อยากใช้ชีวิตแบบแมวเซื่อง ๆ นิยายโดย tongfar
ตัวอย่างอ่านฟรี 11 ตอนแรกจากเล่ม 1
“ไง?” ชวินเดินเข้าไปทักพวกหน่วยวิเคราะห์ที่ปักหลักกางเต็นท์กันแดด ตั้งโต๊ะคอมพิวเตอร์กันอยู่ห่างจากประตูหินของดันเจี้ยนที่เปิดอ้าต้อนรับไม่ไกลนัก ส่วนผู้มีพลังส่วนใหญ่ที่เตรียมการกันพร้อมสรรพ ก็ทยอยเข้าดันเจี้ยนกันทีละกลุ่มตามที่ตกลงกันไว้ เพราะรู้ว่าพวกเขาไม่มีเวลาให้โอ้เอ้
หัวหน้ากิลด์ Dragon Force Rank A เพียงกลุ่มเดียวโบกมือให้ชวินนิดหนึ่ง ก่อนจะพากันเดินผ่านเข้าไปด้วยสีหน้าสบายๆ ไร้ซึ่งความกดดันใดๆ
“เด็กนั่นใครเหรอครับ?” พนักงานร่างท้วมที่โต๊ะขยับแว่นมองธารานิดหนึ่ง
“เด็กใหม่มาดูงาน” ชวินตอบแบบขอไปที
“อ๋อ...” นายแว่นขยับแว่นซ้ำ เลิกใส่ใจเรื่องเล็กแล้วรายงาน “ท่าไม่ดีเลยครับ ภายในกว้างมาก เส้นผ่านศูนย์กลางสักยี่สิบกิโลเมตรได้”
“...” ชวินสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ไม่พูดจาใดๆ “สภาพแวดล้อม?” เขาถามต่อ
“ภูเขาหนึ่งลูกครับ” อีกฝ่ายนั่งเคาะคอมพิวเตอร์ไปด้วย มิได้มองหน้า “ศัตรูค่อนข้างหลากหลาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นกอปลิน มีพวกตัวป่วนเกรมลินอาศัยอยู่บ้าง นอกนั้นเป็นพวกอสูรตามภูเขาส่วนใหญ่ เช่น พวกลิง สัตว์พิษ นก และอาจจะมีโทรลแซมบ้าง แต่ยังไม่มีการรายงานมา ณ จุดนี้ครับ”
“เหลือเวลาเท่าไหร่?”
“20 ชั่วโมงเป็นอย่างมากครับ”
“ชิ”
ระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน ธาราเองก็ใช่ว่าจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดจึงกดดูแอปของตนเอง พยายามทำความเข้าใจไปเรื่อย ปรากฏว่าข้อมูลภายในดันเจี้ยนเริ่มถูกส่งเข้าฐานข้อมูลแบบ Real-Time รวมไปถึงแผนที่คร่าวๆ แสดงว่าเจ้าเครื่องมือสื่อสารนี่น่าจะใช้ในโลกฝั่งนู้นได้ด้วยเช่นกัน
เธอเริ่มรู้สึกขอบคุณเทคโนโลยีของมนุษย์ขึ้นมาแล้ว...
“นี่คุณน่ะ จะกลับไปก็ได้นะ” ชวินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็กลับคำพูดของตนเองเสียแล้ว
“เอ้า!” ธาราอุทานงงๆ กำลังอารมณ์ดีก็โดนขัดอีกแล้ว “เมื่อกี้คุณลากฉันมาเอง พอตอนนี้จะให้กลับเห็นฉันเป็นสุนัขเชื่องๆ หรือไง” หญิงสาวแหวใส่ไม่สนใครหน้าไหน ทำให้พวกที่นั่งทำข้อมูลอยู่ถึงกับเหลียวมองด้วยความแปลกใจ
ชวินมองดุอีกรอบ แต่ธาราไม่สะทกสะท้าน แถมจ้องตอบด้วย จึงทำให้เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย
“เข้าใจแล้ว ตามมาดีๆ ก็แล้วกัน” เขาว่าก่อนจะเดินนำเข้าเข้าประตูไป ซึ่งธาราก็เดินตามเข้าไปทันทีโดยไม่มีความลังเลใดๆ
การเดินทางข้ามประตูดันเจี้ยนครั้งแรกของธารานั้นเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่ต่างกับการเดินผ่านประตูทั่วไป แต่เจ้าประตูบานนี้น่าจะมีผลกับออร่า โดยทำให้ออร่าที่ก้าวข้าวประตูมีความเจือจางลง กล่าวคือออร่าที่เธอสัมผัสได้ภายนอกนั้นมีความเข้มข้นมากขึ้น
