อยากใช้ชีวิตแบบแมวเซื่อง ๆ นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
“ส่งแค่นี้นะ ลาก่อน!” คุณหัวโจกนักทวงหนี้ปิดประตูรถจี๊ปปังใหญ่ต่อหน้าหญิงสาวในชุดดำ ก่อนจะสั่งลูกน้องให้เลี้ยววนกลับไปยังเมืองร้างที่ตนเพิ่งขับมาอีกครั้ง ช่างเป็นภาพที่ขัดความรู้สึกและสร้างความสนใจให้กับผู้สัญจรไปมาอยู่ไม่น้อย
“สวัสดีครับ คือน้องมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ทหารที่ประจำการรักษาความสงบอยู่ยังเดินเข้าหาธารา เพื่อดูว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่
“เฮ่ย นั่นคนที่ตบหมูคว่ำไปนี่ ไม่มีอะไรหรอกมั้ง...!” เพื่อนทหารที่เดินมาด้วยกันยังจำธาราได้จึงกระซิบเตือนเพื่อน
“ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่ตกรถเข้าเมืองรอบเช้า เลยต้องขอให้พี่ๆ พวกนั้นมาส่งเท่านั้นเอง” ธาราตอบอย่างเรียบง่าย โดยละข้อเท็จจริงที่ว่า เธอ ‘ข่มขู่’ ให้พวกนั้นมาส่งเอาไว้
จังหวะเดียวกัน โทรศัพท์ของเธอก็ร้องเตือน มอเตอร์ไซค์รับส่งของสมาคมก็มาถึงจุดนัดหมายพอดี
“ขอตัวก่อนนะคะ” เธอโค้งศีรษะให้คุณทหารอย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปแสดงตัวให้คนขับ ระบุจุดหมายปลายทางแล้วก็ขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไป
พอไม่ต้องรีบร้อน วันนี้ธาราจึงมีเวลามองสำรวจในเมืองไปเรื่อยขณะอยู่บนมอเตอร์ไซค์ ถนนในเมืองยามเช้านั้นเต็มไปด้วยรถคับคั่งเช่นเคย ส่วนทางเท้าก็พลุกพล่านไม่แพ้กัน ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่เขตเมืองแคบลงมาก จนจำนวนประชากรต่อพื้นที่หนาแน่นขึ้น
เธอเห็นพวกร้านขายอาหารมีค่อนข้างมีจำกัด ส่วนมากเป็นร้านใหญ่ผิดกับสมัยก่อนที่มีร้านเล็กๆ กระจายตัวกันออกไป แถมผู้คนก็ต่อแถวกันยาวเหยียด ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะหาซื้อวัตถุดิบได้ยาก ผ่านตลาดสดหรือร้านสะดวกซื้อก็เห็นว่าของในร้านพร่องไปเยอะ เหล่าแม่บ้านต้องเบียดกันซื้อของวุ่นวาย
เทียบกับเมืองในความทรงจำของเธอ ก็ชวนให้รู้สึกว่าโลกในเวลานี้อยู่ในภาวะวิกฤติมากกว่าที่คิด และชีวิตในเมืองนั้นก็ใช่ว่าจะสะดวกสบายเสมอไป
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดพาคุณพ่อคุณแม่เข้ามาอาศัยในเมือง โดยกะจะใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการตระเวนดูบ้านเช่าที่ทางสมาคมส่งมาให้ดูสักหน่อย แต่ก่อนหน้านั้น...
