อยากใช้ชีวิตแบบแมวเซื่อง ๆ นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
“สวัสดีครับคุณธารา ผมชาณ เป็นฝ่ายสวัสดิการของผู้มีพลังพิเศษ” ชายผมดำอายุประมาณสามสิบ ในชุดสูทสีดำเรียบร้อย ยื่นนามบัตรมาให้ขณะเอ่ยทักทาย ซึ่งธาราเองก็รับเอาไว้ตามมารยาท
“สวัสดีค่ะ...” ธาราทักตอบขณะอ่านนามบัตรคร่าวๆ ฝ่ายคุณชาณก็นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม
“บัตรของคุณเรียบร้อยแล้วครับ” เขาพูดพลางนำแฟ้มหนังมาวางไว้บนโต๊ะ มันปิดผนึกมาอย่างดีราวกับรอให้คนเป็นเจ้าของเปิดดู “เชิญตรวจสอบได้เลยครับ” เมื่อเห็นธารายังลังเลจึงทักเพิ่ม
เวลานี้เธอนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟในส่วนของห้องโถงกลาง ชายตาดูคนอื่นเองก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ราวกับนี่เป็นธรรมเนียมปรกติขององค์กร
บางทีทุกคนในสถานที่แห่งนี้อาจเป็นผู้ใช้พลังพิเศษ หรือไม่ก็เป็นผู้เกี่ยวข้องด้วยกันทั้งนั้น...
“อย่างนั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะคะ” ธารารับซองหนังที่ผนึกด้วยตราของรัฐบาลซึ่งเป็นรูปครุทมาไว้กับมือ และลองแกะอย่างประณีตเพราะไม่ต้องการให้ผนึกสวยๆ ต้องขาด
ภายในนั้นเป็นหนังสือแสดงสิทธิประโยชน์ของผู้มีพลังพิเศษโดยถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมด้วยบัตรของกำนัลจำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นเฉพาะสำหรับองค์กร และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือบัตรประจำตัวของผู้ครองพลังพิเศษ ซึ่งเป็นบัตรใส มีรูปของเธอพร้อมด้วยชื่อ เลขทะเบียน และตรา Rank D สีทองตัวโตๆ ไว้ในกรอบที่มุมล่าง
เธอหยิบบัตรมาดูนิดหนึ่ง ก็พบว่ามันเคลือบไว้ด้วยบาเรียบางๆ เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือ จึงดูค่อนข้างคงทนกว่าที่เห็นภายนอก
“เนื่องจากคุณธารานอนไม่ได้สติที่โรงพยาบาลมาร่วมสองปี อาจไม่ทราบความเป็นไปของโลกมากนัก ผมจะขออธิบายคร่าวๆ...”
“ไปสืบเรื่องของฉันมาหมดแล้วสินะ” อีกฝ่ายยังพูดไม่จบ ธาราก็ขัดนิดหนึ่งก่อนจะยกน้ำขึ้นจิบช้าๆ
“เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ครับ...” ชาณใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อ “เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นแบบนี้ ทางเราก็มีความจำเป็นต้องทำความรู้จักกับผู้มีพลังพิเศษทุกคน โดยเฉพาะบางคนที่มีแนวโน้มว่าอาจจะก่อปัญหาในอนาคต... แต่คุณธาราไม่เข้าข่ายนั้นหรอกครับ!”
ธาราจ้องอีกฝ่ายขณะวางแก้วน้ำลงที่โต๊ะ
ความจริงเธอก็เข้าใจความจำเป็นของรัฐบาลแหละ ว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายอย่างในปัจจุบัน ผู้มีพลังพิเศษบางส่วนอาจกลายเป็นอาชญากรเสียเอง แต่เธอก็ไม่ชอบที่โดนสืบประวัติส่วนตัวกันลับหลัง โดยไม่คิดเอามาถามกันก่อนสักคำ...