เธอดูจากสีของออร่าที่เป็นสีม่วงเข้มตัดสีแสดก็ขมวดคิ้ว นี่ไม่น่าจะเป็นออร่าของกอปลิน... อย่างน้อยก็ไม่ใช่กอปลินทั่วไป ถ้ามีอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกันคงเป็น ‘ชาแมน’ ที่มีลักษณะเด่นในการปลุกเสก ใช้พิษ และคำสาป
ธารากวาดมองสถานการณ์โดยรวมก็พบว่า ภูมิประเทศส่วนใหญ่ในปัจจุบันค่อนข้างแย่ ประตูดันเจี้ยนนั้นตั้งอยู่บริเวณลานกว้างก่อนถึงยอดของภูเขาหินสองลูก ราบเรียบไม่มีที่ให้หลบหรือใช้เป็นที่กำบังสักนิด จนเหล่าผู้มีพลังพิเศษต้องตั้งแคมป์สร้างที่พัก และวางกำลังป้องกันเอาเอง
ชวินเองก็ดูไม่ชอบใจกับสถานการณ์นัก แต่ก็ใช้เวลาไปกับการสอบถามข้อมูลคร่าวๆ ก่อนจะตัดสินใจไม่เข้าถ้ำหลักที่เห็นอยู่ทนโท่ แต่เดินเลาะไปตามทางเดินข้างนอกเพื่อหาพิกัดถ้ำใหม่อย่างไม่เร่งร้อนนัก และหลังจากเดินลัดเลาะมาสักพักทั้งสองก็พบทางเข้าใหม่ซ่อนอยู่ไม่ไกลนัก
ชวินย่อตัวลงสำรวจทางเข้ากับรอยเท้าที่เห็น ก่อนจะเหลียวมองธาราที่ยืนอยู่ด้านหลัง ทำตามคำสั่งที่ว่าให้เดินตามดีๆ อย่างถึงที่สุด...
“....”
ทั้งคู่จ้องหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครพูดจา ด้านธาราเองก็ต้องใจกวนประสาทถึงยืนทื่อขนาดนี้ ส่วนชวินเองก็รู้สึกปวดศีรษะตงิดๆ รู้ตัวว่าถ้าบ่นไปจะโดนเถียงกลับมาแบบไหน และเขาเริ่มคิดคำตอบหลังจากนั้นไม่ออก
“ผมรู้ว่าก่อนนี้เสียมรรยาทไปสักหน่อย แต่มากันแค่ 2 คนน่าจะคุยกันสะดวกขึ้นบ้าง” ชวินลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินเข้าถ้ำต่อโดยสร้างดวงแสงสีทองขึ้นที่มือซ้ายสร้างแสงสว่าง
“พร้อมรับคำสั่งสอนแล้วค่า” ธาราทำเป็นว่านอนสอนง่าย แต่ดูจากน้ำเสียงใครก็เข้าใจว่าเป็นแค่การประชด
“คุณเก็บงำพลังเอาไว้ใช่ไหมล่ะ?” ชวินถามโดยไม่คิดจะมองย้อนกลับมา
“ไม่เห็นรู้เรื่อง...” ธาราปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย สายตายังคงมองสภาพของถ้ำไปด้วย มันมีรอยกรีดที่หิน คล้ายเป็นสัญลักษณ์บางอย่าง
“จะบอกอะไรให้นะ ค่าสถานะที่แสดงไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงสักนิด ควรไปทำการบ้านมาใหม่” ชวินพูดไปเรื่อย แต่ก็ไม่ได้คิดคาดคั้น พาเธอเดินตามทางไปเรื่อย
ด้านธาราเองก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องความสามารถของตนเองให้มากนัก แต่อย่างน้อยถ้าอยู่กับคนที่รู้อยู่แล้วเธอก็ไม่จำเป็นต้องแสดงละครว่าอ่อนแอ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่
บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลหลักที่ตานี่ชวนมาด้วยกันก็เป็นได้...