“ถึงแล้วครับคุณธารา ที่นี่เป็นร้านอาวุธที่ใหญ่ที่สุดของสมาคมในเมืองนี้แล้วครับ” คุณคนขับชี้ตรงไปยังอาคารสรรพสินค้าเก่าในความทรงจำ แต่ดันมีตราของ Dungeon Conqueror ติดไว้ด้านข้างป้าย ‘BLACKSMITH’ แทนชื่อห้าง แสดงให้เห็นว่าโลกนี้เปลี่ยนไปมากจริงๆ
“ขอบคุณค่ะ” ธารากล่าวขณะกระโดดลงจากรถ
“จะให้รอไหมครับ?” คุณคนขับเสนอ
“ได้เหรอคะ?” ธาราถามงงๆ
“ได้อยู่แล้วสิครับ งานของทางนี้อยู่แล้ว นานๆ ทางนี้จะได้เจอคนเรียกน่ารักสักที” คุณคนขับแกล้งหยอดอย่างอารมณ์ดีทำให้ธาราเขินเล็กๆ
ตั้งแต่กลับมาที่โลกอีกครั้งก็มีตานี่แหละที่ชมเธอ นึกถึงเจ้าหัวโจกที่เรียกเธอว่า ‘ปีศาจ’ ตั้งแต่คำแรกที่เจอหน้า ถ้าพูดดีกันบ้างเธอก็อาจทำดีด้วยสักนิดแท้ๆ
“งั้นรบกวนด้วยนะคะ วันนี้ต้องซื้อของหลายอย่างเลย” ธาราตอบกลับยิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้าตัวอาคารไป
ภายในร้านค้าแห่งนั้น ชั้นแรกเป็นห้องโถงกว้าง มีการจัดแสดงอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย และมีผู้คนมากหน้าหลายตากว่าที่คิด จากการมองดูคร่าวๆ เธอเห็นว่าผู้มีพลังพิเศษนั้นมีตั้งแต่เด็กอายุสิบกว่าปีไปจนถึงผู้เฒ่า รุ่นราวคราวเดียวกับเธอก็ไม่น้อย แต่ละคนมีสีหน้าเริงร่าราวกับกำลังสนุกกับการเลือกหาอาวุธและอุปกรณ์ ในสายตาของเธอมันค่อนข้างน่าหนักใจ เพราะนั่นเป็นสีหน้าของคนที่ไม่รู้จักสนามรบ
บางทีคนเหล่านั้นอาจมองว่านี่คือเกมและตนเองเป็นตัวเอกของเรื่องราว แต่สำหรับเธอไม่เข้าใจว่าการต้องส่งเด็กเข้าสนามรบมันเป็นเรื่องที่น่าดีใจตรงไหนกันนะ
“คุณลูกค้า มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?” พนักงานหนุ่มอายุอานามน่าจะมากกว่าเธอแค่นิดหน่อย เดินเข้ามาถามอย่างสุภาพเมื่อเห็นเธอแอบยืนถอนหายใจอยู่เงียบๆ
“ฉันมาขอรับสิทธิค่ะ” เธอแสดงบัตรประจำตัวให้ดู
“อ๋อ เชิญตามมาทางนี้ก่อนนะครับ” คุณพนักงานพูดพลางพาไปยังเคาน์เตอร์ และทำการตรวจสอบความถูกต้องของสิทธิ สักพักจึงเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยแล้วยิ้มให้
“เชิญทางนี้ได้เลยครับ คุณธารา” เขาว่าพลางเดินนำพาหญิงสาวเดินขึ้นไปชั้นสอง ปรากฎว่าที่ชั้นนี้ค่อนข้างโล่ง มีผู้คนน้อยกว่าชั้นแรกค่อนข้างมาก แถมราคาของอุปกรณ์ก็สูงโดดขึ้นมาจากชั้นหนึ่งค่อนข้างมาก “คุณธาราสามารถเลือกอาวุธชิ้นใดก็ได้จากโซน 1 และ 2 ครับ” เขาผายมือไปทางโซนดังกล่าว
ธาราเลิกคิ้วมอง ไม่นึกว่าสิทธิที่ได้รับมาจะสามารถเลือกของได้ครึ่งชั้นแบบฟรีๆ แถมส่วนใหญ่ยังเป็นของที่ไม่ได้เกิดจากฝีมือของผู้คนในโลกนี้อีกด้วย!
“ชิ้นใดก็ได้เลยเหรอคะ?” เธอถามย้ำ ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ เธอจึงเดินเข้ามุมอาวุธดาบทันที และที่มุมนั้นมีคนแคระหนวดเฟิ้มในชุดช่างตีดาบยืนกอดอกพิงเสาอยู่คนหนึ่ง
เมื่อมาถึงคุณพนักงานรับแขกก็กลับไปประจำการที่จุดเดิม แลเวปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลุงคนแคระต่อ ซึ่งเธอก็ยอมรับว่านี่เป็นอีกหนึ่งภาพแปลกใหม่ เธอไม่คิดว่าจะมีโอกาสเห็นคนแคระจากโลกอื่นทำหน้าแนะนำอาวุธอยู่ในห้างสรรพสินค้ามาก่อน...