“ฉันก็เป็นแค่เด็กที่โชคร้ายคนหนึ่งเท่านั้นแหละ สืบไปก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรหรอกมั้ง” ธาราระงับอารมณ์ของตนเองไว้ พูดเปรยไปเรื่อย เหมือนส่งสัญญาณว่าให้รีบคุยธุระสักที
“ผมขอธิบายต่อนะครับ” ชาณไม่ปล่อยโอกาสให้เสียไป ดูท่าว่าจะคุ้นเคยกับการคุยกับตัวปัญหามามากในระดับหนึ่ง “สิทธิพื้นฐานของผู้มีพลังพิเศษที่ได้ลงทะเบียนกับภาครัฐจะแบ่งตาม Rank ครับ โดย Rank D นั้นจะเป็นขั้นแรกที่จะได้รับรายได้จากทางรัฐอยู่ที่ 30,000 บาทต่อเดือน โดยไม่เกี่ยวกับงานใดๆ ที่รับทำเพิ่มครับ”
“หมายถึง... ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้เดือนละ 30,000 เลยเหรอคะ?” ธาราหูแทบกระดิกเมื่อมีการพูดถึงรายได้ ขนาด Rank D ยังได้ขนาดนี้
เธอเริ่มเสียดายที่ออมมือไว้หน่อยๆ
“นั่นคือระดับความสำคัญที่ทางรัฐบาลมอบให้ผู้มีพลังพิเศษครับ... แต่เอ...” ชาณหยิบ tablet ของตนเองขึ้นมาดูก็ขมวดคิ้ว “ของคุณธาราจะได้รับสิทธิของ Rank C ซึ่งก็คือเดือนละ 50,000 ครับ”
“ไหงอย่างนั้นล่ะคะ?” ธาราถามกลับงงๆ
“คุณถูกระบุไว้ว่าเป็น Potential Ranker หรือกลุ่มคนที่ทางรัฐจะสนับสนุนเป็นพิเศษครับ” ชาณตอบกลับตามตรง แต่ยิ่งพูดธารายิ่งงง
“ทำไมฉันถูกจัดไว้ในหมวดนี้ได้ล่ะคะ?” เธอถามเพิ่ม
“คุณทำคะแนนตอนทดสอบได้ดีมากครับ การประเมินทางด้านกายภาพอยู่ในระดับสูงทั้งหมด พละกำลัง C ความเร็ว B ความละเอียดในการควบคุมร่างกาย A การตอบสนอง A+ มีแค่จุดเดียวที่ถูกกาตัวแดงคือความคงทนของร่างกายครับ ส่วนการทดสอบอื่นไม่ต้องทดสอบ ผู้คุมระบุเหตุผลว่าไม่เกิดประโยชน์” ชาณส่ง tablet ของตนเองให้ดู “อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้ตัวเลย...?”
ธารารับ tablet มาดูก็มือสั่น...
“ตานั่นหลอกกันชัดๆ ไหนบอกว่าเป็นค่ามาตรฐานไงล่ะ!” เธอบ่นด้วยความหงุดหงิด ไม่นึกว่าเข้าสมาคมวันแรกก็โดนรับน้องทันทีแบบนี้!
“ใครหลอก ไม่ใช่คุณหรอกเหรอที่คิดจะหลอกผมน่ะ” เสียงหนึ่งพูดขัดขึ้น ธาราหันขวับตามเสียงก็พบคุณผู้คุมแว่น ยืนอยู่ด้านหน้าเคาน์เตอร์ร้านกาแฟ มือขวายกกาแฟจิบ มือซ้ายล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์ เหลียวมองมาทางเธอด้วยสีหน้าไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนใดๆ
“นายแว่น ไหงมาอยู่นี่!” ธาราแทบจะทุบโต๊ะ
“ก็มาซื้อกาแฟน่ะสิ ถามพิลึก” ชวินตอบง่ายๆ
“คุณชวิน... สวัสดีครับ” คุณชาณเห็นตาแว่นก็รีบลุกขึ้นโค้งคำนับทันที และนั่นทำให้ธาราที่เตรียมจะโวยอีกรอบชะงักปากไว้
“รู้จักกันเหรอคะ?” ธาราถามง่ายๆ
“ต้องรู้จักสิครับ คุณชวินเป็นถึง Dungeon Conqueror Rank A เพียงไม่กี่คนในประเทศเชียวนะ” ชาณตอบกลับทันที
“Rank... A...?” ธาราสะดุ้งกับคำตอบนั้น ลอบสบตาอีกฝ่ายนิดหนึ่ง
หมอนั่นไม่หลบเลี่ยงสายตา ก่อนจะเลิกให้ความสนใจหันไปจิบกาแฟต่อ “ช่างผมเถอะ คุยกันต่อตามสบาย” เขาพูดแล้วก็ใช้มือซ้ายโบกไหวๆ เดินกลับไปทางห้องทดสอบตามเดิม
ธารามั่นใจแล้วว่า... ตานั่นรู้ว่าเธอเก็บงำพลังเอาไว้
อย่างน้อยก็น่าจะไม่คิดแพร่งพรายออกไป ซึ่งก็พอจะโล่งใจได้บ้าง แต่แบบนี้แสดงว่าความลับของเธอก็มีคนรับรู้เพิ่มอีกแล้วน่ะสิ...?