“ถามหน่อยสิ ทำไมพาเดินมาทางนี้ล่ะคะ?” ธาราถามความเห็น ไม่ใช่เพราะหยั่งเชิง และคงไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่ว่าจะเดินกันมาตามลำพังแน่ๆ
“มีผู้สูญหายน่ะ” ชวินตอบสั้นๆ
ธาราเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปนิดหน่อย ตามปรกติคนที่ยืนอยู่บนจุดยอดของพีรามิดย่อมให้ความสำคัญกับฐานรากน้อยลง และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์เป็นหลัก อย่างเช่นหัวหน้ากิลด์ Dragon Force ที่พาพรรคพวกลุยเข้าเส้นทางหลัก กะสร้างผลงานให้ประจักษ์ โดยไม่สนใจกับดักมากมายที่ขัดขวาง... แม้ว่ามันอาจทำให้เกิดความสูญเสียขึ้นมาบ้างก็ตาม
เดินไปอีกสักพักธาราก็ได้กลิ่นเลือดโชยมาจากทางเดินที่แคบลงเรื่อยๆ ดูจากท่าทีของชวินเอง หมอนั่นก็คงรู้เช่นเดียวกัน
หลังจากมุดอุโมงค์กันไปสักพักทั้งสองก็พบห้องกว้างด้านหน้า และมีกลุ่มคนที่โดนกับดักนอนจมกองอยู่กลางห้อง ชวินกระโดดออกจากอุโมงค์ไปอย่างรวดเร็วแม้จะรู้ว่าเป็นกับดัก จับคอเจ้ากอปลินที่ซ่อนอยู่ในมุมอับปาใส่ตัวที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม และถีบเจ้าตัวที่เงื้อขวานเตรียมสับจนคอหัก
ธาราเดินตามออกมาช้าๆ แต่ก็เข้าประชิดเจ้ากอปลินตัวที่เหลืออย่างรวดเร็ว และก่อนที่มันจะรู้สึกตัวศีรษะก็กระเด็นออกจากบ่า
ลูกธนูนับสิบยิงออกมาจากทางเดินฝั่งตรงกันข้าม ด้านชวินรีบกระโดดเข้าไปกันให้พวกคนเจ็บที่นอนอยู่กับพื้น จับลูกธนูขยี้ด้วยมือเปล่าที่เคลือบไว้ด้วยออร่าสีทอง เมื่อเห็นว่าพวกมันไม่สามารถทำอันตรายมนุษย์คนนี้ได้ มันจึงพากันวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ธาราเดินเข้าดูอาการคนเจ็บทั้งสองช้าๆ แต่ดูแล้วคนหนึ่งน่าจะไม่รอดแน่เพราะนอกจากโดนลูกธนูไปหลายดอกยังโดนปาดคอซ้ำ เสียเลือดมากเกินไป และน่าจะมีปัญหากับการหายใจ ส่วนหญิงสาวหายใจหอบมีเลือดปน นอนร้องไห้ด้วยความกลัว อาจจะอาการเบากว่าแต่ปอดข้างหนึ่งก็เสียหาย ธาราจึงใช้ออร่าห้ามเลือดในจุดสำคัญให้ก่อน
ชวินที่เพ่งไล่กอปลินไปก็รีบวิ่งกลับมาที่คนเจ็บทั้งสอง และใช้เวทสีทองของตนช่วยรักษาผู้ชายที่โดนปาดคอก่อน เพียงพริบตาเดียวเลือดที่ไหลอาบก็หยุดลง ลมหายใจของหมอนั่นเริ่มกลับสภาพปรกติ เมื่อเห็นว่าน่าจะพ้นขีดอันตรายหมอนั่นก็มารักษาหญิงสาวต่อ
“ปฐมพยาบาลได้ดีนี่นา” ชวินเอ่ยชมเป็นคำแรก แต่ใบหน้าช่างนิ่งสนิท ไร้ซึ่งอารมณ์เช่นเคย
“ทำได้แค่นี้แหละ” ธาราตอบตามตรง “แต่เห็นลุยเดี่ยวแบบนี้ ไม่นึกว่าจะเป็น Healer นะคะ” เธอยอมรับว่าแปลกใจจริงๆ
ชวินไม่ตอบหากรักษาทั้งสองคนนั้นจนเรียบร้อย จากนั้นจึงระบุตำแหน่งที่อยู่ เรียกหน่วยช่วยเหลือให้ตามมาดูแลต่อ ก่อนจะเดินไปตามทาง แต่ไม่กี่สิบเมตรก็เงื้อแขนขวาทุบเข้ากำแพงหินดังตูม พังทั้งประตูลับและสังหารเจ้ากอปลินที่ซ่อนอยู่ในนั้นจนตายคาที่
เขามองย้อนกลับไปที่กำแพงอีกฝั่ง ต่อยถล่มถ้ำไปดื้อๆ จนพวกกอปลินที่ซ่อนอยู่รีบวิ่งหนีตายกันยกใหญ่ และรอบนี้คงเป็นการหนีจริงๆ มิใช่การหลอกแบบเมื่อครู่