“เลือกได้ทุกอย่าง แต่ขอเตือนสักหน่อย ในมุมนู้นเป็นอาวุธต้องสาปทั้งสิ้น ซึ่งข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมพวกมนุษย์อายุประมาณเจ้า มักเลือกอาวุธต้องสาปกัน ของดีๆ มีเยอะแยะแท้ๆ” คุณคนแคระดูไม่ค่อยพอใจนัก แต่สำหรับธาราเธอรู้สึกว่าลุงแกน่ารักดี
ดาบเล่มที่เธอใช้ในโลกฝั่งนู้นก็เป็นดาบที่ตีขึ้นจากมือของดวอร์ฟคนหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ในป่าเช่นกัน...
“นั่นสินะคะ” ธาราหยิบดาบทรงยุโรปมาถือไว้กับมือ วัดระยะการใช้งานด้วยการชี้ไปในมุมที่แตกต่างแล้ววาดวงดูว่ามีความติดขัดตรงไหนบ้างไหมก่อนจะวางเก็บที่เดิม
เธอไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ หากเดินเลือกดาบไปเรื่อย แต่หมดเวลาไปพักหนึ่งก็ยังไม่ได้เล่มที่ถูกใจสักที จึงเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
ของในโซนนี้สมเป็นของ Rank C จริงๆ เพราะเต็มไปด้วยของขาดๆ เกิดๆ แทบทั้งนั้น... ยิ่งพวกของต้องสาปนี่เรียกได้เลยว่าขยะผุๆ
“หึ หาของถูกใจไม่ได้สิท่า เรื่องมากทีเดียว” ตาลุงแกพูดแล้วหัวเราะ ไม่รู้ว่าตั้งใจแขวะเธอหรือตั้งใจแขวะของในร้านกันแน่
“ใช่ค่ะ สำหรับนักดาบออร่าที่ความสามารถทางกายต่ำ ดาบที่ใหญ่เกินไปจะไร้ความคล่องตัว ของในร้านมีแต่ของที่เหมาะกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านกายภาพทั้งนั้นเลย” ธาราเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นผู้เชี่ยวชาญจากต่างโลกเช่นกันจึงพูดกันตามเนื้องานตรงๆ
“หึ นักดาบออร่ารึ หายากนะเนี่ย อันนี้เป็นไง?” ลุงแกแอบหยิบดาบอีกเล่มออกมาจากกระเป๋าหน้าท้องจิงโจ้ของตนเอง
ธารารับเอาไว้ก่อนจะลองชักออกมาจากฝัก มันเป็นดาบทรงญี่ปุ่นมีความยาวจากด้ามจับถึงปลายดาบเพียงหนึ่งเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นดาบสั้น ส่วนคุณภาพนั้น...
เธอลองชักดาบและเก็บดาบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวาดวงโค้งจากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้าย ก่อนจะวาดวงกลมสมบูรณ์ขึ้นมา... มันเฉียดพื้นแบบแทบจะพอดี
“ขนาดด้ามจับ ระยะ น้ำหนัก สมบูรณ์แบบเลยค่ะ” ธาราชมจากใจ อีกฝ่ายสมเป็นชนเผ่าที่ใช้ชีวิตอยู่กับเหล็ก แค่เธอเดินเลือกของอยู่พักเดียวก็เลือกของที่เหมาะสมให้ได้ทันที
“งั้นเหรอ งั้นก็เอาไปสิ” ตาลุงหัวเราะชอบใจ
“ฉันไม่คิดว่ามันจะมีคุณภาพระดับเดียวกับของแถวนี้นะ” ธาราตอบตามตรง เธอคิดเอาไว้แล้วว่าถ้าเจอดาบที่ถูกใจ ยอมเป็นหนี้สมาคมเพิ่มนิดหน่อยคงไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
“ของดีก็ต้องอยู่ในมือของคนรู้คุณค่า ถ้าใช้จนร้าวได้แล้วค่อยกลับมาใหม่ ครั้งหน้าข้าคิดเงินนะบอกไว้ก่อน” ตาลุงแสยะยิ้มร่า หัวเราะโฮะๆ อย่างพออกพอใจ
ธาราเก็บดาบเข้าฝัก ก่อนจะถือไว้ด้วยมือสองข้างที่ยื่นออกมาข้างหน้า ใช้ออร่าของตนคลุมมันไว้ ก่อนจะประกบมือเข้าหากันเก็บเจ้าดาบไว้ในอีกมิติ...
