบสีขาวธรรมดา
ใครจะไปคิดว่าคุณผู้อำนวยการข้องใจกับการแต่งตัวของเธอ มากขนาดไปค้นชุดเก่าของลูกชายมาให้ลองใส่ แล้วเธอก็ดันใส่ได้พอดิบพอดีอีก
นอกจากนั้นลุงผุ้อำนวยการยังให้ยืมเงินมาหนึ่งหมื่น โดยให้เหตุผลว่าเผื่อมีความจำเป็นต้องใช้ แม้เธอเกรงใจจะแย่แต่ก็โดนยัดเยียดให้จนได้ ด้วยเหตุผลว่า ‘การเป็นผู้มีพลังพิเศษอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะทำให้ขอบเขตงานกว้างขึ้นมาก เงินแค่หมื่นเดียวจะเป็นเรื่องเล็ก และธาราต้องเอามาคืนให้ลุงแกถึงมือเท่านั้น... ห้ามฝาก’
ถ้าพูดมาถึงขนาดนี้อย่างไรก็ต้องรับไว้ เธอรู้สึกว่าถึงโลกนี้จะเปลี่ยนแปลงไปแต่มันก็ชวนให้รู้สึกอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นเพราะคุณหมอที่คอยช่วยดูแลเธอและคุณแม่มาสองปี ไหนจะลุงผู้อำนวยการที่ถึงขั้นสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เธอยอมรับการช่วยเหลือนี่อีก...
“ทั้งที่คิดจะหาทางใช้หนี้... ทำไมรู้สึกเหมือนติดหนี้เพิ่มก็ไม่รู้แฮะ” ธาราพูดกับตัวเองเผื่อผ่อนคลายความกังวลลงบ้าง ก่อนจะเดินตรงเข้าสู่ตัวอาคารไปอย่างเรียบง่าย ไม่ใส่ใจสายตาของสองยามเฝ้าประตูที่คอยคัดกรองคนขั้นต้น ยืนจ้องกดดัน กันท่าบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง มิให้ย่างกรายเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้
ทำอย่างกับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์... นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่เธอไม่ค่อยชอบใจ...
“สวัสดีค่ะ ขอลงทะเบียนผู้มีพลังพิเศษค่ะ” ธาราเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ใจกลางของห้องโถงใหญ่ มองจากข้างนอกก็ว่าใหญ่แล้ว แต่ข้างในมีคนค่อนข้างน้อย หลังคาก็สูง จึงดูกว้างขวางโอ่อ่าเป็นพิเศษ เธอเห็นพนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ยังเงียบจึงถามเพิ่ม พร้อมแสดงตารางสถานะเถื่อนให้ดู “ยืนยันตัวเท่านี้พอได้ไหม แล้วฉันต้องติดต่อที่ไหนเหรอคะ?”
“ถ้ามีตารางค่าสถานะก็ยืนยันตัวให้ได้อยู่หรอก แต่ก็ต้องเข้ารับการทดสอบวัดระดับนะ แล้วสภาพนี้จะไหวเหรอ...?” พนักงานสาวหรี่ตามองสำรวจร่างกายของธาราที่ค่อนข้างจะซูบผอม หน้าก็ซีดเซียวคล้ายคนจะเป็นลม
“ไหวค่ะ... มั้งนะ” ธาราหัวเราะแห้งๆ “การทดสอบยากมากเลยเหรอคะ?” เธอลองถามหาข้อมูลดูสักนิด
“การทดสอบแบ่งเป็นการทดสอบทางด้านกายภาพ การทดสอบลักษณะของพลังพิเศษ และการทดสอบการตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินจ้ะ” พนักงานสาวอธิบายให้แบบคร่าวๆ แต่ก็ขยับแว่นมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอีกครั้ง “พี่เกรงว่าเธอจะเป็นลมตั้งแต่การทดสอบด้านกายภาพน่ะสิ”
“ลองดูแนวก่อนก็ได้ค่ะ ถ้าตกไว้ค่อยมาใหม่ทีหลัง” ธาราพูดตรงข้ามจากสิ่งที่คิดโดยสิ้นเชิง
ในความเป็นจริงความมั่นใจของเธอเรียกได้ว่าเต็มเปี่ยม จะกลัวก็แค่เผลอทำคะแนนสูงจนผิดสังเกตมากกว่า!