“คุณชวิน เป็นคนทดสอบคุณด้วยตนเองเลยเหรอครับ...?” ชาณ หันกลับมาทางธาราด้วยสายตาเป็นประกาย “คุณรู้ไหมว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่เข้มงวดมากๆ แล้วยังได้รับการระบุให้เป็น Potential Ranker...!”
“เรื่องนั้นอย่าพูดถึงเลยค่ะ... เฮ้อ...” ธารารู้สึกเหนื่อยขึ้นมาตงิดๆ ทั้งที่ตั้งใจทำตัวให้ดูกลางๆ เกาะเส้นค่าเฉลี่ยไปแท้ๆ เชียว!
หลังจากนั้นชาณ ก็เริ่มอธิบายเกี่ยวกับสวัสดิการอื่น โดยเริ่มจากสิ่งที่สำคัญที่สุด เจ้าโทรศัพท์มือถือที่มีการเข้ารหัสและใช้เครือข่ายแบบพิเศษเพื่อความปลอดภัย ซึ่งจะมีแอปพลิเคชันสำหรับติดตามข่าวสารของทางสมาคม สามารถตรวจสอบจุดเสี่ยงภัย แนวปะทะทั่วประเทศได้อย่างละเอียด
ด้วยแอปนี้จึงทำให้ผู้มีพลังพิเศษที่เหมาะสม สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งทุกงานที่ผู้มีพลังพิเศษเข้ามามีส่วนช่วย ก็จะได้รับรายได้จากทางภาครัฐอย่างครบถ้วน โดยแยกเป็นกรณีไป
นอกจากนั้น หลังจากลงทะเบียนครบ 15 วัน ชื่อของธาราก็จะอยู่ในฐานข้อมูล สามารถรับงานที่มีตามระบบได้ตาม Rank ของตน
“ที่สำคัญ เจ้าโทรศัพท์นี้ใช้พลังงานพลังอาทิตย์ได้ครับ 10 วันชาจทีก็อยู่ได้สบายๆ” ชาณยังคงโฆษณาการใช้งานอย่างละเอียด
ธาราเองก็ลองกดเล่นไปเรื่อย มันอาจดูเหมือนโทรศัพท์มือถือทั่วไปแต่ว่าตัดคำสั่งหลายๆ อย่างออกไป และเน้นใช้งานภายในเป็นหลัก ซึ่งก็สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก
“เรื่องที่พัก...” ชาณพูดถึงส่วนนี้ก็มองทีท่าของธารานิดหนึ่ง เพราะเกรงว่าจะเป็นการจี้จุดของอีกฝ่าย เมื่อเห็นหญิงสาวรับฟังโดยไม่ขัดก็อธิบายต่อ “หากคุณธาราต้องการ สามารถยื่นคำขอกับทางสมาคมให้หาที่อยู่ใหม่ในเมืองซึ่งมีความปลอดภัยสูงได้ครับ แน่นอนว่าสามารถพาครอบครัวมาอยู่ด้วยได้”
“เรื่องนี้ขอรบกวนด้วยนะคะ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มก็ไม่เป็น” ธาราตอบตามตรง เธอไม่คิดจะให้คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้ชีวิตในสถานที่อย่างนั้นนานนัก
“รับทราบครับ ผมจะประสานกับทางสมาคมให้” ชาณรับคำเป็นมั่นเหมาะ ก่อนจะอธิบายสิทธิที่เหลือโดยสรุปแบบรวบรัดให้
อาทิ สิทธิในการขอรับอุปกรณ์กับทางสมาคม สิทธิใช้บริการยิมในเครือ สิทธิในการเข้าพักโรงแรมฟรีหากต้องออกปฏิบัติหน้าที่ต่างถิ่น สิทธิรักษาพยาบาลฟรี และนอกเหนือจากนั้นเขาให้ธาราลองไปอ่านเองบ้าง
“สุดท้าย... คุณธาราได้รับเลือกให้เข้าร่วมการฝึกภาคสนามกับ Dungeon Conqueror ต้นเดือนหน้าด้วยครับ” ชาณพูดอย่างตื่นเต้น แต่ธาราดูออกว่านี่ก็เป็นฝีมือของนายแว่น Rank A ที่จำชื่อไม่ได้นั่นชัวร์
“ต้องเข้าร่วมเท่านั้นใช่ไหมคะ?” ธาราถามเพื่อความมั่นใจ