“เจ้ามีวิธีใช้ออร่าแปลกดี เป็น returner สิท่า หรือเป็นคนต่างโลกกันแน่นะ” ตาลุงเริ่มพูดมากจนธาราต้องรีบเอามือจุ๊ปาก ยังดีที่ไม่มีคนอื่นอยู่รอบๆ
หลังจากนั้นลุงแกให้นามบัตรเฉพาะตัวเอาไว้ให้ มันเป็นแท่งหินใสที่หากถูกสัมผัสโดยเจ้าของก็จะแสดงรายละเอียดขึ้นมา และมันมีพื้นที่นำไปสู่ร้านของแกเองด้วย ซึ่งเธอก็สัญญาว่าจะแวะไปหาในระยะเวลาอันใกล้กว่าที่คิด ทำให้ตาลุงฉุนจัดเพราะคิดว่าจะทำอาวุธพังเร็วๆ นี้ เลยโดนไล่ตะเพิดออกร้านมาทั้งแบบนั้น
เธอใช้เวลาช่วงเช้าที่เหลือไปกับการเดินเลือกหาข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวตามประสาหญิงสาวทั่วไป เติมเต็มความอยากอาหารและของหวาน และเดินชอปปิ้งหาของฝากให้คุณพ่อคุณแม่อีกสักพัก ของก็เต็มไม้เต็มมือไปหมด พร้อมตัวเลขในบัญชีประจำตัวผู้ใช้พลังพิเศษที่ติดลบไปเกือบหมื่นเพราะเงินประจำเดือนยังไม่เข้า
ธาราแอบสังเกตเห็นว่าในยุคนี้มีคนที่ว่างพอจะเดินห้างสรรพสินค้าในวันธรรมดาค่อนข้างน้อย ร้านสินค้าสิ้นเปลืองเองก็เงียบเหงา เห็นเธอด้อมๆ มองๆ ก็แทบรีบล็อคคอลากเข้าร้านทันที
กว่าเธอจะออกมาจากห้างได้ก็บ่ายกว่าๆ เกรงใจคุณคนขับเขานิดหน่อยจึงซื้อขนมมาให้ ซึ่งก็พบพี่แกกำลังนั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวข้างทางอยู่พอดี
ตานั่นเห็นธาราเดินออกมาก็รีบกินยัดจนแทบสำลักทั้งที่บอกว่าไม่ต้องรีบแท้ๆ เชียว เลยกลายเป็นทำให้รู้สึกเกรงใจกว่าเดิมอีก
เธอให้คุณคนขับพาไปส่งเป้าหมายสุดท้ายของวันนี้...
“ของพวกนี้เดี๋ยวพี่เอาไปฝากค่ายทหารตรงชานเมืองให้ในชื่อ ธารา Rank D นะ แต่ถ้ามีรถทหารคันไหนจะไปค่ายอพยพก็จะฝากให้เขาเอาไปส่งที่บ้านเลย” คุณคนขับรวบของทั้งหมดไว้ในถุง แบกไว้ข้างหลัง แล้วขี่มอเตอร์ไซค์จากไปดูสภาพไม่ต่างจากซานตาครอสนัก
ธาราเห็นก็อดไม่ได้ที่จะใช้มือทาบหน้าผากด้วยความอับอาย ไม่นึกว่าช่วงเวลาที่ไปตกระกำลำบากจะทำให้เธอเพลินมือกับการเลือกซื้อของขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเป็นแบบนี้แท้ๆ เชียว
เธอถอนหายใจก่อนจะหันไปกดออดของบ้านสองชั้นสไตล์ญี่ปุ่น เธอรออีกเพียงแปบเดียวคุณลุงผู้อำนวยการหน้าตาใจดีก็เดินมาเปิดประตูให้...