ธาราเริ่มรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่เห็น เจ้าพวกกอปลินเหล่านี้อาจเป็นอสูรที่อ่อนแอ แต่ความอ่อนแอของมันนั้นคือสิ่งที่ทำให้พวกมันมีพัฒนาการทางสมองเพื่อเอาตัวรอด
เส้นทางแคบๆ นี้ อาจดูเป็นเส้นทางที่ไม่ซับซ้อนนัก แต่ในความเป็นจริงถูกพวกกอปลินขุดจนมีทางลับซ่อนอยู่เต็มไปหมด แหละเส้นทางเหล่านี้ก็เต็มไปด้วยกับดัก พวกผู้มีพลังพิเศษที่ขาดประสบการณ์จึงตกเป็นเหยื่อของพวกมันได้ไม่ยากนัก
ธารามองเข้าไปในทางลับของเจ้ากอปลินก็เห็นร่างของมนุษย์อยู่ภายในอีกสองคน แต่เพียงแวบเดียวเธอก็รู้ว่าทั้งสองคนนั้นสิ้นลมไปแล้ว ต่อให้เป็น Healer ระดับสูงก็ไม่อาจฟื้นคืนชีพคนตายได้อยู่ดี
“ไปกันต่อเถอะ” ชวินพูดห้วนๆ พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ สายตาสีดำที่มองไปข้างหน้านั้นช่างเต็มไปด้วยความชิงชัง แม้ว่าออร่าที่มือทั้งสองจะคงความอบอุ่น เป็นสองสีที่ตัดกันโดยสิ้นเชิง...
หลังจากนั้น ชวินก็มุ่งมั่นไล่ล่าพวกกอปลินตามเส้นทาง จนชายเสื้อกาวน์สีขาวถูกย้อมเป็นสีแดง เขาช่วยผู้มีพลังพิเศษเพิ่มได้อีกเพียงสามชีวิต แต่มีตายไปแล้วเป็นสิบ
พอถึงปลายทางซึ่งเป็นห้องโถงใหญ่และมีค่ายของกอปลินตั้งอยู่โดยรอบ แต่สภาพเต็มไปด้วยความพินาศ เพราะโดนทัพหลักของมนุษย์บุกจู่โจมและสังหารหัวหน้าของพวกมันตายไปแล้ว พวกที่เหลือก็พยายามหนีไปตามถ้ำที่ขุดไว้ แต่ก็โดนพวกมนุษย์ไล่ล่ากันต่อ ไม่มีใครคิดจะเตือนหรือห้ามปรามใดๆ
“ไง ชวิน ดูเหมือนงานนี้จะง่ายกว่าที่คิด มีแต่พวกกระจอก” นาคิม หัวหน้ากิลด์ Dragon Force หัวเราะร่วน ก่อนจะสั่งให้พวกลูกน้องวิ่งล่ากอปลิน ตามหา ‘แก่นของดันเจี้ยน’ ที่ซ่อนอยู่
“จบก็ดีแล้ว จะได้กลับบ้านไปนอน” ชวินตอบกลับแบบขอไปที ดูเหมือนจะไม่สนใจเสียงของอีกฝ่ายเท่าไหร่ แต่เลือกเดินไปดูแลคนเจ็บที่อยู่ในบริเวณแทน
ธาราอาศัยช่วงเวลานี้เดินสำรวจค่ายของพวกกอปลินอย่างละเอียด พบว่าพวกมันมีปะรัมพิธีสำหรับบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมีบ้านอยู่หลายหลังที่โดนทำลายไป มีคบไฟและมีหม้อสำหรับทำอาหาร แต่ว่าเธอกลับไม่พบพวกกอปลินชั้นสูงอย่าง ฮอปกอปลินสักตัว ส่วนเจ้ากอปลินชาแมนก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
เธอคิดว่าบางทีนี่อาจเป็นแค่ค่ายหนึ่งของมัน แต่ถ้าดูจากแผนที่จากแอปก็จะพบว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นส่วนกว้างสุดของถ้ำแล้ว จึงไม่น่าจะมีค่ายแบบเดียวกันซ่อนอยู่อีก...
ธาราอยากลองสำรวจถ้ำดูสักหน่อย แต่เพียงแค่ปริปากนิดเดียวนายชวินก็เพ่งมองด้วยสายตาดุ บอกว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมสำรวจ และชี้สั่งให้ไปนั่งพัก ทำตัวอย่างกับเป็นผู้ปกครองไม่เห็นเป็นเพื่อนร่วมทีมสักนิด
แต่เธอก็แอบเข้าใจขึ้นมานิดหนึ่ง หมอนั่นเดินดุเขาไปทั่วจนคนอื่นหงอกันหมดแล้ว แม้กระทั่งพวกคนเจ็บที่โดนสอนกันถ้วนหน้า หมอนั่นก็แค่เป็นห่วงคนอื่นเท่านั้นแหละ...