“นี่เป็นก้าวแรกในการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Dungeon Conqueror เลยนะครับ” ชาณเห็นอีกฝ่ายไม่ค่อยสนใจเท่าไรจึงพยายามโน้มน้าว
“ฉันมาลงทะเบียนเพราะกฎหมายระบุว่า ถ้าไม่ลงทะเบียนจะถือเป็นความผิดอาญาเองค่ะ ไม่ได้อยากเข้าร่วม Dungeon Conqueror จริงๆ นะ” ธาราแจ้งจุดยืนของตนเองให้ชัด
“เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วครับ” ชาณเองก็รู้สึกเสียดายอยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดจะขัดใจ “หากคุณธารามีเรื่องให้ช่วยก็สามารถติดต่อเบอร์ในนามบัตรได้ทุกเมื่อเลยครับ”
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ธาราพูดพลางยิ้มให้นิดหนึ่ง เมื่อเก็บของเสร็จเรียบร้อยจึงบอกลาตามมรรยาท แวะไปขอบคุณพี่สาวที่เคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินออกตัวอาคารไปง่ายๆ
เธอดูเวลาจากมือถือก็จวนเจียนจะบ่ายสี่ ถ้ากลับไปไม่ทันห้าโมงเย็นเธอก็จะตกรถ... ต้องวิ่งกลับบ้านเอง
“เห็นว่ามีบริการรถรับส่งนี่นะ” เธอพูดกับตัวเองก่อนจะลองกดแอปของทางการขึ้นมาอ่าน และมีบริการนั้นจริงๆ แต่ว่าสามารถเรียกไปได้แค่ในเมืองเท่านั้น
ธาราลองเรียกรถให้ไปส่งที่จุดขึ้นรถบรรทุกดู ปรากฏว่าแค่ไม่ถึงห้านาทีรถมอเตอร์ไซค์คันสีดำก็มาจอดตรงหน้าของเธอ
“คุณธารา Rank D ใช่ไหมครับ?” คนขับเอ่ยทัก เธอเพียงพยักหน้ารับ
“ขึ้นมาได้เลยครับ” คนขับยื่นหมวกกันน็อคมาให้ ธาราก็รับมาสวมก่อนจะขึ้นซ้อนทันที
“ฉันไม่นึกว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์นะเนี่ย” หญิงสาวพูดเล่น อีกฝ่ายก็หัวเราะตอบ
“ต้องแบบนี้แหละครับ ไม่อย่างนั้นคงไม่ทันเวลาเร่งด่วน” หมอนั่นว่า ก่อนจะบิดคันเร่ง บึ่งออกตัวไปอย่างรวดเร็ว
ขึ้นรถมาไม่นานธาราก็เริ่มเข้าใจว่าทำไม ‘รถบริการ’ ที่ว่า ต้องเป็นมอเตอร์ไซค์ นั่นก็เพราะในเมืองรถค่อนข้างติด ยิ่งมีปัญหาอยู่โซนไหนรถจะติดไม่ขยับเลย หากไม่ใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความคล่องตัวแบบนี้ กว่าจะไปถึงที่เกิดเหตุก็เข้าควบคุมสถานการณ์ไม่ทัน จนอาจก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างได้
ธาราเห็นว่า GPS ที่ติดด้านหน้าของมอเตอร์ไซค์คันนี้ก็มีแผนที่จุดเกิดเหตุเห็นแบบเดียวกับในแอปพลิเคชันของเธอ และจุดเกิดเหตุก็มีให้เห็นประปราย แสดงให้เห็นว่าแม้อาศัยอยู่ในเมืองก็ใช่ว่าจะสงบสุขเสมอไป
เธอมาถึงจุดรอรถก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง เนื่องจากไม่มีอะไรทำจึงพักที่ม้านั่งในบริเวณนั้น ใช้เวลาไปกับการตรวจสอบแผนที่คร่าวๆ และพบว่าบริเวณที่เธอต้องนั่งรถบรรทุกผ่านถูกจัดให้อยู่ในโซนสีเหลือง ซึ่งแสดงว่ามีความเสี่ยงในระดับหนึ่ง