“ถ้ามีระบบแบบนี้ไม่มีใครให้ตกหรอก อย่างมากน้องก็โดนจัดไว้ Rank E ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด ทำได้แต่งานจิปาถะให้สมาคม ถ้าอยากเลื่อนขั้นก็ต้องมาสอบใหม่อยู่ดี” พนักงานสาวอธิบายเพิ่มเพื่อขู่ แต่กลับไม่ทำให้ธาราหมดกำลังใจ ที่ไหนได้ชอบใจกว่าเดิมอีก
การสอบที่ไม่มีวันตกแบบนี้ คุ้มค่าแล้วที่แอบปลอมตารางค่าสถานะขึ้นมา!
“ดูท่าจะไม่เปลี่ยนใจแน่ งั้นพี่ขอกรอกข้อมูลให้ก่อน ชื่อธารา... สายอาชีพนักดาบ เลเวล 1 ค่าสถานะพื้นฐาน จุดเด่นอยู่ที่ความเร็ว... ทักษะก็...” พนักงานสาวกรอกข้อมูลลงหน้าจอ tablet ไปเรื่อย ขั้นตอนเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่คงมีแค่ธารานั่นแหละที่รู้สึกเป็นกังวล แต่ไม่นานก็กรอกข้อมูลเสร็จโดยไม่มีการท้วงติง
รู้สึกว่าการปลอมแปลงของเธอจะค่อนข้างมาตรฐานค่อนข้างไปทางจืดๆ จึงไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
“ปรกติมีคนมาสมัครเยอะไหมคะ?” ธาราไม่อยากรอเฉยๆ จึงชวนคุยไปด้วย ขณะใช้สายตาสอดส่องไปทั่วห้องโถงส่วนกลาง ซึ่งดูไม่ค่อยจะเหมือนสถานที่ราชการ หรือสถาบันเกี่ยวกับการต่อต้านสัตว์อสูรเท่าไหร่ มีร้านขายกาแฟกับที่นั่งให้นั่งพักผ่อน หรือจับกลุ่มคุยกันตามสบาย คล้ายโรงแรมมากกว่า
“มีบ้างนะ น่าจะเป็นช่วงๆ มากกว่า บางจังหวะแถวก็ยาวเหยียด แต่วันนี้ก็มีน้องคนเดียวนี่แหละ” พนักงานสาวตอบอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะส่งบัตรผ่านมาให้ “และเพราะไม่มีคิว จะขอเวลาเตรียมตัวเตรียมใจก็ไม่ทันแล้วล่ะ เชิญที่ห้องทดสอบกายภาพได้เลย โชคดีจ้ะ”
“ขอบคุณค่ะ” ธาราโค้งศีรษะนิดหนึ่ง ก่อนจะเดินตามทางที่อีกฝ่ายชี้ไปอย่างว่าง่าย
“พี่ขอเปลสนามไว้ให้แล้ว สบายใจได้!” พนักงานสาวยังอุตส่าห์หวังดีอวยพรส่ง ธาราได้แต่ยิ้มแหย เร่งฝีเท้าเดินปรี่เข้าทางเดินทางเดินไปอย่างรวดเร็ว ไม่ให้ต้องอับอายไปมากกว่านี้
“คุณธาราใช่ไหม เปลสนามที่ขอไว้น่ะไม่มีหรอกนะ แต่เดี๋ยวถ้ามีปัญหาอะไรคนแถวนี้ก็หิ้วไปห้องปฐมพยาบาลเองแหละ” เป็นคำทักทายแรกของนายแว่นผมยาวและยุ่ง อายุประมาณสามสิบ สวมชุดกาวน์ของนักวิจัย ดูท่าจะเป็นผู้คุมการทดสอบของเธอ
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ เฮ้อ...” ยังไม่ได้เริ่มทดสอบแท้ๆ ธาราก็เริ่มรู้สึกปวดศีรษะตงิดๆ แล้ว
“ดูมั่นใจดีนี่” คุณแว่นยิ้มหยัน ก่อนจะเปิดประตูให้เข้าไปในห้องทดสอบการภาพ ซึ่งมีสภาพคล้ายยิมขนาดใหญ่ แต่มีเครื่องมือสุดหรูให้ใช้งาน พร้อมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะเป็นผู้แนะนำ
นอกจากเธอแล้ว ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งกำลังใช้งานเครื่องออกกำลังกายอยู่อย่างแข็งขัน ซึ่งเธอก็พอจะเดาได้ว่าทุกคนล้วนเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ
ทันทีที่เธอเดินเข้าห้องไป สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น... แต่บางคนก็แสดงสีหน้าปั้นยากออกมาโดยไม่คิดปิดบัง ไม่ต้องพูดเธอก็รู้ว่ากำลังนินทาเธอเนี่ยแหละ!
“ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ?” ธาราตัดเข้าประเด็นในทันที ไม่คิดจะใส่ใจสายตาของคนอื่นที่มองมา
“ก่อนอื่นยกน้ำหนัก จะใช้พลังพิเศษก็ได้นะ ไม่มีกติกาตรงจุดนั้น เราแค่อยากเห็นศักยภาพทางด้านกายภาพ จะได้รู้ว่ามความสามารถในการขนสัมภาระแค่ไหน” นายแว่นอธิบายปนแขวะไปพร้อมกัน นี่ดูท่าอยากกา Rank E ลงใบประเมินเต็มที จนเธอเริ่มรู้สึกฉุนเล็กๆ
“มีขั้นต่ำไหมคะ?” ธาราส่ายหน้าสะบัดความคิดไร้สาระออกไป ตอนนี้เธอต้องคิดก่อนว่าควรผ่านด้วยคะแนนเท่าไหร่จึงจะไม่ผิดปรกติ...
“ไม่มีหรอก พวกสายนักเวทส่วนใหญ่ก็ได้ไม่เท่าไร แต่เธอเป็นนักดาบก็ควรได้สัก 150 กิโลกรัม...” นายแว่นพูดไปก็ขยับแว่นไป แต่พอมองอีกทีหญิงสาวขี้ก้างตรงหน้าก็ยกน้ำหนัก 150 กิโลกรัมขึ้นเหนือศีรษะไปแล้ว “เอ่อ... มั้ง ได้แล้วแหละ” เขาคลึงคิ้ว นวดสายตาตนเองนิดหนึ่ง
จริงอยู่ที่ 150 กิโลกรัมเป็นมาตรฐานของผู้ได้รับความสามารถพิเศษทั่วไป โดยเฉพาะพวกได้รับสายอาชีพทางกายภาพ ก็สามารถยกน้ำหนัก 200 กิโลกรัมกันได้ไม่ยาก... แต่ว่าใครจะไปคิดว่าเด็กนั่นจะไม่รู้วิธียกน้ำหนักที่ถูกต้อง อยู่ดีก็ยืนด้วยท่าคล้ายยืดเส้นยืดสายเตรียมออกกำลังกาย แล้วใช้สองมือกำ ยกขึ้นมาดื้อๆ
“โฮ่ว หนักเหมือนกันแฮะ” ธาราค่อยๆ เอาน้ำหนักวางลงพื้นช้าๆ เพราะกลัวว่าจะทำข้าวของเสียหาย โดยไม่รู้เลยว่าพื้นบริเวณทำมาให้ทุ่มน้ำหนักลงอยู่แล้ว
“เฮ่ ต่อไปเป็นการทดสอบความเร็ว เริ่มจากการวิ่งไปกลับ รวมร้อยเมตร” นายแว่นไม่ปล่อยให้ธาราได้พัก ชี้ไปทางลู่วิ่งที่อยู่ริมห้องบ้าง...