“สวัสดีค่ะ” เธอเอ่ยทัก
“ผ่านแล้วสินะ เข้ามาก่อนสิ วันนี้เพิ่งซื้อเค้กนมสดมาพอดี” ลุงผู้อำนวยการแกหัวเราะร่วนขณะลูบหนวด เชิญให้เข้าบ้านโดยเอาขนมเค้กมาล่อ โดยไม่ได้มีทีท่าจะทวงเงินสักนิด
“อย่างนั้นก็รบกวนด้วยค่ะ” ธาราโค้งศีรษะให้ ก่อนจะเดินเข้าตามคุณผู้อำนวยการเข้ามาง่ายๆ และนั่งคุยกันที่บริเวณชานเรือนเช่นเดิม
ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ โดยไม่คิดว่าอยู่ดีๆ ก็จะแผ่นดินไหวอย่างแรงขึ้นมา ตึกสูงที่เห็นต่างแกว่งไกวอย่างน่าหวาดเสียว และมันทำให้ผู้คนแตกตื่นกันไปทั่ว
“ปะ เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณธารา...!” ผู้อำนวยการตั้งตัวได้ก็รีบหันมาถามเธอที่เป็นผู้มีพลังพิเศษซะงั้น...
“นั่นเป็นคำถามของหนูต่างหากล่ะ” ธาราว่า ก่อนจะตั้งข้อสังเกต “ประเทศเรามีแผ่นดินไหวแรงขนาดนี้ด้วยเหรอคะ?” จะว่าไปเธอเองก็มีประสบการณ์ไม่ดีกับแผ่นดินไหวอยู่บ้างเช่นกัน...
เธอถามยังไม่ทันจบประโยคโทรศัพท์มือถือก็เด้งแจ้งเตือน เรียกให้เธอเปิดดูและพบว่ามีเครื่องหมายตกใจเด้งขึ้นมาไม่ไกลจากจุดที่เธออยู่นัก แถมยังมีวงสีแดงรัศมีกว้างวาดคลุมมาจนเกือบถึงบ้านของผู้อำนวยการ... นี่มิใช่เรื่องปรกติประจำวันแน่ๆ
“ดันเจี้ยนกำลังจะปะทุน่ะสิ... เฮ้อ...” ลุงผู้อำนวยการถอนหายใจยาว สีหน้าซีดเผือด ดูไม่สู้ดีนัก
“ปะทุเหรอคะ?” ธารายังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับดันเจี้ยนเท่าใดนักเพราะตนเองก็ไม่ใช่คนเล่นเกม อีกอย่างดันเจี้ยนในโลกที่เธอไปเป็นแค่ถ้ำหรือเขาวงกตเท่านั้นเอง
“ดันเจี้ยนน่ะเป็นเหมือนประตูที่มีโลกใบเล็กอยู่ข้างใน ความใหญ่เล็กไม่มีตายตัว พวกอสูรต่างๆ ก็อาศัยประตูเหล่านั้นข้ามมาที่โลกเรา แต่ปัญหาก็คือประตูนั้นตั้งอยู่ที่ใดบ้างเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องค้นหากันเอง...” ผู้อำนวยการพูดแล้วก็ไอนิดหน่อย จึงยกขวดน้ำที่กลิ้งอยู่ใกล้มาจิบสักนิด “ดันเจี้ยนน่ะมีเป้าหมายคือการรวมตัวกับโลกของเรา ซึ่งก็อาจจะมีฝั่งใดฝั่งหนึ่งล่มสลาย เช่นมีรังมดยักษ์อยู่ใต้ดิน ฐานรากของอาคารต่างๆ ก็อาจทรุดตัวลงใต้ดิน... และช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดการหลอมรวมตัวกันนี้เองที่เรียกว่า ‘ปะทุ’ และพวกมันจะแสดงตัวให้เห็น นับถอยหลังไปสู่การหลอมรวม”
“แบบนี้เราป้องกันได้ไหมคะ?” ธาราถามตรงๆ ขณะอ่านรายงานควบคู่กันไป เจ้าดันเจี้ยนนี้ถูกประเมินไว้ในระดับ C แต่เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นในเมือง จึงจำเป็นต้องจำกัดความเสี่ยง ถูกตั้งให้เป็นเรื่องฉุกเฉินพิเศษ มีคำสั่งเรียกตัวด่วนจากส่วนกลางถึงผู้มีพลังพิเศษทุกคนในเมือง...