บางจุดในซากปรักหักพังของเมืองใหญ่ยังมีการปะทะเกิดขึ้นเรื่อยๆ และถูกประเมินให้เป็นเขตสีแดง ยังดีที่บริเวณค่ายพักที่คุณพ่อคุณแม่อยู่ยังเป็นสีขาว ซึ่งมีความหมายว่ายังปลอดภัย
ธาราแอบยิ้ม เพราะอย่างน้อยเจ้าแอปนี้ก็ช่วยบอกได้ว่าคุณพ่อคุณแม่ของเธอจะยังปลอดภัยอยู่ แต่พอดูไปสักพักเธอก็เห็นจุดแดงกะพริบอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากค่ายอพยพประมาณสองกิโลเมตร และทำให้การประเมินสถานการณ์ในบริเวณนั้นกลายเป็นสีเหลืองขึ้นมา
เธอลองคลิกเครื่องหมายตกใจที่แสดงขึ้นมา เพื่ออ่านรายงานคร่าวๆ พบว่ามีหมูป่ายักษ์สามตัวกำลังอาละวาด ปัจจุบันมีกองกำลังทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยมีการประเมินระดับของภัยร้ายไว้ที่ Rank D
เมื่อเธอลองอ่านรายงานเพิ่มก็พบว่า เจ้าหมูป่าพวกนี้เพิ่มจำนวนขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล สันนิษฐานว่าอาจมี ‘Dungeon’ ซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง
ปัจจุบัน แคลน ‘Valtz’ Rank D ลงไปตรวจสอบ แต่ยังไม่พบต้นตอของปัญหา
“เจ้าหมูพวกนั้น Rank D เองเหรอเนี่ย?” ธารานึกถึงเจ้าอสูรหมูป่ายักษ์ที่เธอสังหารไปเมื่อวันก่อน จริงอยู่ที่มันไม่ได้เก่งเท่าไร แต่ดูเหมือนว่ากองทัพไม่สามารถต้านทานมันได้ด้วยซ้ำ...
ท่าทางว่าศักยภาพของมนุษย์ในการรับมือกับพวกอสูรในโลกนี้จะค่อนข้างต่ำ...
“ระวัง... มันหลุดเข้าเมืองไปแล้ว!!” เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้นจากถนนฝั่งขวามือของเธอ
ดูจากในมือถือของเธอ ดูเหมือนว่าพวกทหารกำลังไล่จับอสูรหมูป่าชนิดหนึ่งอยู่ ธาราใช้หางตามองเจ้าหมูโหนกหน้าผากหินที่วิ่งเข้าใส่
ภาพเหมือนในรายงานเป๊ะ เป็นอสูร... Rank E
“เฮ้ย มันวิ่งใส่ประชาชน แม่หนู หนีไป!!” ทหารนายหนึ่งตะโกนเตือน แต่เธอเพียงยกมือขึ้น เสริมออร่าไว้ที่มือ ปัดคางเจ้าหมูที่วิ่งเข้าหาดูเหมือนแค่การตบธรรมดา แต่นั่นเป็นวิธีเบี่ยงวิถีของพลังซึ่งเป็นหนึ่งในศาสตร์ชั้นสูง และมันดีดเจ้าหมูลอยข้ามอากาศไปไกลด้วยแรงของมันเอง ก่อนจะร่วงลงหัวกระแทกพื้นคอนกรีต น็อคไปง่ายๆ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้คนรอบๆ
“แค่ Rank E แบบนี้เราจัดการไปก็คงไม่แปลกมั้ง...” ธาราพูดพลางหย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อแจ็คเกตเพราะรถบรรทุกที่จะพาเธอกลับบ้านมาถึงแล้ว
พวกทหารที่วิ่งไล่จับหมูอยู่เมื่อครู่วิ่งมาขอโทษเธอปลกๆ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพียงแสดงบัตรประจำตัวให้ดู แล้วกระโดดขึ้นรถบรรทุกที่จอดรอไปง่ายๆ
ไม่นานนักรถบรรทุกก็วิ่งออกไปตามเวลา แต่พวกทหารยังงุนงงอยู่ เพราะภาพจำของพวกผู้มีพลังพิเศษมักใช้ชีวิตอยู่อย่างหรูหรา ไม่ใช่ขึ้นรถขนหมูกลับบ้านแบบนี้!