มันมีระยะทางแค่ 25 เมตร จึงหมายความว่าต้องวิ่งไปกลับถึงสองรอบด้วยกัน เวลานี้หลายคนเริ่มให้ความสนใจกับหญิงสาวในชุดดำขึ้นมาบ้างแล้ว
“ฉันควรวิ่งได้กี่วินาทีเหรอคะ?” ธาราถามด้วยความสงสัย
“9 วินาที” นายแว่นตอบส่งๆ จงใจแกล้ง เพราะนั่นเร็วกว่าสถิติโลกของคนธรรมดาอีก แถมยังเป็นสถิติจากการวิ่งทางตรง ไม่ได้วิ่งไปกลับ 180 องศาแบบนี้
“เข้าใจแล้วค่า” ธาราเดินไปหยุดที่เส้น ก่อนจะกระโดดโหยงๆ ยืดเส้นยืดสายนิดหนึ่ง “พร้อมแล้วค่ะ เธอว่า”
“งั้นเริ่มวิ่งทันทีที่ลูกบอลหล่นพื้น” นายแว่นถือลูกบอลสีเหลืองไว้ในมือ ยืนอยู่ไกลลิบ บังคับให้ธาราต้องหันมองมาตลอดเวลา ซึ่งเป็นการเบี่ยงความสนใจและทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองไปในตัว
ทันทีที่ลูกบอลกระทบพื้น ธาราก็เริ่มวิ่งจากท่ายืนธรรมดา ดูแล้วก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาวิ่งเหยาะๆ แต่ว่า...
“ฝีเท้าเบาชะมัด”
“นั่นสิ แถมยังเร็ว... เร็วมาก”
“กลับตัวง่ายเกิน 180 องศาเลยนะ ทำได้ยังไงเนี่ย”
นั่นคือคำวิจารณ์ที่เกิดขึ้น และบทสรุปการวิ่งของธาราก็อยู่ที่... 9.52 วินาที ทำให้คนเหงื่อตกไปตามกัน เพราะเป็นผลที่สามารถเรียกได้ว่าดีเลิศ...!
“ฟู่ว...” เธอผ่อนลมหายใจ ยกแขนเสื้อปาดเหงื่อนิดหนึ่ง เธอรู้สึกว่าร่างกายของตนเองอยู่ในสภาพที่แย่เกินไป วิ่งแค่ร้อยเมตรก็เริ่มเหนื่อย ทั้งที่ใช้ออร่าช่วยแท้ๆ “จะทดสอบต่อเลยก็ได้นะคะ” เธอหันไปบอกคนคุมการทดสอบ หมอนั่นกำลังบันทึกผลลง tablet ในมืออย่างขะมักเขม้น
“เอาสิ... ต่อไปทดสอบการวิ่งซิกแซก” ตาแว่นเริ่มสนุกจึงชี้ไปยัง เส้นทางวิ่งที่มีเสาพลาสติกตั้งเรียงกันเป็นสิบ โดยเว้นช่องว่างระหว่างเสาแค่หนึ่งไม้บรรทัด “วิ่งไปกลับสองรอบ รวมร้อยเมตร” เขาอธิบาย
“วิ่งอีกละ...” ธาราเริ่มหน้าบูด “ขั้นต่ำควรต้องทำได้กี่วินาทีเหรอคะ?”
แทนที่จะถามว่าสัมผัสเสาได้กี่เธอ หญิงสาวกลับถามเรื่องเวลาอีกแล้ว นั่นหมายความว่ามีความมั่นใจในการวิ่งสลับฟันปลาอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย...
“ไม่ต้องสนขั้นต่ำหรอก เธอวิ่งให้เต็มที่ก็พอแล้ว” นายแว่นโบกมือ ก่อนจะเตรียมลูกบอลอีกลูกไว้ในมือเตรียมให้สัญญาณ
“ฉันเริ่มรู้สึกเหมือนโดนแกล้ง...” ธาราเพ่งมองอีกฝ่ายอย่างจ้องจับผิด
“ใครๆ ก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ ถ้ามีพลังพิเศษอ่ะนะ” ตาแว่นยักไหล่
ธาราใช้มือเสยผมที่ปรกหน้าเพราะเหงื่อนิดหนึ่ง ก่อนจะเข้าประจำที่... และเริ่มวิ่งทันทีที่ได้รับสัญญาณ
การวิ่งของเธอนั้นเป็นการพลิกตัวซ้ายขวาสลับกันไปมาอย่างรวดเร็ว จนคนส่วนใหญ่แทบจะมองเห็นเป็นการวิ่งตรงแน่ว แต่กลับไม่สัมผัสโดนเสาสักครั้งตั้งแต่ต้นจนจบ
ส่วนเวลานั้นช่างน่าทึ่ง... 11.2 วินาที...