“ต้องทำลายแก่นของดันเจี้ยนน่ะ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของพวก Dungeon Conqueror ครับ” คุณผู้อำนวยการพูดพลางชำเลืองมองมาที่ธารา “คุณจะไปด้วยไหม...?” คำถามนี้ฟังก็รู้ว่าเป็นห่วง
ธาราขยับยิ้ม เรียกดาบเล่มใหม่ออกมาจากความว่างเปล่า และคาดมันไว้ที่เอวคู่กับเข็มขัด ดูคล้ายนักรบขึ้นมานิดหน่อย
“มีคำสั่งย้ำว่าทุกคน ถ้าไม่ไปน่าจะโดนตัดเงินเดือนนะคะ” เธอพูดทีจริงทีเล่น ก่อนจะโค้งให้แล้วออกวิ่งไปเลยโดยไม่รอให้อีกฝ่ายทัดทาน
หญิงสาวใช้ออร่าเสริมความสามารถในการเคลื่อนที่ ใช้สองเท้าวิ่งขึ้นไปบนยอดอาคารสูงเพื่อดูสถานการณ์โดยรวม สิ่งที่เตะตาเธออย่างมากก็คือประตูหินที่เปิดอ้ากว้าง ออร่าสีม่วงแก่ตัดกับสีแดงไหลโชนออกมา วาดวงโดยมีประตูเป็นศูนย์กลางกว้างประมาณสามกิโลเมตร ซึ่งตรงกับการประเมินของทางสมาคม ดูท่าว่าพวกเขาจะใช้ออร่าเป็นเกณฑ์คร่าวๆ ในการกำหนดขอบเขตเสี่ยงภัย แต่ว่า...
เธอดูระดับเสี่ยงภัยที่เขียนเอาไว้... “Rank C?” เธอไม่อยากติงการประเมินจากส่วนกลาง แต่ก็อดคิดไม่ได้เพราะคุณภาพของออร่าและพลังเวทที่พวยพุ่งออกมานั้นค่อนข้างเข้ม ซึ่งเธอไม่คิดว่าของแบบนั้นลูกพี่นักทวงหนี้จะมีปัญญาเข้าไปแก้ไขสถานการณ์แน่ๆ
เธอเห็นคนของสมาคมมากันรวดเร็วกว่าที่คิด กำลังอพยพประชาชนทั่วไปออกจากบริเวณที่เกี่ยวข้อง ส่วนพวกผู้มีพลังพิเศษก็ยืนดูท่าทีอยู่ห่างๆ น่าจะกำลังคุยแผนกันจึงกระโดดไปตามหลังคาตึกใกล้ๆ ก่อนจะกระโดดข้ามเขตที่พวกทหารกันคนนอกออกไป ลงจอดแถวที่คนส่วนใหญ่เขาอยู่กัน
คนที่อยู่บริเวณนั้นเห็นเธอกระโดดลงมาก็หันขวับ แต่พอเห็นว่าเป็นหน้าใหม่ ไม่มีใครรู้จักก็เลิกสนใจ... ยกเว้นเพียงคนเดียว
“ธารา ใช่เปล่านั่น?” นักเวทหนุ่มร่างท้วม สวมชุดคลุมสีน้ำตาลทั้งตัวถามขึ้นงงๆ
เธอใช้เวลาคิดอยู่หลายวินาที ก่อนจะร้องอ๋อ “นายนัท เจ้าโดนัท!” เธอโพล่งเสียงดัง เรียกสายตาคนอื่นอีกครั้ง
คนอื่นได้ยินเข้าก็เหลียวมอง... ก่อนจะหันกลับไปอุบหัวเราะ โดยเฉพาะสมาชิกทีมของเจ้านั่นที่หัวเราะก๊ากใหญ่ ไร้ความเกรงใจใดๆ
“ปะ ปากเสียน่า ยัยทอมบอย!” เจ้าโดนัทโวยสู้ แต่เสียงดังไปก็เท่านั้น...