ธาราแอบดูเวลาจากโทรศัพท์ก็พบว่าเป็นเวลาสามทุ่มแล้ว ถือว่าเข้ามาในนี้กันนานพอสมควร ถึงจะฝากให้พวกทหารแจ้งแล้ว่าติดภารกิจแต่ก็คงยังเป็นห่วงกันอยู่ดี
เธอคิดได้แค่นี้ก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังขึ้นมาจากถ้ำสักแห่ง แรงสั่นสะเทือนที่เบาแต่ถี่แบบนี้เหมือนเสียงของพวกสัตว์หรือแมลงที่มีหลายขา...
คิดยังไม่ทันจบ เสียงจากโทรศัพท์ก็แจ้งเตือน เธอเปิดดูก็พบว่ามีเครื่องหมายตกใจขึ้นมาในส่วนลึกของภูเขา “อ๊ะ...” เธอเงยมองก็พบว่าคนอื่นเองก็กำลังดูอยู่เหมือนกัน และทุกคนเงียบกริบกันหมดเมื่ออ่านรายงาน
“ไปเร็วเข้า ดูเหมือนกอปลินจะเปนแค่ผู้อยู่อาศัย” ชวินเตือนธาราไปพร้อมกับคนอื่นๆ แต่จังหวะนั้นเองที่พวกแมงมุมสีดำพากันกรูออกมาจากรูหนึ่ง ก่อนจะลามมาถึงรูที่สอง
ธาราเพิ่งเข้าใจว่าปะรำพิธีของพวกกอปลิน... มันมีไว้บูชาแมงมุม!
สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่นั่งพักต้องลุกขึ้นมาช่วยกันสู้ แต่ด้วยความที่พื้นที่มีจำกัดจึงมีคนที่ต้องถอยออกไป และมันทำให้มนุษย์ถูกยึดครองพื้นที่โดยพวกแมงมุมที่สามารถแต่เพดานได้ พวกนักเวททำงานกันอย่างหนัก โดยเฉพาะนาคิมที่เรียกเปลวเพลิงออกมาเผาเจ้าพวกแมงมุมที่กรูกันมาอย่างบ้าคลั่ง
ธารากวาดมองหาเจ้าโดนัท พบว่าปาร์ตี้ของหมอนั่นอยู่บริเวณที่มีช่องทางถอยหนีได้ไม่ยากนัก แต่พวกทีมระดับสูงก็เริ่มมีความคิดจะลุยเข้าไปในรูที่แมงมุมบุกเข้ามา โดยระเบิดถ้ำอื่นๆ ที่เจ้าแมงมุมกรูกันเข้ามาเพื่อปิดทาง จึงถือว่ามีการแบ่งงานกันชัดเจนระหว่างกลุ่มที่สู้ไหวกับไม่ไหว
ถึงอย่างนั้นคนที่มีการเคลื่อนไหวแตกต่างจากคนอื่นกลับเป็นชวิน เขาหันมองเธอแล้วมีทีท่าลังเลนิดหน่อย ท่าทางจะกำลังคิดว่าจะทิ้งเธอไว้ข้างหลัง หรือจะพาไปด้วยดี...
“ฉันไม่กลัวแมงมุม” ธาราพูดง่ายๆ ก่อนจะตวัดดาบฟันแมงมุมที่เข้าหาขาดสองส่วน และวาดดาบเป็นวงโค้งโจมตีจุดตายพวกมันที่อยู่ใกล้ๆ จนล้มคว่ำ ร้องกี้ๆ อยู่กับพื้น
หมอนั่นตบหน้าผาก หัวเราะร่วนออกมา ก่อนจะกระโดดเข้าหาเหยียบแมงมุมตายไปตัว ใช้มือซ้ายจับคอเสื้อแจ็คเกตของเธอแล้วกระโดดลอยข้ามอากาศ
ชวินสร้างเวทสีทองลูกใหญ่ไว้ที่มือขวา และทอยมันใส่พวกแมงมุมที่กระโดดใส่ ปิดตายถ้ำที่มีแมงมุมยั้วเยี้ยไปแห่งนึงแล้วพาเธอลงจอดที่ถ้ำซึ่งไม่มีแมงมุมสักตัว
เอาละ ตอนนี้รู้สึกว่าเธอจะเปลี่ยนจากเด็กในปกครองกลายเป็นลูกแมวไปแล้วมั้ง!