อย่าว่าแต่ในห้องนี้เลย ผู้มีพลังพิเศษส่วนใหญ่ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ...
“พักสักหน่อยไหม เหลือการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองอีกอย่างหนึ่ง” นายแว่นโบกมือทักทั้งคิ้วขมวด เมื่อเห็นธาราหย่อนตัวลงนั่งบนลูกบอลใหญ่ใกล้ๆ
ธารายกมือของตนเองดูนิดหนึ่ง มือของเธอยังสั่น ร่างกายของเธอในเวลานี้นับเป็นจุดอ่อนใหญ่ที่สุด จำเป็นต้องฝึกอีกมากจึงจะกลับสู่จุดสูงสุดของตนเอง
ในความจริงเธออยากพักสักหน่อย แต่เห็นผู้คุมทำหน้ายุ่ง คิ้วขมวดมุ่น คนอื่นที่ดูอยู่ก็เริ่มจับกลุ่มคุยกัน จึงคิดไปเองว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ...
“ทดสอบต่อได้เลยค่ะ” ธารายกมือยืนยัน
นายแว่นเห็นเช่นนั้นจึงกวักมือเรียกให้เดินตามไปยังห้องเล็กอีกห้องหนึ่งที่ด้านหนึ่งเป็นกระจก ที่เหลือปิดทึบ เพดานนั้นขรุขระ มีรูจำนวนมากอยู่ที่พื้น ทำให้วางเท้ายืนได้ค่อนข้างลำบาก...
“การทดสอบนี้ จะเป็นการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนอง โดยจะยิงลูกบอลออกมาจากพื้นแบบสุ่ม ผู้ทดสอบมีหน้าที่รับลูกบอลเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด” นายแว่นอธิบายง่ายๆ
“ยากจริงด้วย...” ธาราเข้าไปก็เหลียวซ้ายแลขวา มองสำรวจโดยรอบแล้วก็ยิ้มแหย ด้วยสภาพห้องมีอุปสรรคมากกว่าที่คิด นอกจากที่หยั่งเท้าจะน้อย ห้องก็ยังมีความกว้างระดับหนึ่ง แถมถ้าปล่อยให้ลูกบอลโดนเพดานขรุขระเหล่านั้น มันจะกระเด็นแบบไร้ทิศทางซึ่งเดาได้ยากมาก ไหนจะเป็นห้องที่เสียงก้อง ทำให้การตอบสนองต่อเสียงเกิดปัญหา
นี่จึงเป็นการทดสอบที่มุ่งหวังให้ใช้ประสาทสัมผัสที่เหนือกว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์อย่างชัดเจน จะว่าสมเป็นการทดสอบศักยภาพของผู้มีพลังพิเศษก็ไม่ผิด...
“การทดสอบนี้ไม่มีสัญญาณเริ่มนะบอกก่อน...” นายแว่นพูดผ่านไมค์ แต่ยังไม่ทันจบ ธาราก็...
“ยัยเด็กนั่น หลับตาว่ะ...”
“หลับตากับบททดสอบนี้อ่ะนะ”
“พอเริ่มเมื่อไหร่หูนี่ใช้ไม่ได้เลยนา ตัดสินใจผิดแล้ว”
พวกคนที่รอดูต่างก็รู้สึกผิดหวังเล็กๆ ที่เด็กใหม่ซึ่งทำผลงานได้ดีมาตลอด ส่อแววจะเกิดปัญหากับการทดสอบสุดท้ายในหมวดทักษะกายภาพ แต่แล้วเมื่อการทดสอบเริ่มขึ้นจริงๆ ทุกเสียงก็เงียบกริบ...