“จะว่าไปตอนนี้นายก็ผอมลงบ้างแล้ว... นิดหน่อย” ธาราไม่เจอคนที่เรียกว่าเพื่อนมานานจึงแกล้งแซวเล่นต่อ “อยากได้ฉายาใหม่ไหม?”
“เหอะ ฉายาน่ะมีแล้ว คทาอัคคี Rank C เชียวนะ หล่อนเถอะระดับไหน” หมอนั่นทำเป็นอวด มีเหรอเธอจะยอมแพ้ ควักบัตรประจำตัวให้ดูบ้าง
“ธารา Rank D ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ” เธอประกาศตัวอย่างมาดมั่น
“โอโห ดูจากรหัสเป็นเด็กใหม่ชัดๆ ยังมีหน้ามายืด” เจ้าโดนัทกอดอกแขวะ บทสนทนาเริ่มไปไกลจนบรรยากาศตึงเครียดในบริเวณหายไปแล้ว...
“แม่หนูน้อย ขอโทษนะจ๊ะที่ต้องขัดจังหวะการพบเพื่อนเก่า แต่ทางนี้คงต้องขอตัวปรึกษาแผนกันก่อนนะ” หัวหน้าปาร์ตี้ของเจ้าโดนัทเป็นนักบวช อายุน่าจะประมาณใกล้ๆ จะสี่สิบ บุคลิกของเธอก็นุ่มนวลสมเป็นแม่พระ ควรค่าแก่การเคารพใช่ย่อย
“ขอโทษที่รบกวนนะคะ” ธาราตอบกลับง่ายๆ ก่อนจะเดินแยกตัวออกมา เพื่อสำรวจสถานการณ์อย่างละเอียด
เมื่อดูจากแอปของเธอก็พบว่าในบริเวณมีเครื่องหมายพิเศษระบุจุดเอาไว้หลายตำแหน่ง เธอลองคลิกดูก็พบว่ามันคือจุดรวมพลของกิลด์ต่างๆ ที่เป็นดาวทองก็คือกิลด์ Rank A ซึ่งมีเพียงจุดเดียว ส่วนกิลด์ Rank B จะเปลี่ยนไปใช้สีส้ม เท่าที่เห็นก็มีแค่สามจุด รองลงมาก็คือกิลด์ระดับ C ตามมาด้วยกิลด์ระดับ D ซึ่งเป็นสีขาว
เธอมองตามจุดในแผนที่ก็พบว่าบริเวณที่เป็นกิลด์ระดับ A นั้นมีผู้คนรุมล้อมอยู่มากมาย สภาพไม่ต่างอะไรกับดารามากนัก
พวก Rank B เองก็โด่งดังใช่เล่น บางส่วนก็กำลังให้สัมภาษณ์กับพวกนักข่าว แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกพิลึกที่สุดก็คือชุด... เครื่องแต่งกายของแต่ละคนในบริเวณนี้แต่งกายกันอย่างกับอยู่ในโลกแฟนตาซี ทั้งที่สภาพแวดล้อมคือรายล้อมด้วยตึกรามบ้านช่องสมัยใหม่ทั้งนั้น
“เฮ่ คุณชวินก็มาด้วยนะ” คนใกล้ๆ พูดเสียงดัง
“เขามาทุกครั้งที่มีเรื่องในเมืองแหละ”
“ค่อยโล่งใจหน่อย...”