หญิงสาวก้าวขาขวากลับหลัง และชูมือรับลูกบอลลูกแรกที่ยิงขึ้นมาใต้เท้าขวาอย่างแม่นยำ... นั่นเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อ...
ลูกบอลลูกที่ยากที่สุดมิใช่ลูกที่อยู่ไกล แต่เป็นลูกที่ยิงขึ้นมาตรงเท้า และมันจะทำให้สมาธิเสีย พาลลามไปถึงการเคลื่อนไหวหลังจากนั้นให้รวนไปหมด...
การที่ธาราสามารถทำเช่นนั้นได้ ก็เพราะเธอมีประสบการณ์ต่อสู้ในดินแดนที่มืดมิดและเต็มไปด้วยกับดัก ประสาทสัมผัสที่เธอใช้คือการอ่านแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากพื้น นอกจากนั้นยังใช้เท้าที่หยั่งลงพื้นสร้างแรงสั่นสะเทือนตรวจจับสิ่งผิดปรกติ ซึ่งเป็นทักษะชั้นสูงลิบ...
เธอกระโดดไปมาตามพื้นที่เป็นรูพรุนอย่างแม่นยำ ปรับเปลี่ยนการวางเท้าไปตามสถานการณ์ว่าจะวางเต็มหรือสัมผัสพื้นด้วยปลายเท้า ส่วนส้นเท้านั้นมีไว้ใช้กระแทกเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ สภาพจึงคล้ายว่าเธอกำลังเต้นรำอยู่ท่ามกลางสนามรบ และจับอาวุธลับที่พุ่งใส่ได้อย่างแม่นยำ
ธาราไม่คิดจะจับลูกบอลทั้งหมดเพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้น กลับกันเธอเลือกรับเอาไว้บ้าง หลบลูกที่ไม่สามารถรับได้บ้าง และต่อยลูกบอลที่มีวิถีผิดปรกติไปให้พ้น ซึ่งการทดสอบนี้จะยากที่สุดช่วงท้ายๆ เพราะลูกบอลที่ยิงขึ้นมาแล้วจะกลับลงหลุม
จากนั้นก็... กระจาย
นั่นเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า ‘บททดสอบภูเขาไฟ’ อย่าว่าแต่ผู้มีพลังมือใหม่ แม้แต่พวกมือเก่าทั้งหลายยังทุลักทุเลล้มคว่ำตอนจบไปตามๆ กัน
กระนั้นธาราก็ยังยืนอยู่ได้จนเกือบจบ... ก่อนจะล้มลงกองกับพื้นเพราะกำลังกายหมดก๊อก ยกธงขาวไปในลักษณะนั้น...
หญิงสาวเดินออกจากห้องทดสอบอย่างห่อเหี่ยว พอเห็นนายแว่นก็ถอนหายใจยาว “การทดสอบยากเกินไปสำหรับเด็กใหม่นะคะ...” เธอบ่นออดแอด มือก็เจ็บเพราะเจ้าลูกบอลนั่นยิงออกมาแรงกว่าที่คิด และมือของเธอก็บางกรอบขนาดนี้ ดีว่ามือไม่หักเอา
“ก็ยากน่ะสิ” นายแว่นเกาศีรษะ เขียนผลการประเมินลง tablet ด้วยทีท่าเฉยเมย ทำให้ธารายิ่งจิตตก
“แล้วบททดสอบต่อไป...”