หลังจากนั้นหลายคนก็พูดถึงตาแว่นหัวยุ่งกันในเชิงยกยอ ดูท่าจะเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากในหมู่ผู้มีพลังพิเศษจริงๆ
ชวินยังคงใส่แว่นกลมสีเงิน อยู่ในชุดกาวน์ หัวยุ่งเหมือนเดิม เดินคาบบุหรี่ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าอีกข้างก็ยกขึ้นเตี้ยๆ เป็นเชิงทักทายแบบสุดแสนขี้เกียจและขอตัวไปทำธุระ ก็ไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน แต่ธารามองอย่างไรตานั่นก็เดินตรงมาทางเธอชัดๆ
“จะใจกล้าไปแล้วมั้ง เพิ่งลงทะเบียนก็หาเรื่องเลย” ชวินเอ่ยทักธาราตรงๆ ทำให้ทุกคนแปลกใจ
“เอ้า! ก็มีคำสั่งมาแบบนี้ ปรกติเขาก็ต้องมาไหมคะ” ธาราเถียงกลับ
“เขามีกฎระบุว่าผู้ลงทะเบียนใหม่ไม่จำเป็นต้องเข้าพื้นที่เกิดเหตุภายใน 7 วันหลังลงทะเบียน โดยไม่ถือว่าเป็นการขัดคำสั่ง” ชวินตอบกลับ เสียงอู้อี้หน่อยๆ เพราะยังคาบบุหรี่อยู่ “ยังไม่มีกลุ่ม ยังไม่มีประสบการณ์ เลยยืนเซ่ออยู่กลางดงคนเดียวให้หาตัวเจอง่ายๆ อย่างนี้ไง” หมอนั่นบ่นต่อเป็นชุด
“ถ้าอย่างนั้นฉันกลับได้ใช่ไหมล่ะ ขอตัว บาย” ธาราโบกมือไหวๆ เธอรู้แล้วว่าตานี่ตั้งใจเดินตรงมาหาเรื่อง!
“มาด้วยกันกับผม” ชวินพูดห้วนๆ จนธาราเหลียวมองเพราะไม่แน่ใจว่านั่นเป็นคำสั่งหรือคำชวน... และพอเห็นสีหน้าเรียบเฉยนั้นก็พอเข้าใจว่ามันคือ ‘คำสั่ง’
“ฉัน?” ธาราชี้นิ้วที่ตนเอง
“อยากเห็นสถานการณ์ภายในใช่ไหมล่ะ?” ชวินพูดต่อ ก่อนจะพ่นควันหนึ่งฟอดขณะยกมือเกาศีรษะ “ยังไม่เคยทำงานร่วมกับใคร ไม่รู้จักระบบใดๆ ไปกับคนอื่นก็เกะเขา” หมอนั่นว่า
“เสียมารยาท!” และมันทำให้ธาราเริ่มฉุนขึ้นมาบ้างแล้วจึงเถียงกลับตรงๆ
“นี่เป็นคำสั่งจาก Rank สูงกว่า อยากเจอรายงานไหม” ชวินมองฮึ่มอย่างไม่ยอมเช่นเดียวกัน และมันทำให้บรรยากาศแถวนั้นชวนให้อึดอัดแปลกๆ ใครจะไปคิดว่าเด็กใหม่ Rank D จะกล้าเถียงกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ผู้ครองเนตรแห่งนภา’ บุคคลที่ได้รับการยอมรับกว้างขวางไปทั่วโลก
“ก็ได้ๆ” ในที่สุดเธอก็ต้องยอมรับ ถึงมันจะหงุดหงิดสักหน่อย แต่เธอก็ไม่ได้อยากมีส่วนร่วมอะไรอยู่แล้ว... แค่อยากทำความรู้จักกับดันเจี้ยนเท่านั้นเอง!
ชวินเหลือบมองหญิงสาวที่เดินปลีกตัวออกห่าง ตั้งใจขัดคำสั่งของตนเองแบบโจ่งแจ้ง อย่างกับคิดจะยั่วโมโหเขา...
หญิงสาวคนนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกใจตั้งแต่วันแรกที่พบเจอ และแม้เวลาจะผ่านมาเพียงแค่วันเดียวแต่ร่างกายของอีกฝ่ายกลับดูฟื้นตัวขึ้นมาอย่างผิดสังเกต แถมยังไม่มีความตื่นตระหนกใดๆ ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ราวกับคุ้นเคยกับสนามรบอย่างไรอย่างนั้น...