“ไม่ต้องทดสอบแล้วล่ะ”
ธารายังถามไม่จบ อีกฝ่ายก็ตอบกลับทื่อๆ
“นี่ฉันทำได้แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ...?” ธาราอยากจะร้องไห้ ความมั่นใจที่เคยมีแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ นี่ถ้าสอบตกเพราะออมมือจนเสียเงินหมื่นคงตลกไม่ออกแน่ๆ
หารู้ไม่ว่า บททดสอบหลังจากนี้เกี่ยวกับเรื่องการต่อสู้พื้นฐาน โดยให้ลองสู้กับกอปลินกระจอกๆ ผ่านระบบ VR เหมือนเล่นเกมจำลองสถานการณ์ ซึ่งมันเป็นบททดสอบช่วยสำหรับคนที่ก้ำกึ่งจวนผ่านเจียนตก เพราะต่อให้เข้าไปเป็นคนถือของในการสำรวจ อย่างน้อยก็ควรเอาตัวรอดจากภัยรอบตัวได้บ้าง
นั่นแหละคือระดับ E หรือขั้นต่ำที่ทางสมาคมจะยอมรับให้ขึ้นทะเบียน...
“เธอผ่านแล้ว ได้ระดับ D ไปรับบัตรที่เคาน์เตอร์ได้เลย” นายแว่นวางมือจาก tablet หันมาสบตากับหญิงสาวที่นั่งจ๋อยอยู่
“เอ๋ จริงเหรอคะ?” ธาราหูผึ่งขึ้นมาทันที เพราะนั่นดีกว่าที่เธอคิดเอาไว้ ความแตกต่างของ Rank D กับ E นั้นมีมากโข งานที่ทำได้ก็มีเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลย
“จะโกหกไปทำไมล่ะนั่น?” นายแว่นพูดงงๆ ก่อนจะวิจารณ์เพิ่ม “แล้วก็อย่าเพิ่งดีใจไป เธอน่ะต้องไปเพิ่มความแข็งแรงให้มากกว่านี้ สำหรับการลุยดันเจี้ยนที่ใช้ระยะเวลายาวนาน ถึงดูแล้วเป็นพวกตกอับรีบเร่งหางานประทังชีวิต แต่อย่าเพิ่งหาเรื่องใส่ตัว เข้าใจไหม?”
“นี่ฉันผ่านจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?” ธารารู้สึกเหมือนโดนเอ็ดซะงั้น...
“อยากลด Rank ไหม ไปไหนก็ไปได้แล้ว” นายแว่นขู่ฟ่อๆ หน้าตาบอกบุญไม่รับ เรียกเสียงหัวเราะของคนทั้งห้องในเวลาเดียวกัน
“ค่าๆ ไปแล้วๆ ขอบคุณนะคะ” ธาราโค้งปลกๆ ให้ ก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปทั้งแบบนั้น
“จะไม่เข้มงวดไปหน่อยเหรอครับ คุณชวิน?” หลังจากหญิงสาวจากไป เพื่อนร่วมงานที่ยืนดูอยู่เงียบๆ ก็เดินมาทักทาย
“ไม่ล่ะ” นายแว่นส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยหน่าย “ในยุคนี้ภาพของผู้มีพลังพิเศษดูอย่างกับเป็นอภิสิทธิชน คนที่พอได้รับพลังพิเศษมา แล้วนึกว่าจะเป็นการพลิกผันชีวิตให้กลายเป็นราชาน่ะมีมากมาย แต่ส่วนใหญ่จบสวยที่ไหนกัน หากไม่ปรามตอนนี้จะให้ปรามตอนไหน?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงขุ่น ก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้องไปอีกคน
อีกฝ่ายยักไหล่ให้กับนิสัยปากไม่ตรงกับใจนั้น ขณะดึงข้อมูลการทดสอบเมื่อครู่นี้มาดู ข้อความสรุปว่า...
มีศักยภาพระดับ C+ แต่มีจุดอ่อนด้านความคงทนของร่างกายชัดเจนเกินไป เห็นควรให้คงไว้ที่ระดับ D จนกว่าจะแก้จุดอ่อนได้
***เสนอให้ได้รับสิทธิพิเศษระดับ C เพื่อสนับสนุนให้เหมาะสมกับศักยภาพที่มี ---- ลงชื่อ ชวิน Rank A
ถามจริงๆ เถอะ เป็นคำขอจาก Rank A แบบนี้ หน้าไหนจะกล้าปฏิเสธ ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็ดูเป็นการให้สิทธิพิเศษไปโดยไม่บอกชัดๆ ไม่ใช่เหรอนั่น?